xs
xsm
sm
md
lg

ฟอร์บส์ยก "อีลอน มัสก์" รวยที่สุดในประวัติศาสตร์ จ่อเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นิตยสารฟอร์บส์จารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่แห่งโลกทุนนิยม ประกาศให้ อีลอน มัสก์ ขึ้นแท่นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่พุ่งทะยานทะลุ 8.39 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จ่อคิวสร้างตำนาน เศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ คนแรกของโลก แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากมูลค่ากิจการของ เทสลา และ สเปซเอ็กซ์ ที่พุ่งสูงขึ้นรับแผนเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2569 แม้จะเพิ่งผ่านพ้นมรสุมความผันผวนอย่างหนักในปี 2568 จากแรงกระเพื่อมทางการเมืองและการคว่ำบาตรของผู้บริโภค ขณะที่ฝั่ง โดนัลด์ ทรัมป์ รับอานิสงส์เก้าอี้ผู้นำสมัยสอง ดันความมั่งคั่งพุ่งทะยานรับกระแสคริปโตและดีลยักษ์ข้ามชาติ

ความมั่งคั่งที่ไร้ขีดจำกัดกำลังถูกนิยามใหม่โดย อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีนักนวัตกรรมผู้พลิกโฉมโลก เมื่อรายงานล่าสุดจากฟอร์บส์ระบุว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทรัพย์สินของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยแกนหลักที่ผลักดันความมั่งคั่งระดับปรากฏการณ์นี้ คือการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของสองบริษัทหัวหอกอย่าง เทสลา และ สเปซเอ็กซ์ โดยเฉพาะรายหลังที่กำลังเป็นที่จับตามองจากแผนยุทธศาสตร์การเตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ภายในปี 2569

ด้วยตัวเลขความมั่งคั่งล่าสุด อีลอน มัสก์ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นมนุษย์คนแรกที่ก้าวข้ามกำแพงตัวเลขทรัพย์สิน 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และนักวิเคราะห์ต่างประเมินในทิศทางเดียวกันว่า เขาอยู่บนเส้นทางที่เปิดกว้างสำหรับการคว้าตำแหน่ง เศรษฐีล้านล้าน (Trillionaire) คนแรกของโลกในอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่จุดสูงสุดไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากมองย้อนกลับไปในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งบททดสอบและความผันผวนอย่างแสนสาหัสสำหรับมัสก์ โดยเฉพาะความท้าทายที่สะท้อนผ่านราคาหุ้นของเทสลา ซึ่งเคยเผชิญกับภาวะดิ่งหัวลงอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี สาเหตุหลักมาจากกระแสต่อต้านและการคว่ำบาตรจากกลุ่มผู้บริโภคที่แสดงความไม่พอใจอย่างหนัก ต่อจุดยืนทางการเมืองของเขาที่หันไปให้การสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ และกลุ่มนักการเมืองฝ่ายขวาจัด ทว่าสถานการณ์กลับพลิกฟื้นและราคาหุ้นสามารถดีดตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี ภายหลังจากที่มัสก์ตัดสินใจยุติบทบาทและการมีส่วนร่วมในคณะรัฐบาลของทรัมป์

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปรียบเสมือนสปริงบอร์ดติดปีกความมั่งคั่งให้กับเขา คือมติครั้งประวัติศาสตร์ของผู้ถือหุ้นเทสลา ที่โหวตรับรองแพ็กเกจค่าตอบแทนสุดอลังการมูลค่ารวมสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าบริษัทจะต้องบรรลุเป้าหมายด้านกำลังการผลิตและการประเมินมูลค่าตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งข้อตกลงนี้จะส่งผลให้มัสก์ขยับสัดส่วนการถือครองหุ้นในบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 โดยเจ้าตัวได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า เขาต้องการอำนาจในการตัดสินใจและควบคุมทิศทางบริหารที่สูงเพียงพอ เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ในการสร้าง กองทัพหุ่นยนต์ แห่งอนาคต

ในมุมมองเชิงวิชาการ เดวิด เคิร์สช์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ได้ให้ทรรศนะเชิงวิเคราะห์ที่น่าสนใจว่า โครงสร้างความมั่งคั่งของมัสก์นั้น ส่วนใหญ่ถูกค้ำยันด้วยสัดส่วนของ หุ้น ซึ่งมีมูลค่าผูกโยงอยู่กับความเชื่อมั่นและการเก็งกำไรถึงศักยภาพในอนาคต หากประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงโดยตัดปัจจัยด้านหุ้นออกไป ความมั่งคั่งของเขาอาจหดตัวลงเหลือเพียง 1 ใน 3 จากตัวเลขที่ประเมินไว้ในปัจจุบัน แต่ถึงกระนั้น เมื่อนำไปเทียบเคียงกับมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก มัสก์ก็ยังคงครอบครองความมั่งคั่งที่ทิ้งห่างอย่างไม่เห็นฝุ่นอยู่ดี ซึ่งสอดคล้องกับที่ตัวเขาเองเคยออกมายอมรับว่า ทรัพย์สินที่อยู่ในรูปแบบของ เงินสด นั้น มีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 0.1 ของความมั่งคั่งทั้งหมด

สรุปอันดับมหาเศรษฐีโลก 5 อันดับแรก (อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569)

อันดับ 1 อีลอน มัสก์ ทรัพย์สิน 8.39 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทสลา / สเปซเอ็กซ์)
อันดับ 2 แลร์รี เพจ ทรัพย์สิน 2.57 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (กูเกิล)
อันดับ 3 เซอร์เกย์ บริน ทรัพย์สิน 2.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (กูเกิล)
อันดับ 4 เจฟฟ์ เบซอส ทรัพย์สิน 2.24 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (แอมะซอน)
อันดับ 5 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ทรัพย์สิน 2.22 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (เมตา)

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในทำเนียบมหาเศรษฐี คือการก้าวกระโดดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขยับอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 645 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินที่พอกพูนขึ้นเป็น 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 2.04 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้นถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากผลตอบแทนในตลาดคริปโตที่เขามีจุดยืนสนับสนุนอย่างเปิดเผย ผนวกกับผลพวงเชิงบวกจากการคว้าชัยชนะในคดีความชั้นศาลอุทธรณ์แห่งรัฐนิวยอร์ก ยิ่งไปกว่านั้น นิตยสารฟอร์บส์ยังได้ตั้งข้อสังเกตเชิงลึกว่า การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นสมัยที่สองของทรัมป์ ได้กลายเป็นกุญแจดอกสำคัญที่เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งมหาศาลให้กับอาณาจักรธุรกิจของครอบครัวทรัมป์ ทั้งจากการบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจระดับบิ๊กดีลในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตลอดจนการขยายเครือข่ายอิทธิพลทางธุรกิจที่ครอบคลุมในอีกหลากหลายภาคส่วน