xs
xsm
sm
md
lg

IMF ห่วงสงครามยืดเยื้อกระทบเศรษฐกิจโลก ผู้ว่าธปท.พร้อมออกมาตราการเพิ่มเติม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



IMFหวั่นสงครามตะวันออกกลางบานปลายกระทบเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานพุ่ง การค้าการเดินทางหยุดชะงัก ด้านธปท.ติดตามสถานการณ์สงครามอย่างใกล้ชิตประเมินผลกระทบจีดีพีเพียง 0.1-0.2% พร้อมออกมาตรการเพิ่มเติมหากสถานการณ์บานปลาย

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ( IMF) เปิดเผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั่วโลกให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิต เรื่องที่น่ากังวลสงครามจะลากยาวแค่ไหน และจะคลี่คลายได้เร็วเพียงใด โยผลกระทบจะส่งผ่านมา 3 ทางคือ ราคาพลังงาน เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งพลังงานของโลก ความเชื่อมั่นของตลาด ความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นไม่เป็นผลดีต่อการลงทุนและการบริโภค และการหยุดชะงักของการเดินทาง การท่องเที่ยว และการค้า ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

“ทั้งเรื่องพลังงาน ความเชื่อมั่น และ การเดินทางที่หยุดชะงัก เป็นการสะท้อนว่าส่งผลกระทบไปไกลกว่าตะวันออกกลาง ซึ่งผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อเพียงใด เชื่อว่าเราจะหาทางออกได้ในเร็วๆ นี้ “

ธปท.หว่งกระทบจีดีพีไทย พร้อมออกมาตราการเพิ่มเติม

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ติดตามสถาณการณ์สงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิต และประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง โดยการประเมินเบื้องต้น ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) บ้าง ในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Net Importer) แต่อยู่ในระดับที่ไม่มากนัก สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยปัจจุบันยังเข้มแข็ง โดยต้องประเมินต่อว่าจะบานปลายแค่ไหน ซึ่งคาดว่าอาจทำให้ GDP ลดลงบ้างประมาณ 0.1 - 0.2% ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนที่กระทบมาก คือ อัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาน้ำมันมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อประมาณ 13% รวมถึงอาจมีผลกระทบทางอ้อมอื่นๆ ตามมา ธปท.ประเมินเงินเฟ้อของไทยอยู่ที่ 0.2-0.3% ซึ่งยังอยู่ในระดับทีต่ำ ดังนั้นการที่เงินเฟ้อจะปรับสูงขึ้นบ้างก็ยังอยู่ในระดับที่สามารถที่ดูแลได้”นายวิทัย กล่าว

ภาพรวมประเทศไทย มีความแข็งแกร่ง เงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูงมีเสถียรภาพ ซึ่งจะเป็นกันชน(Cushion/Buffer) ที่ดีในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนและการเคลื่อนย้ายเงินทุน ปัจจุบันตลาดเงินอาจจะมีความผันผวนมาก ก็เป็นปกติ เชื่อว่าอีก 2-3 วันก็กลับมาเป็นปกติ และก็เข้ามาดูประเมินอีกว่าผลกระทบต่อราคาน้ำมัน จากการปิดช่องแคบจะยาวนานแค่ไหน แต่มองตอนนี้ยังอยู่ในจุดที่ควบคุมได้ แต่หากมีความรุนแรงหรือสถานการณ์มีความยื้ดเยื้อ ธปท.พร้อมเข้าไปดูแลและออกมาตรการเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ ธปท. ได้มีการหารือกับธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ดูแลลูกค้าที่ทำธุรกรรมกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจน้ำมัน ซึ่งแต่ละธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือรองรับอยู่แล้ว