xs
xsm
sm
md
lg

BAFSเร่งทบทวนเป้าหมายปี69ใหม่ หลังสงครามอิหร่านฉุดยอดเติมน้ำมันหด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ”ทบทวนเป้าหมายปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานปี69ใหม่ หลังได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ฉุดยอดการเติมน้ำมันอากาศยานลดลง 1-1.4 ล้านลิตร/วัน กระทบรายได้ 20ล้านบาท/เดือน ขณะที่ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อโตขึ้น 11%แตะ1,500ล้านลิตร ชี้หากรัฐเลิกตรึงดีเซล จะยิ่งทำให้ผู้ค้าหันมาขนส่งน้ำมันทางท่อมากขึ้น

ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบาฟส์ (BAFS) เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างทบทวนเป้าหมายปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานปี2569ใหม่จากเดิมตั้งเป้าโต 4%จากปีก่อนอยู่ที่ 5,560 ล้านลิตร เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบ ระยะสั้นต่อปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานลดลงไปประมาณ 1-1.4 ล้านลิตรต่อวัน เกิดจากเที่ยวบิน 3กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเที่ยวบินจากอิหร่านและอิสราเอลที่ได้รับผลกระทบโดยตรง พบว่ายอดปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานหายไป 84% 2. กลุ่มที่ให้ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นฮับของสายการบิน ได้รับผลกระทบ77% และ3. กลุ่มที่บินข้ามตะวันออกกลาง จะมีปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้น 6% เพราะต้องบินอ้อม

จากผลกระทบระยะสั้นต่อปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานที่หายไปราว 1-1.4ล้านลิตรต่อวัน ทำให้รายได้หายไปเดือนละประมาณ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าสงครามสู้รบในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน หากยืดเยื้อเป็นเวลานานก็อาจจะมีผลทำให้ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานปีนี้ต่ำกว่าปี2568ที่มีปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานอยู่ที่ 5,372 ล้านลิตร

“บริษัทกำลังการทบทวนเป้าหมายว่าจะลดลงหรือไม่ ถ้าสถานการณ์สู้รับในตะวันออกกลางยืดเยื้อจะทบแน่นอน แต่เรามั่นใจ เรามีการควบคุมต้นทุน และมีประสิทธิภาพในการบริการ ที่ผ่านมาบริษัทมีกลยุทธ์การลงทุนที่ได้วางรากฐานไว้ตั้งแต่ช่วงเกิดโควิด19 อาทิ การลงทุนธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ดิจิทัลโซลูชั่น ทำให้บริษัทมีรากฐานมั่นคงด้านรายได้”


ม.ล. ณัฐสิทธิ์ กล่าวว่า ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ คาดว่าปริมาณการส่งน้ำมันทางท่อปีนี้จะเติบโตขึ้น 11% จากปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 1,500 ล้านลิตร ปัจจุบันทางภาคเหนือบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 40% ซึ่งแนวโน้มปีนี้มีสัญญาณการเติบโต เนื่องจากบริษัทน้ำมันมีการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือมากขึ้น และหากรัฐไม่ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 30บาท/ลิตร จะทำให้การขนส่งน้ำมันทางรถแพงขึ้น เชื่อว่าผู้ค้าน้ำมันจะหันมาใช้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อมากยิ่งขึ้น

สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 (อ่างทอง-สระบุรี) มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 70% ซึ่งเร็วกว่าแผน คาดว่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในต้นปี 2570 ทำให้สามารถเชื่อมกับโรงกลั่นในภาคตะวันออกได้ อาทิ โรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ โรงกลั่นบางจาก ศรีราชา เป็นต้น ดังนั้นในปี2570 บริษัทคาดว่าจะมีปริมาณการส่งน้ำมันทางท่อเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2,400 ล้านลิตร และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 40% เป็น 60% เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันของไทยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก

นอกจากนี้รัฐกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากเดิม 1%เป็น 1.5%ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และเพิ่มเป็น 3%ภายในสิ้นเดือนเมษายน2569 ทำให้บริษัทฯมีรายได้จากการให้เช่าคลังน้ำมันที่ยังมีพื้นที่จัดเก็บเหลืออยู่ อาทิ คลังน้ำมันที่พิจิตรและคลังน้ำมันที่ลำปาง รวมถึงคลังน้ำมันอากาศยานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีบริษัทน้ำมัน 2รายสนใจเช่าคลังแล้ว

สำหรับธุรกิจผลิตและประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยาน ปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ BAFS INTECH มีกำหนดส่งมอบรถเติมน้ำมันและรถบริการในท่าอากาศยานให้กับลูกค้าอีกจำนวน 11 คัน รวมมูลค่ากว่า 137.3 ล้านบาท โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา BAFS INTECH ได้ลงนามสัญญาผลิตรถให้บริการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันและทำความสะอาดหลุมเติมน้ำมันอากาศยานของท่าอากาศยาน Noi Bai International Airport ซึ่งนับเป็นประเทศล่าสุดที่ได้ทำการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนกลุ่มธุรกิจ Power ในปี 2569 บริษัทบาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัดจะมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้นเมื่อแนวโน้มค่าไฟฟ้ามีโอกาสสูงขึ้น โดยมีกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงาน เป็นต้น นอกจากนี้รัฐยังส่งเสริมโซลาร์ชุมชน และการลดหย่อนภาษีสำหรับประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 2 แสนบาท ยิ่งทำให้ตลาดโซลาร์ รูฟท็อปขยายตัว โดยบริษัทสนใจลงทุนโครงการโซลาร์ชุมชนด้วย