xs
xsm
sm
md
lg

“ซูกิชิ” โหมสินค้าช่องทางรีเทล ชู 4 กลยุทธ์กรำศึกตลาดปิ้งย่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360 – “ซูกิชิ” บุกหนักไว้ลายผู้นำตลาดปิ้งย่างสไตล์เกาหลีของไทย เป้าหมายสู่ "Korean Flavor Solution Partner" ชู 4 กลยุทธ์หลักลุย พร้อมเดินเกมลึกช่องทางรีเทล ตั้งเป้าปีนี้ทั้งบริษัทรวมซูกิชิและอาหารในเครือทุกแบรนด์โต 5% จากปีที่แล้วที่โต 3%


นายนพดล จิระวราพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนางสาวรัตนวรรณ จิระวราพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ผู้บริการแบรนด์ ซูกิชิ ผู้นำร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลีอันดับ 1 ของไทย กล่าวว่า บริษัทฯวางเป้าหมายที่จะให้ร้านซูกิชิสู่การเป็น "Korean Flavor Solution Partner" โดยวางแผนธุรกิจปี 2569 ของซูกิชิ (Sukishi) ต้องการที่จะบุกหนักธุรกิจช่องทางรีเทลค้าปลีก ( Retail ) เต็มที่ โดยชู 4 กลยุทธ์หลักบุกตลาดช่องทางโมดิร์นเทรด คือ


1. B2B Collaboration Strategy: ยกระดับจากการเป็นคู่ค้าสู่การเป็น "Korean Flavor Solution" สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรในกลุ่มอาหารสด (หมู, วัว, ไก่, ไข่, เต้าหู้) ในรูปแบบ Co-Branding

2. Localize Kimchi Innovation: พัฒนานวัตกรรมกิมจิจากวัตถุดิบไทยและผักพื้นบ้าน เพื่อสร้างรสชาติใหม่ที่ถูกปากคนไทย พร้อมสนับสนุนเกษตรกรไทยจากท้องถิ่นต่างๆ

3. Gen Z Expansion – "Pack to the Future": ปรับลุคบรรจุภัณฑ์ใหม่ผ่านโครงการความร่วมมือกับ "นักศึกษา" เพื่อออกแบบ Packaging ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวก ความสวยงาม และรักษาความสดใหม่ของรสชาติ

4.International Expansion – ThaiFex 2026: เตรียมตัวครั้งใหญ่เพื่อร่วมงาน THAIFEX - Anuga Asia 2026 เปิดตัวนวัตกรรมอาหารสู่เวทีโลก มุ่งขยายตลาดสู่ต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เทรนด์อาหารเกาหลีกำลังเติบโต


สำหรับปี 2569บริษัทฯมั่นใจในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยจะใช้สินค้า "ฮีโร่" อย่าง น้ำจิ้มซูกิชิ, ซอสสไตล์เกาหลี และกิมจิ เป็นหัวหอกในการเจาะตลาด B2B และโมเดิร์นเทรด และตั้งเป้ากลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่จำหน่ายน้ำจิ้ม ซอส และกิมจิ สัดส่วนรายได้เติบโตเพิ่มจากปีที่แล้ว 10% เป็น 20% ในปีนี้

ขณะที่ภาพรวมปีนี้บริษัทฯตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 5% จากผลประกอบการปีที่แล้วที่ทำได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท เติบโต 3% จากปีก่อนหน้า แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยสัดส่วนรายได้ 90% มาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนอีก 10% ที่เหลือมาจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกจากการผลิตและจำหน่ายน้ำจิ้มสุกี้ ปิ้งย่าง ซอส และกิมจิ

ทั้งนี้อัตราการเติบโต 3% นั้นเป็นผลมาจากแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มร้านอาหารและช่องทาง Modern Trade ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารระบุว่า แม้ยอดขายจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแผนเดิมจากแรงกดดันในบางพื้นที่ แต่ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ (Brand Strength) ที่ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภค และยังครองความเป็นอันดับ 1 ปิ้งย่างสไตล์เกาหลีของไทย


“ความท้าทายของตลาดในปีนี้คือ ส่วนของตลาด Retail Products Business คือความเร็วและความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค แต่ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ Sukishi และนวัตกรรมที่เราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นว่าการขยายตัวสู่ธุรกิจ Retail ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Sukishi เติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำด้านอาหารเกาหลีทั้งในไทยและระดับสากล" นายนพดล กล่าว

ปัจจุบันบริษัทมีทั้งหมด 57 สาขา ทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น ร้านซูกิชิจำนวน 41 สาขา นอกจากนั้นก็เป็นแบรนด์อื่นๆที่อยู่ภายใต้เครือบริษัท คือ วูโกกิ (Woo Gogi) ร้านอาหาารเกาหลีจานด่วน, โบกึลโบกริล (Bogeul Bogrill) ร้านสุกียากี้และซูชิพรีเมียม, สุกี้คิง (Suki King) บาร์บีคิว(Bar B Q King) ร้านสุกีและปิ้งย่างและน้องใหม่ล่าสุด คิงคากุ (King Kaku) ร้านอาหารญี่ปุ่นจานด่วน และร้านเครื่องดื่ม Wawacha Fresh (ชานม) และ Craft Tea & Co.