วงการอาชญากรรมไซเบอร์สั่นคลอนครั้งใหญ่ เมื่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับโลกรวมพลังกวาดล้าง ลีกเบส แพลตฟอร์มตลาดมืดค้าข้อมูลส่วนบุคคลและเครื่องมือแฮกเกอร์ที่กระฉ่อนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปฏิบัติการสายฟ้าแลบครอบคลุม 14 ประเทศ นำโดยเอฟบีไอและยูโรโพล สามารถอายัดบัญชีผู้ใช้และฐานข้อมูลได้แบบถอนรากถอนโคน การทลายรังโจรครั้งนี้ถือเป็นการสกัดกั้นภัยคุกคามที่กำลังลุกลามอย่างหนักในอุตสาหกรรมคริปโต หลังพบประวัติอาชญากรไซเบอร์ก่อเหตุขโมยข้อมูลไปแบล็กเมล์เรียกค่าไถ่อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเปราะบางของระบบนิเวศการเงินดิจิทัลที่ต้องเร่งอุดรอยรั่วขั้นวิกฤต
ความร่วมมือระดับนานาชาติครั้งประวัติศาสตร์ นำโดยสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ ร่วมกับ องค์การตำรวจอาชญากรรมแห่งสหภาพยุโรป หรือ ยูโรโพล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง ลีกเบส หนึ่งในกระดานสนทนาและตลาดมืดทางไซเบอร์ที่อันตรายที่สุดบนโลกอินเทอร์เน็ตให้สิ้นซาก แพลตฟอร์มแห่งนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางบัญชาการที่เหล่าแฮกเกอร์ใช้เป็นแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกขโมยมา ตลอดจนเครื่องมือสำหรับการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีฐานสมาชิกผู้ใช้งานสูงถึงกว่า 142,000 ราย และมีข้อความหมุนเวียนในระบบมากกว่า 215,000 ข้อความ
เบรตต์ เลเธอร์แมน ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกไซเบอร์ของเอฟบีไอ ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เอฟบีไอ ยูโรโพล และหน่วยงานรักษากฎหมายจากทั่วโลก ได้สนธิกำลังกันเข้ายึดครองระบบของ ลีกเบส ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอาชญากรรมไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุด โดยเจ้าหน้าที่สามารถอายัดบัญชีผู้ใช้งาน กระทู้ ข้อมูลรายละเอียดบัตรเครดิต ข้อความส่วนตัว และบันทึกประวัติการเชื่อมต่อ หรือ ไอพีล็อก ทั้งหมดไว้เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดี
ปฏิบัติการทลายเครือข่ายครั้งนี้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นระหว่างวันที่ 3 ถึง 4 มีนาคม 2569 โดยเป็นการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 14 ประเทศ ที่ลงมือโจมตี ลีกเบส และเครือข่ายผู้ใช้งานอย่างพร้อมเพรียงกัน ภายหลังการบุกยึดสำเร็จ ทางการได้นำป้ายประกาศการยึดครองไปแสดงบนหน้าเว็บไซต์แทนที่เนื้อหาเดิม พร้อมส่งคำเตือนไปยังสมาชิก และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขยายผล นอกจากนี้ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยังได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายและดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยในหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เบลเยียม โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สเปน และสหราชอาณาจักร
ด้าน เอ. ไทเซน ดูวา ผู้ช่วยอัยการสูงสุด แผนกคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวเน้นย้ำถึงนัยสำคัญของความสำเร็จในครั้งนี้ว่า การทลายรังอาชญากรไซเบอร์แห่งนี้ ถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงและทำลายแพลตฟอร์มระดับนานาชาติที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์จากการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลธนาคาร และรหัสผ่านบัญชีต่างๆ ที่มีความละเอียดอ่อนระดับสูง
แม้ในรายงานการยึดครองครั้งนี้จะไม่ได้ระบุถึงบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเจาะจง แต่เป็นที่ทราบกันดีในวงการว่า ลีกเบส ถือเป็นทายาทอสูรที่ถือกำเนิดขึ้นมาสานต่อ เรดฟอรัมส์ ตลาดมืดไซเบอร์รุ่นพี่ที่ถูกทางการยึดและสั่งปิดไปเมื่อปี 2565 ซึ่ง เรดฟอรัมส์ เคยใช้เป็นแหล่งปล่อยข้อมูลส่วนตัวเชิงลึกที่หลุดรอดออกมาของผู้ใช้งาน เลดเจอร์ บริษัทผู้ให้บริการกระเป๋าเงินคริปโตฮาร์ดแวร์ชื่อดัง ถึง 272,000 รายการ สร้างความสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอย่างหนักในเวลานั้น
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามที่กำลังก่อตัวและพุ่งเป้ามายังอุตสาหกรรมคริปโต โดยในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียว โลกสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเผชิญกับอัตราการรั่วไหลของข้อมูลรหัสผ่านแพลตฟอร์มเทรด การหลุดรอดของข้อมูลจากคนในองค์กร และความพยายามในการโจมตีด้วยเทคนิควิศวกรรมสังคมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
กรณีศึกษาที่ตอกย้ำความหละหลวมนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เมื่อมีรายงานว่ากลุ่มอาชญากรไซเบอร์ได้ติดสินบนพนักงานสัญญาจ้างฝ่ายบริการลูกค้าในต่างประเทศ เพื่อเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่ายภายในของ คอยน์เบส กระดานเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่ การกระทำอุกอาจนี้เปิดทางให้แฮกเกอร์สามารถฉกฉวยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงต้มตุ๋นแบบวิศวกรรมสังคม หรือแม้กระทั่งยกระดับไปสู่การขู่กรรโชกทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง
ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน ความลับในโลกมืดก็ถูกเปิดโปง เมื่อที่อยู่กระเป๋าเงิน บิทคอยน์ เกือบ 60,000 รายการ ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มแรนซัมแวร์ ล็อกบิต ได้ถูกนำมาแฉสู่สาธารณะ หลังจากที่แฮกเกอร์ฝ่ายตรงข้ามสามารถเจาะทะลวงแผงควบคุมเครือข่ายพันธมิตรของกลุ่มดังกล่าวบนดาร์กเว็บได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ชื่อดังที่ใช้ชื่อแฝงว่า เทรดเดอร์เอสซี ได้ออกมาเปิดเผยความจริงอันน่าตระหนกเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า เขาถูกอดีตพนักงานของแพลตฟอร์มการเงิน เรโวลุต ข่มขู่ว่าจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงและข้อมูลส่วนตัวสู่สาธารณะ หากไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ตามที่เรียกร้อง ซ้ำร้ายยังมีการคุกคามลามไปถึงการติดต่อไปยังสมาชิกในครอบครัวของเขาอีกด้วย เหตุการณ์เหล่านี้คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่ชี้ชัดว่า นอกเหนือจากความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาแล้ว การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการบริหารความเสี่ยงทางไซเบอร์ กำลังกลายเป็นโจทย์ชี้เป็นชี้ตายที่ผู้เล่นทุกระดับในตลาดคริปโตต้องรับมืออย่างเด็ดขาดและเร่งด่วนที่สุด