นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.90-33.00 บาท/ดอลลาร์ แลพกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.55 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้16มี.ค.69)ที่ระดับ 32.40 บาทต่อดอลลาร์
“อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 32.31 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up โดยมีจังหวะอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรจับตาสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด พร้อมรอลุ้น ผลการประชุมธนาคารกลางหลัก FED, BOJ, BOE และ ECB
ด้านแนวโน้มเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังคงมีกำลังอยู่ และหากประเมินจากความผันผวนของเงินบาทที่สูงกว่าช่วงปกติมาก สะท้อนว่า เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ภายในช่วง 1 เดือน นี้ อย่างไรก็ดี เงินบาทเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ ตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และที่สำคัญ ต้องจับตาโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออก ที่อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ พอสมควร ซึ่งอาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง และที่สำคัญในช่วงนี้ ต้องจับตาท่าทีของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED ในการประชุมของบรรดาธนาคารกลางหลักสัปดาห์นี้ โดยมุมมองของบรรดาธนาคารกลางหลัก ต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงิน ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน
นอกจากนี้ ควรจับตาท่าทีของทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ หากเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลงหนัก หลังล่าสุดเงินเยนญี่ปุ่นได้อ่อนค่าลงเหนือโซน 159 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เป็นระดับที่ทางการญี่ปุ่น ส่งสัญญาณชัดเจน พร้อมเข้าแทรกแซงค่าเงิน จนนำไปสู่การร่วมมือกับฝั่งสหรัฐฯ (NY FED) ในการทำ Rate Check ซึ่งหนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็วและแรง อนึ่ง สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงนั้น อาจทำให้ ทางการญี่ปุ่นขยับระดับการอ่อนค่าของเงินเยนญี่ปุ่นที่ยอมรับได้บ้าง เช่น จากเดิมแถวโซน 159-160 เยนต่อดอลลาร์ เป็น ต้องเห็นความเสี่ยงที่เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เหนือโซน 160 เยนต่อดอลลาร์ ได้
ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทได้กลับมาอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลง โดยเราจะประเมินว่า เงินบาทจะยังคงอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลง ตราบใดที่เงินบาทยังสามารถแกว่งตัวเหนือโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ หากประเมินจากรูปแบบของกราฟเงินบาทใน Time Frame Daily จะพบว่า เงินบาทได้อ่อนค่าลงทะลุกรอบ Falling Wedge สะท้อนความเสี่ยงการอ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยอาจมีเป้าราคาแถวโซน 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ซึ่งเป้าราคาดังกล่าว ยังสอดคล้องกับกรอบการเคลื่อนไหวที่เป็นไปได้ จากความผันผวนสูงในระยะ 1 เดือน และสอดคล้องกับระดับเงินบาทที่เหมาะสมจากปัจจัยพื้นฐาน (Bloomberg THB BEER) ในช่วง 33-34 บาทต่อดอลลาร์
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way Risk ตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และผลการประชุม FOMC ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED