“เซ็นทรัล รีเทล” ชูกลยุทธ์ Innovation in Action' ขับเคลื่อนปี 69 ทุ่มงบ 1.8 หมื่นล้าน ลุยไทย-เวียดนามเต็มสูบ ขยายสาขาแบรนด์ในกลุ่มไม่ต่ำกว่า 15 สาขา ชูไทวัสดุเรือธง ทำผลงานดีเยี่ยม มั่นใจปีนี้รายได้รวมโตอีก 4.5% จาก 253,165 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทลคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ตลอดปี 2568 แม้สถานการณ์โลกยังคงผันผวน และมีความท้าทายจากปัจจัยหลายๆ ด้าน แต่เซ็นทรัล รีเทล ยังทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง และปิดรายได้ที่ 253,165 ล้านบาท จากจำนวนธุรกิจของ CRC ในไทยกว่า 3,596 ร้านค้า รวม 63 จังหวัด คิดเป็นรายได้ที่ 80% และเวียดนาม 127 ร้านค้า ใน 26 จังหวัด จาก 34 จังหวัด คิดเป็นรายได้ 20%
ทั้งนี้พบว่ากลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์อย่าง 1.ไทวัสดุ ถือเป็นธุรกิจดาวเด่นที่สร้างการเติบโต 9% อย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี หรือทำยอดขายถึง 43,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และครองส่วนแบ่งตลาดที่ 25% ปัจจุบันมี 89 สาขา ใน 52 จังหวัด และ2. Auto 1 ถือเป็นธุรกิจ New Growth Engine ซึ่งปี 2568 มี 53 แห่ง และในปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาเป็นเท่าตัวอีก 53 แห่ง จะส่งผลให้มี 106 สาขา บนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมและครบวงจร
“ปี 2569 นี้ ถือเป็นปีแห่ง Challenges & Opportunities ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง รวมถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกำลังซื้อที่จะคิดทบทวนในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น ในส่วนของรีเทลขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสต็อกสินค้า ที่ยังคงเพียงพอ ทั้งแบบสินค้าระยะสั้นเก็บไว้ได้ 1 เดือน และแบบระยะยาวที่เก็บไว้ได้ครึ่งปี ซึ่งในแง่ต้นทุนการขนส่ง ราคาน้ำมัน ในระยะยาวอาจจะส่งผลกระทบ โดยเราเองก็ต้องเฝ้าสังเกตการณ์และเตรียมแผนรับมือเช่นกัน โดยเฉพาะ การปรับราคาขึ้นของพลังงาน เช่น ราคาค่าไฟขึ้น ก็อาจมีมาตรการ การบริหารจัดการภายในศูนย์ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ”New Heights, Next Growth“ ของ เซ็นทรัล รีเทล ที่จะดำเนินต่อไป ภายใต้กลยุทธ์ Innovation in Action ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ
1.อัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ต่อยอดความสำเร็ของแพลตฟอร์มออมนิแชลแนล พัฒนาทั้งในส่วนของประสบการณ์หน้าร้าน มีพนักงานพร้อมให้บริการแบบเฉพาะตัว, การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน, การเพิ่ม จุด Self-Checkout, การจัดอีเว้นท์ร่วมกันของธุรกิจในเครือ และการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ตลอดจนนำ AI มาช่วยยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้รวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น รวมถึงเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างหน้าร้านและโลกดิจิทัลได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ
2.อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย เช่น ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ในเวียดนาม เพิ่มสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนในไทยเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores เจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream
3.อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในหลายมิติ อาทิ นำ AI มาใช้เสริมศักยภาพในการบริหารลูกค้า, การทำการตลาด, การสั่งสินค้าและกำหนดราคา รวมถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน พัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว
นายสุทธิสาร กล่าวต่อว่า โดยในปี 2569 นี้ เซ็นทรัล รีเทล พร้อมทุ่มงบกว่า 16,000-18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม รวมกันไม่ต่ำกว่า 15 สาขา ในสัดส่วนการลงทุนที่ 80:20 ประกอบด้วย 1.ในไทย จะขยายสาขาใหม่ของท็อปส์ 8-10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3-5 สาขา 2.เวียดนาม จะขยายศูนย์การค้า GO! เพิ่ม 2 สาขา, ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา เชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้รายได้รวมในปี 2569 นี้ เติบโตขึ้นอีก 4-5% และ EBITDA ที่ 5-7% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา
"เซ็นทรัล รีเทล ยืดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในทุกย่างก้าวของการดำเนิบธุรกิจ เราจะไม่หยุดนิ่งในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและตรงใจ ตอกย้ำภาพผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งไทยและระดับภูมิภาค บบเจตนารมณ์ 'Retail & Wholesale for AIl' ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืบไปกับทุกภาคส่วนและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อเป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคนตลอดไป" นายสุทธิสาร กล่าวสรุป.