xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต. สั่ง KuCoin Thailand ชี้แจงปมผู้ถือหุ้นโยงคดีฟอกเงินสิงคโปร์ ภายใน 7 วันขีดเส้นตาย 19 มี.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สำนักงาน ก.ล.ต. มีคำสั่งให้ บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล KuCoin Thailand เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีพบความเชื่อมโยงของกรรมการ บริษัท คริปโทสเฟียร์ เวนเจอร์ จำกัด และ บริษัท อาร์โออี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กับกรรมการของ Capital Asia Investment (CAI) ที่เพิ่งถูกทางการสิงคโปร์จับกุมและยึดทรัพย์ในข้อหาฟอกเงิน โดยกำชับให้ตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามกฎหมาย พร้อมให้นำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อ ก.ล.ต. ภายใน 7 วัน หรือไม่เกินวันที่ 19 มีนาคม 2569 นี้

สืบเนื่องจากรายงานข่าวกรณีที่กองบัญชาการตำรวจสิงคโปร์ และธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) ได้ดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับ Capital Asia Investment (CAI) โดยมีการจับกุมกรรมการของ CAI จำนวน 2 ราย และยึดทรัพย์สิน เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งสร้างความตื่นตัวให้กับหน่วยงานกำกับดูแลในภูมิภาค

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบความเชื่อมโยงที่สำคัญ โดยพบว่า บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ซึ่งใช้ชื่อทางการค้าว่า KuCoin Thailand) มี บริษัท คริปโทสเฟียร์ เวนเจอร์ จำกัด (บริษัท คริปโทสเฟียร์) และ บริษัท อาร์โออี จำกัด (บริษัท อาร์โออี) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. พบข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีกรรมการท่านหนึ่งซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้งสอง (บริษัท คริปโทสเฟียร์ และ บริษัท อาร์โออี) เป็นบุคคลเดียวกับหนึ่งในกรรมการของ CAI ที่กำลังถูกดำเนินคดีในประเทศสิงคโปร์

ด้วยเหตุนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ลงทุนและรักษาธรรมาภิบาลในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ก.ล.ต. จึงอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 สั่งการให้บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามตามข้อ 5 ของประกาศกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ทั้งนี้ ก.ล.ต. กำหนดให้บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ นำส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ก.ล.ต. ภายในระยะเวลา 7 วัน โดยจะครบกำหนดในวันที่ 19 มีนาคม 2569