xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai Global Markets เผยค่าเงินบาทเปิดที่ระดับ 31.60 บาท-ผันผวนสูงท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(11มี.ค.69)ที่ระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 31.65 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.40-31.75 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 31.41-31.73 บาทต่อดอลลาร์) หลังผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูงและอาจไม่ได้จบลงในเร็ววันนี้ อย่างที่ประธานาธิบดี Donald Trump ได้กล่าวไว้ในวันก่อนหน้า

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง

ส่วนทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เช่นกัน เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า ECB มีโอกาสราว 29% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง 25bps ในปีนี้ หลังจากช่วงก่อนหน้า ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลว่า ECB อาจต้องกลับมาเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงยืดเยื้อ กระทบราคาพลังงานโลก

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน บนความผันผวนที่สูงกว่าช่วงปกติ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเราขอเน้นย้ำว่า เงินบาทมีความเสี่ยง Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรืออาจพอกล่าวได้ว่า ข่าว อย่าง Headline News ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้พอควร ดังจะเห็นได้จากในวันก่อนหน้า ที่เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นพอควร จากถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ระบุว่า การสู้รบในตะวันออกกลางอาจจบลงได้ในเร็ววันนี้ (ทว่าล่าสุด สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง) ทำให้เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง

โดยหากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางไม่ได้มีพัฒนาการเพิ่มเติม อย่างมีนัยสำคัญ เรามองว่า ในช่วงวันนี้ ผู้เล่นในตลาดอาจให้ความสนใจกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ได้

ในเชิงเทคนิคัล แม้ว่าเงินบาทจะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่เงินบาทจะยังไม่กลับมาสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น ตราบใดที่เงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซน 31.40-31.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ทำให้ในช่วงนี้ เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ไปก่อนได้ เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยปัจจัยสำคัญ ยังคงเป็นพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง