หัวเว่ย (Huawei) เปิดตัวเทคโนโลยี U6 GHz รุ่นใหม่ปูทางสู่การพัฒนา 6G ในอนาคต ชี้วันนี้มีผู้ใช้งาน 5G-Advanced มากกว่า 70 ล้านคนทั่วโลก และในจีนเพียงประเทศเดียว มีเครือข่ายครอบคลุมแล้วกว่า 270 เมือง ระบุโลกกำลังเข้าสู่ยุค Agentic Network หรือเครือข่ายที่สามารถ วิเคราะห์ ตัดสินใจ และจัดการตัวเองด้วย AI ได้
การเปิดตัวโครงข่ายยุค AI ของ Huawei เกิดขึ้นในงาน Mobile World Congress 2026 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Huawei ย้ำว่า U6 GHz จะสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายในการปลดล็อกศักยภาพของโครงข่าย 5G-Advanced (5G-A) อย่างเต็มรูปแบบ และวางรากฐานสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ 6G อย่างราบรื่น
***โครงข่ายใหม่ เพื่อยุค AI
Huawei ระบุว่าจุดเด่นของอุปกรณ์เครือข่าย U6 GHz รุ่นใหม่ ที่สามารถใช้งานได้ในหลายสถานการณ์ คือการเพิ่มความเร็วในการอัปโหลดข้อมูล ขณะเดียวกันก็ลดค่าหน่วงของเครือข่าย และยังรองรับแอปพลิเคชัน AI บนมือถือในอนาคต
Huawei มองว่าช่วง 5 ปีข้างหน้า จะเป็นช่วงสำคัญในการขยายการใช้งาน 5G-A ก่อนจะพัฒนาไปสู่ 6G โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งาน 5G-A มากกว่า 70 ล้านคนทั่วโลก และในประเทศจีน มีการให้บริการครอบคลุมกว่า 270 เมือง
มุมมองนี้ทำให้ Huawei มุ่งออกแบบเครือข่ายที่มี AI อยู่ทุกชั้น โดยเปิดตัวแนวคิด AI-Centric Network ที่นำ AI เข้าไปอยู่ในทุกระดับของเครือข่าย
แนวคิดนี้แบ่งออกเป็น 3 ชั้นหลัก คือ 1. ชั้นบริการ (Service Layer) ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถใช้ AI Agent หลายตัวทำงานร่วมกัน เพื่อปรับปรุงบริการต่าง ๆ เช่น การโทร, อินเทอร์เน็ต, บรอดแบนด์ในบ้าน ทำให้บริการเครือข่ายสามารถปรับตัวและตอบสนองผู้ใช้ได้ดีขึ้น
2. ชั้นเครือข่าย (Network Layer) ในแถลงการณ์ Huawei ย้ำว่ากำลังพัฒนาเครือข่ายแบบ Autonomous Network ระดับ 4 หรือเครือข่ายที่สามารถ ตรวจสอบตัวเอง, ปรับปรุงประสิทธิภาพตัวเอง และแก้ไขปัญหาอัตโนมัติ
ปัจจุบันโซลูชันนี้ถูกใช้งานจริงแล้วในเครือข่ายโทรคมนาคมกว่า 130 เครือข่ายทั่วโลก
และ 3. ชั้นอุปกรณ์เครือข่าย (Network Element Layer) หลักคิดของ Huawei คือใช้ AI เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครือข่าย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพคลื่นความถี่, การตรวจจับบริการบนเครือข่ายแบบอัจฉริยะ และการเพิ่มความเสถียรของระบบ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้เครือข่ายใช้พลังงานน้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
***เปิดตัว SuperPoD คลัสเตอร์ AI ครั้งแรกนอกประเทศจีน
อีกหนึ่งมูฟเมนต์สำคัญของ Huawei คือการนำเสนอ SuperPoD Cluster สำหรับ AI Computing ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เช่น Atlas 950 SuperPoD สำหรับ AI, TaiShan 950 SuperPoD สำหรับงานประมวลผลทั่วไป, Atlas 850E SuperPoD และ เซิร์ฟเวอร์ TaiShan โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่มากระดับล้านล้านพารามิเตอร์ ซึ่งต้องใช้ทั้งพลังประมวลผลสูง บนความหน่วงต่ำ
ในภาพรวม Huawei มุ่งเดินหน้าสร้างระบบนิเวศ AI ระดับอุตสาหกรรม โดยในส่วนของภาคธุรกิจ Huawei ได้นำเสนอ 115 โครงการตัวอย่างของการใช้ AI ในอุตสาหกรรม พร้อมเปิดตัวโซลูชัน AI สำหรับองค์กร ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบพันธมิตร SHAPE 2.0 เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Intelligent Industry ได้
ทั้งหมดนี้ Huawei ระบุว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคของ Agentic Network ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูล, ตัดสินใจ และบริหารระบบได้เองในระดับหนึ่ง
ขณะเดียวกันการใช้งาน 5G-Advanced ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และจะเป็นก้าวสำคัญก่อนเข้าสู่ยุค 6G ภาวะที่เกิดขึ้นทำให้ Huawei ทำงานภายใต้ธีม Advancing All Intelligence หรือการผลักดันโลกสู่ยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการพัฒนาเครือข่ายแบบ AI-Centric Network ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่ออกแบบมาให้ AI ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับทั้งบริการอัจฉริยะ โครงข่ายอัจฉริยะ และอุปกรณ์เครือข่ายอัจฉริยะในยุค 6G