xs
xsm
sm
md
lg

PYLON ชี้ปี 69 ปีทองอุตฯก่อสร้างฐานราก หนุนงานในมืออื้อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:




“ไพลอน ” ชี้ภาพรวมอุตสาหกรรมฐานรากเติบโตต่อเนื่อง และถือว่าเป็นปีทองของ PYLON ที่ปัจจุบันรับงานจนเต็มไปจนถึงช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้แล้ว หนุนรายได้ปีนี้โตต่อเนื่อง ล่าสุดโชว์ฟอร์มแกร่ง ผลงานไตรมาส 4/68 ทำกำไร 71.67 ล้านบาท ทียบปีก่อนหรือเติบโต 1,059% ทำนิวไฮในรอบ 23 ไตรมาส กวาดรายได้ 428.78 ล้านบาท โต 169% จากการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆ ทั้งโครงการภาคเอกชน-ภาครัฐ รับดีมานด์งานฐานรากฟื้นตัว หนุนผลงานปี 2568 กำไรเติบโตแตะ 210.8 ลบ. โตอลังการกว่า 41,954.8% ขณะที่แบ็กล็อกทุบสถิติใหม่ All-Time High นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท





ดร.ชเนศวร์ แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ระดับแนวหน้าของประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมฐานรากปีนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของ PYLON ปัจจุบันบริษัทฯ รับงานเต็มไปจนถึงช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้แล้ว โดยงานส่วนใหญ่เป็นงานภาคเอกชน เช่น โครงการ Mixed Use คอนโดมิเนียม โรงแรม และโรงพยาบาลต่างๆ ขณะที่งานภาครัฐก็มีส่วนร่วมในงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งหากในปีนี้มีงานภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ออกมาเพิ่มเติมซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงครึ่งหลังของปี น่าจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนกลับมาลงทุนมากขึ้น ก็จะเป็นจังหวะดีที่จะเข้ามาเติม Backlog ของบริษัทฯ ในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงปีหน้า โดยภาพรวมการใช้เครื่องจักรในช่วงไตรมาสแรกน่าจะอยู่ที่ประมาณ 18-20 ชุด และทิศทางยังดีต่อเนื่อง

“ปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2570 ธุรกิจก่อสร้างงานฐานรากทั้งเสาเข็มเจาะและกำแพงกันดินมีโอกาสโตต่อเนื่อง นับเป็นปีที่ดีของ PYLON คาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตขึ้นจากปีก่อน ซึ่งหลังจากมีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว บริษัทฯ คาดว่าจะเห็นความต่อเนื่องของนโยบาย เนื่องจากเป็นรัฐบาลชุดเดิม โดยน่าจะเห็นการขับเคลื่อนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ออกมามากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและงานฐานราก” ดร.ชเนศวร์ กล่าว

ล่าสุดบริษัทฯ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 71.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,059% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 16.7% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 428.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169% ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตที่ชัดเจนของบริษัท

สำหรับผลประกอบการของปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 210.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 41,954.8% โดยอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 14.0% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,501.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 82.9% โดยมีการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยโครงการภาคเอกชนที่เป็น Mixed-Use, คอนโดมิเนียม, โรงพยาบาล, Data Center, โรงแรม รวมถึงงานภาคเอกชนอื่นๆ และโครงการภาครัฐ 2 โครงการ ขณะที่รายได้จากงานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) ก็เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สัดส่วนรายได้ Diaphragm Wall : Bored Pile อยู่ที่ 40 : 60

“ผลประกอบการออกมาเป็นที่น่าประทับใจทั้งรายได้และกำไร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่ชัดเจน และด้วยปริมาณงานในมือ (Backlog) ล่าสุด All-Time High อยู่ที่ 2,207.7 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ปี 2569 ให้เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E เพียง 0.35 เท่า Current Ratio 3.66 เท่า มีเงินฝากและกองทุนรวมตลาดเงินซึ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 646 ล้านบาท เทียบกับหนี้ที่มีดอกเบี้ยเพียง 85 ล้านบาท สะท้อนนโยบายดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2545” ดร.ชเนศวร์ กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เห็นสมควรให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้น คิดเป็นอัตราหุ้นละ 0.24 บาท โดยจ่ายเป็นเงินสด กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 17 มีนาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 18 มีนาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม 2569