xs
xsm
sm
md
lg

NDR ปี 68 กำไรโต 168%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอ็น.ดี. รับเบอร์ ”กวาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 21.02 ล้านบาท เติบโต 167.79% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 944.48ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.54% จากปีก่อน หลังเพิ่มประมาณการขายในกลุ่มสินค้ามูลค่าสูงและการขยายฐานลูกค้า ด้านเอ็มดีวางเป้าปีนี้เติบโตอย่างมั่นคง มุ่งเน้นเสริมแกร่งของธุรกิจหลัก พร้อมขยายโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศ


นายชัยสิทธิ์  สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ดี. รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR ผู้ผลิตและจำหน่ายยางนอกและยางในรถจักรยานยนต์ภายใต้แบรนด์ N.D.Rubber เปิดเผยว่า ผลประกอบการในปี 2568 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 21.02 ล้านบาท เติบโต 167.79% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 944.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.54% จากปีก่อน โดยสาเหตุการเติบโตมาจากการเพิ่มประมาณการขายในกลุ่มสินค้ามูลค่าสูงและการขยายฐานลูกค้า

“ผลประกอบการ 3 ปีที่ผ่านมา (2566- 2568) ของบริษัทสะท้อนการพลิกฟื้นอย่างชัดเจน จากเดิมที่ขาดทุนในปี 2566 กลับมามีกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องในปี 2567และเติบโตโดดเด่นในปี 2568 จากการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 19.79% ในปี 2568 ขณะที่รายการขาดทุนพิเศษจากการด้อยค่าเงินลงทุนหมดไป ส่งผลให้บริษัทกลับสู่เส้นทางการสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน และมีความมั่นคง และโครงสร้างต้นทุนมีเสถียรมากขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 160% เมื่อเทียบปีต่อปี (2567 → 2568) ภาพรวมจึงสะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจและการวางรากฐานเพื่อเติบโตต่อในปีถัดไป” นายชัยสิทธิ์กล่าว

นายชัยสิทธิ์   กล่าวอีกว่า ในปี 2566-2567 บริษัทมีขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนและส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทย่อยจำนวนมาก โดยเฉพาะปี 2566 ที่สูงถึง 74 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการขาดทุนสุทธิในปีนั้น แต่ในปี 2568 ไม่มีรายการขาดทุนประเภทนี้แล้ว ทำให้ฐานกำไรกลับมาอยู่ในระดับปกติ ภาพรวมจึงเกิดการ Turnaround อย่างชัดเจน

สำหรับแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทฯมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก พร้อมขยายโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ ตลาดยุโรป และ ตลาดสหรัฐฯ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ทันสมัยมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าและรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างความแตกต่างในตลาด