xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าของ‘น้ำตาลราชบุรี’ทุ่มพันล.ซื้อโรงแรมใหม่ ‘เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


(ซ้ายมือ) ดร.อารยา  และ ดร.สุนทร อรุณานนท์ชัย
ดร.สุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ส แอนด์ เอ เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด ถือเป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้าของไทย ที่มีบทบาทสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม เป็นผู้วางรากฐานสำคัญให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม และนิคมอุตสาหกรรมของเครือบริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) เติบโตยิ่งขึ้น

ขณะที่ในธุรกิจของครอบครัว “อรุณานนท์ชัย” เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำตาล (น้ำตาลราชบุรี) ซึ่งประกอบด้วย โรงงานน้ำตาล, โรงงานเอทานอล และโรงงานผลิตไฟฟ้า ภายใต้บริษัท เอ็ส แอนด์ เอเอ็นเทอร์ไพรส์ รุกเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมด้วยการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ซื้อโรงแรมเก่า (ลิตเติ้ลดั๊ก) บนที่ดิน 23 ไร่ ที่สร้างมานาน 30 กว่าปี มาปรับปรุงใหม่หมด ภายใต้ชื่อ โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น ซึ่งได้เปิดดำเนินการมาแล้ว ปัจจุบันอัตราการเข้าพักดีต่อเนื่อง เฉลี่ยทั้งปีเกินกว่า 50%

ล่าสุดทางครอบครัว ได้เพิ่มโอกาสในการลงทุนในธุรกิจโรงแรมเพิ่มเติม โดยการเข้าซื้อโรงแรมขนาดใหญ่ สร้างดีมาก ในจังหวัดขอนแก่น พร้อมรีแบรนด์ “โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น” เพื่อเตรียมก้าวสู่บทใหม่อย่างเป็นทางการในนาม The Heritage Grand Khon Kaen Hotel and Convention (เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น) แบรนด์ของคนไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น
“ผมมีความผูกพันกับเมืองขอนแก่นมาก เป็นอาจารย์สอนพิเศษมากว่า 30 ปี และเขียนหลักสูตร MBA ให้กับมหาวิทยาลัย เรียกได้ว่า ทางครอบครัวไปจ.ขอแก่นมาตลอด 30 ปี และผมมีความรู้สึกผูกพันกับโรงแรม จึงตัดสินใจซื้อโรงแรมช่วงปลายปี 2567 เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการออกแบบจากศิลปินแห่งชาติ โรงแรมที่หายาก ต้องยกเครดิตให้กับผู้ลงทุนครั้งแรก ตัวโรงแรมสร้างเต็มพื้นที่ทั้งหมด 9 ไร่ เนื่องจากนักลงทุนรายแรกมีความพร้อม ทุกอย่างสมบูรณ์มาก มีที่จอดรถถึง 300 คัน พื้นที่รวมภายในอาคารทั้งหมดมากถึง 66,000 ตารางเมตร โดยโรงแรมดังกล่าวก่อสร้างตั้งแต่ปี 2536 มีเชนดังระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น แอสคอทท์ (Ascott) และ Pullman Khon Kaen (พูลแมน ขอนแก่น) ที่บริหารโรงแรมมาครบรวม 30 ปี ซึ่งสัญญาได้หมดลง และทางครอบครัว อรุณานนท์ชัย ได้เข้าไปลงทุน และทำการรีแบรนด์ใหม่” ดร.สุนทร กล่าว

ซึ่งหลักสำคัญของการรีแบรนด์ ครั้งนี้ ไม่เพียงเปลี่ยนชื่อโรงแรม แต่ยังเป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาด (Re-positioning) สู่ตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจและการจัดงานระดับมืออาชีพ หรือ MICE ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคบริการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียง เหนือนับจากปี 2564 และมีจำนวนนักท่องเที่ยวของภาคนี้ในปี 2568 ประมาณ 1.2 แสนคน คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 4.6%

ขณะเดียวกัน การรีแบรนด์ในครั้งนี้ ยังมุ่งสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ความภาคภูมิใจของเมืองขอนแก่น และบทบาทของโรงแรมในฐานะศูนย์กลางการประชุมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมยกระดับมาตรฐานโรงแรมสัญลักษณ์ใจกลางเมืองขอนแก่นให้สอดรับกับทิศทางการเติบโตของเมือง และ “ยกเครื่อง” ทั้งระบบเครื่องจักรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งหมด เพื่อเดินหน้าสู่การเป็น “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) อย่างเต็มรูปแบบ


ด้านดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ส แอนด์ เอ เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด การที่บริษัทฯ ลงทุนในโครงการนี้ด้วยมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดขอนแก่น ในฐานะเมืองศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจบริการได้ขยับบทบาทจากการเป็น “ฐานการผลิตภาคเกษตรและแรงงาน” สู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลจิสติกส์ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” ที่สำคัญ เมื่อโฟกัสเฉพาะที่ขอนแก่นก็จะพบว่า ขอนแก่นเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่เติบโตเร็ว มีหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจจำนวนมาก สถาบันการศึกษาที่สำคัญหลายแห่ง เป็น “เมืองแห่งการเรียนรู้” (City of Learning) และมีการจัดกิจกรรมระดับประเทศจำนวนมาก

การรีแบรนด์ครั้งสำคัญนี้ ด้วยชื่อแบรนด์ “เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์” นั้นเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการโรงแรม เดอะ เฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น และต้องการสร้างแบรนด์โรงแรมของคนไทย ซึ่งคนไทยมีจุดเด่นของ “ความเป็นเจ้าบ้านที่ดี” (Hospitality)

“เราเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรม จนกลายมาเป็นเจ้าของโรงแรม ครอบครัวเราลงทุนโรงแรมเป็นสิ่งที่ดี ขอนแก่นจะเจริญกว่านี้ เพราะมีนักศึกษาจำนวนมาก มีบุคลากร มีแพทย์จำนวนมาก การรีแบรนด์ เพราะเราต้องการสร้างแบรนด์คนไทยให้มีชื่อเสียง สมัยก่อนเรื่องระบบเทคโนโลยีต่างๆ ต้องใช้เวลาเรียนรู้ แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยี กว้างกว่าเดิม”ดร.อารยา กล่าว


ทั้งนี้ โรงแรมเดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่นฯ เป็นอาคารขนาดใหญ่ 25 ชั้น มีห้องพักประมาณ 300 ห้อง ด้วยขนาดพื้นที่ 40 - 65 ตร.ม. ซึ่งกว้างขวางกว่าโรงแรมทั่วไปที่มีพื้นที่ไม่เกิน 30 ตร.ม. และห้องเพ้นท์เฮ้าส์พื้นที่ 600 ตารางเมตร ที่มี 5 ห้องนอน

นอกจากนี้ ยังมีโฮไลท์สำคัญที่ห้องคอนเวนชั่นขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำหรับตลาดการประชุมสัมมนา (MICE) ด้วยความจุมากกว่า 1,800 คน และ ห้องประชุมย่อยกว่า 10 ห้อง รองรับตลาดประชุม และอีเวนต์ระดับภูมิภาค, Kronen Brauhaus ต้นตำรับเบียร์แบบไมโครบริวรายแรกในอีสาน ซึ่งใช้เทคโนโลยีเครื่องกลั่นทองแดงจากเยอรมนี ควบคุมคุณภาพใกล้ชิดโดย Master Brewer เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มละมุนตามมาตรฐาน Purity Law ที่พร้อมเสิร์ฟคู่เมนูอาหารเยอรมันต้นตำรับ, ห้องอาหารจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น ฯลฯ

ดร.สุนทร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการรีโนเวทครั้งนี้ ใช้งบกว่า 100 ล้านบาท ทางบริษัทฯ ได้ปรับปรุงโครงสร้างหลักของอาคารที่มีอายุกว่า 30 ปี และระบบต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน และยกระดับมาตรฐานสู่แนวทางโรงแรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Hotel โดยเฉพาะระบบเครื่องจักรหลักทั้งหมด อาทิ ระบบคูลลิ่งทาวเวอร์ เพื่อประสิทธิภาพการระบายความร้อน และลดภาระการทำงานของระบบชิลเลอร์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบปรับอากาศ การติดตั้งระบบฮีทปั๊ม เพื่อลดการใช้พลังงานของระบบความร้อน และนำระบบบอยเลอร์ประสิทธิภาพสูงมาใช้งาน ตลอดจนการติดตั้งระบบควบคุมอัจฉริยะภายในห้องพัก เพื่อควบคุมการใช้ไฟฟ้าและตัดระบบปรับอากาศอัตโนมัติเมื่อไม่มีผู้เข้าพัก และสามารถปรับอุณหภูมิที่เหมาะสมได้ การติดตั้งเครื่องจักระบบ Laundry ที่นำเทคโนโลยีบริหารจัดการอุณหภูมิน้ำ และสารทำความสะอาดแบบอัจฉริยะ เพื่อลดการใช้พลังงาน น้ำและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“ ตอนที่เราซื้อมา ก็ต้องลงทุน เพราะค่าไฟสมัยก่อนไม่แพงเหมือนปัจจุบัน เราต้องปรับให้เข้ากับการประหยัดพลังงาน ที่ทางรัฐบาบสนับสนุน ”ดร.สุนทร กล่าว

ดร.สุนทร กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นถูกวางตำแหน่งให้เป็นหัวหอกสำคัญ ภายใต้แผนพัฒนา "Khon Kaen Smart City 2029" โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า ขอนแก่นมีความแข็งแกร่งใน "4 ธุรกิจบริการแห่งอนาคต" อันประกอบด้วย ธุรกิจสุขภาพ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทั้งสี่กลุ่มนี้มีสัดส่วนรายได้รวมกันเกือบร้อยละ 50 ของกิจกรรมบริการทั้งหมดในภาคอีสาน

หนึ่งในแนวโน้มที่ชัดเจนที่สุดในขอนแก่นคือการเติบโตของธุรกิจบริการด้านสุขภาพ ธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าเริ่มมีสัญญาณของกลุ่มลูกค้าจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกือบร้อยละ 10 ที่เดินทางมารับบริการทางการแพทย์ในขอนแก่น โคราช และอุดรธานี เนื่องจากราคาที่ถูกกว่าและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ทัดเทียมกับส่วนกลาง โดยขอนแก่นมีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการผลิตบุคลากรและนวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนในโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ เช่น การลงทุนของโรงพยาบาลสินแพทย์มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท

โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit - LRT) ในขอนแก่นไม่ใช่เพียงแค่โครงการขนส่งมวลชน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดโครงสร้างเมืองใหม่ (City Structure Layout) เพื่อรองรับการลงทุนในภาคบริการระดับสูง การจัดตั้งบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) โดยกลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่นเป็นโมเดลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญในฐานะการพัฒนาพื้นที่โดยใช้ "ประชารัฐ" เป็นแรงขับเคลื่อน นอกจากนี้ ขอนแก่นยังประสบความสำเร็จในการเป็น MICE City (Meeting, Incentive, Convention, Exhibition) โดยมีการจัดงานประชุมและนิทรรศการที่สร้างรายได้หมุนเวียนจำนวนมาก

Impiana Resort Chaweng Noi ( อิมเพียนา รีสอร์ท เฉวงน้อย) รีสอร์ทระดับ 4 ดาวสไตล์บูติก อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ในส่วนของแผนลงทุนโรงแรมใหม่นั้น ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้ตัดสินใจทุ่มงบ 500 ล้านบาท ซื้อ Impiana Resort Chaweng Noi ( อิมเพียนา รีสอร์ท เฉวงน้อย) รีสอร์ทระดับ 4 ดาวสไตล์บูติก ตั้งอยู่บนชายหาดเฉวงน้อย ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ชายหาดเงียบสงบ และ สวยงามบนเกาะสมุย ซึ่งในเว็บไซต์ระบุ มี 96 ห้อง ยังทำราคาได้ดี คาดจะให้ผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในระยะอันรวดเร็ว เนื่องจากท่องเที่ยวเกาะสมุนเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 90%

“ประเทศไทยท่องเที่ยวดี มีคนมานำโรงแรมมาเสนอขาย พัทยา ก็มี ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ใครจะกู้เงิน ก็ไม่คุ้ม คนทำธุรกิจลำบาก การที่เจ้าของทุนขายโรงแรมไป ก็เพื่อนำเงินไปรันธุรกิจหลักของตนเอง ”

โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น