นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(13มี.ค.69)ที่ระดับ 32.17 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.90-32.30 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง จนสามารถอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลของบรรดาผู้เล่นในตลาดว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางเสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้น ทะลุโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกทั้งรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ต่างออกมาดีกว่าคาด ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งภาพดังกล่าวได้หนุนการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ อีกทั้งยังกดดันให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลุดจากโซน 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ FED จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) อัตราเงินเฟ้อ PCE และ ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOTLS Job Openings) ในเดือนมกราคม รวมถึง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนมีนาคม ซึ่งในรายงานเดียวกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะให้ความสำคัญกับ รายงานอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะยาว ที่อาจปรับสูงขึ้นจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ที่มีกำลังมากขึ้น หลังการอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ อาจทำให้เงินบาทมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อทดสอบโซนแนวต้าน 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ (โซนแนวต้านถัดไป 32.50 บาทต่อดอลลาร์) เมื่อประเมินจากโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาดและปัจจัยเชิงเทคนิคัล แต่ทว่า เราขอเน้นย้ำว่า เงินบาทยังเสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนสูงกว่าช่วงปกติและมีความเสี่ยง Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยบรรดา ข่าว อย่าง Headline News ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้พอควร ทำให้เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง