เงินเฟ้อ ก.พ.69 ลด 0.88% ลบ 11 เดือนติด เหตุน้ำมัน ค่าไฟฟ้า เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผลไม้สดลด ยันไม่มีสัญญาณเงินฝืด รวม 2 เดือน ลด 0.77% ประเมินแนวโน้ม มี.ค.69 ต้องดูผลกระทบน้ำมัน คาดไว้ 3 แนวทาง น้ำมันโลกขึ้น 80 100 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะกระทบเงินเฟ้อ 1-2% 2-3% และมากกว่า 3% จับตากลุ่มอาหารสำเร็จรูปกระทบหนัก รวมถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า สินค้าเกษตร แต่สุดท้ายแล้ว ขึ้นกับนโยบายภาครัฐกำกับดูแล
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ก.พ.2569 เท่ากับ 99.67 เทียบกับเดือน ก.พ.2568 ลดลง 0.88% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับจากเดือน เม.ย.2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง และค่าไฟฟ้าลดลง ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก ส่วนยอดรวม 2 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ก.พ.) ลดลง 0.77%
โดยเงินเฟ้อที่ติดลบติดต่อกัน 11 เดือน ยังไม่มีสัญญาณเงินฝืด เพราะแรงฉุดหลักมาจากเรื่องพลังงาน และมาตรการลดค่าครองชีพภาครัฐ และแม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะติดลบ แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก แสดงว่ามีความต้องการอยู่ ขณะที่การจ้างงาน ก็ยังมี การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็เพิ่มขึ้น โดยรวมไม่มีปัจจัยตัวไหนที่จะบ่งชี้ว่าเป็นเงินฝืด
ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือน ก.พ.2569 สูงขึ้น 0.56% ชะลอตัวลงจากเดือน ม.ค.2569 ที่สูงขึ้น 0.60% รวม 2 เดือน ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.58%
นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อเดือน มี.ค.2569 ต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันว่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางมากน้อยแค่ไหน โดย สนค. ได้ประเมินผลกระทบไว้ 3 แนวทางคือ 1.ราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อ 1-2% และกระทบราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 10% ใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ 2.น้ำมัน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กระทบเงินเฟ้อ 2-3% กระทบราคาอาหารสำเร็จรูป 10% แต่พื้นที่ได้รับผลกระทบจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของทั้งประเทศ และ 3.น้ำมัน 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กระทบเงินเฟ้อมากกว่า 3% กระทบราคาสินค้าอาหารสำเร็จรูป 10% แต่จะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น 50% ของทั้งประเทศ
ทั้งนี้ น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ยังมีผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า ราคาสินค้าเกษตร ที่จะกระทบจากต้นทุนค่าขนส่ง แต่ทั้งหมดนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าขึ้นเท่าไร ต้องดูก่อนว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางจบเร็ว ก็กระทบน้อย ถ้ายาว ก็กระทบมาก ส่วนเงินเฟ้อเดือน มี.ค.2569 ถ้าสุดท้ายแล้วจะพลิกกลับมาเป็นบวก ก็เป็นบวกจากปัจจัยเรื่องพลังงาน ไม่ใช่จากดีมานด์ โดย สนค. จะขอดูตัวเลขเดือน มี.ค.2569 ก่อน ถึงจะพิจารณาว่าจะปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2569 ใหม่หรือไม่
อย่างไรก็ตาม แม้ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ก็ต้องดูว่าภาครัฐจะมีมาตรการบริหารจัดการในเรื่องนี้อย่างไร โดยขณะนี้กระทรวงพลังงานก็บริหารจัดการในเรื่องน้ำมันอยู่ มีการตรึงราคาดีเซล 15 วัน รวมไปถึงค่าไฟฟ้า ที่จะได้รับผลกระทบจากก๊าซธรรมชาติที่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่คงไม่ปรับขึ้นทันที เพราะรัฐมีมาตรการลดค่าครองชีพ โดยลดค่า Ft งวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2569 อยู่ ซึ่งค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาท และยังมีเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ต้นทุนนำเข้าลดลง และราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะฉุดให้เงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น