xs
xsm
sm
md
lg

วิกฤตอิหร่านดันยอดถอนคริปโตพุ่งทะยาน สัญญาณเงินทุนไหลออกหนีสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางปะทุเดือด ดันยอดถอนคริปโตจาก โนบิเท็กซ์ กระดานเทรดเบอร์หนึ่งอิหร่านพุ่งทะยานกว่า 700% ภายในไม่กี่นาทีหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลเปิดฉากถล่มเตหะราน สะท้อนภาวะตื่นตระหนกและสัญญาณ เงินทุนไหลออก หนีตายสงคราม ทว่านักวิเคราะห์เสียงแตก เมื่อ ทีอาร์เอ็ม แล็บส์ แย้งข้อมูลชี้รัฐบาลเตหะรานงัดมาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตสกัดความเคลื่อนไหว จนปริมาณธุรกรรมดิ่งเหว สะท้อนภาพความเปราะบางของระบบการเงินภายใต้เงาชะตากรรมสงครามและมาตรการคว่ำบาตร

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้ส่งแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่เข้าสู่ระบบการเงินดิจิทัลของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลล่าสุดจาก เอลลิปติก (Elliptic) บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนชั้นนำ เปิดเผยว่า พบความผิดปกติของกระแสเงินทุนบน โนบิเท็กซ์ (Nobitex) ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยมียอดการถอนเงินคริปโตพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันทันทีที่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเริ่มต้นขึ้นเหนือกรุงเตหะรานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในรายงานฉบับวันจันทร์ เอลลิปติก ระบุว่า ยอดการถอนคริปโตออกจากกระดานเทรด โนบิเท็กซ์ ทะยานขึ้นกว่า 700% คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังเสียงระเบิดลูกแรกดังขึ้น และเมื่อพิจารณากราฟแสดงความเคลื่อนไหวจะพบว่า ยอดการไหลออกของเงินทุนได้พุ่งแตะระดับเกือบ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในชั่วโมงต่อมาของวันเดียวกัน

เอลลิปติก วิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ว่า การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของยอดถอนเงิน มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นสัญญาณของ ภาวะเงินทุนไหลออก (Capital Flight) จากอิหร่าน โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้นพบว่า เงินทุนจำนวนมากถูกโอนย้ายไปยังศูนย์ซื้อขายคริปโตในต่างประเทศ ซึ่ง เอลลิปติก ชี้ว่า วิธีการนี้ช่วยให้เม็ดเงินสามารถเคลื่อนย้ายออกจากอิหร่านได้โดยหลบเลี่ยงการตรวจสอบที่เข้มงวดของระบบธนาคารทั่วโลก

ปริมาณเงินคริปโตที่ไหลออกจาก Nobitex ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงวันที่ 1 มีนาคม แหล่งที่มา: Elliptic
อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้าน ข้อมูลจาก ทีอาร์เอ็ม แล็บส์ (TRM Labs) อีกหนึ่งบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์คริปโต กลับนำเสนอข้อมูลที่ขัดแย้งกันในมิติของผลลัพธ์ โดยระบุว่า แม้จะมีการตื่นตระหนกในช่วงแรก แต่ยอดการไหลออกของคริปโตจาก โนบิเท็กซ์ กลับดิ่งลงอย่างรุนแรงหลังจากวันเสาร์ สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลอิหร่านใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet Blackouts) เพื่อควบคุมสถานการณ์ความมั่นคง

ทีอาร์เอ็ม แล็บส์ ตั้งข้อสังเกตว่า การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของอิหร่านลดลงเหลือเพียงประมาณ 1% หรือหายไปเกือบ 99% ทันทีที่ความขัดแย้งปะทุขึ้น พร้อมทั้งโต้แย้งข้อสรุปเรื่องการไหลออกของเงินทุนของ เอลลิปติก โดยระบุว่า

ดูเหมือนว่าระบบนิเวศคริปโตของประเทศไม่ได้แสดงสัญญาณของการเร่งตัวหรือภาวะเงินทุนไหลออกอย่างที่เข้าใจ แต่กลับกำลังเผชิญกับภาวะถดถอยทั้งในแง่ของจำนวนธุรกรรมและปริมาณการซื้อขาย เนื่องจากรัฐบาลบังคับใช้มาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด

ปรากฏการณ์กระแสเงินทุนไหลออกนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ภายหลังการโจมตีเป้าหมายในกรุงเตหะรานและการตอบโต้กลับของฝ่ายอิหร่าน ซึ่ง โนบิเท็กซ์ ในฐานะกระดานเทรดที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 87% ของปริมาณธุรกรรมคริปโตในประเทศ จึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการเงินที่สำคัญ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มนี้รองรับธุรกรรมมูลค่าสูงถึง 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากฐานผู้ใช้งานกว่า 11 ล้านราย

นอกจากภัยสงครามแล้ว ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เปราะบางยังเป็นตัวเร่งให้ชาวอิหร่านหันมาพึ่งพาคริปโต เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บออมมูลค่าและเคลื่อนย้ายเงินทุน เพื่อเอาตัวรอดจากระบบธนาคารที่ล้มเหลวและมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติที่กดทับประเทศมาอย่างยาวนาน

วิกฤตศรัทธาในสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมสะท้อนชัดเจนจากกรณีการล้มละลายของ ธนาคารอายันเดห์ (Ayandeh Bank) หนึ่งในธนาคารเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังแบกรับผลขาดทุนสะสมกว่า 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหนี้สินเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลกระทบต่อลูกค้ากว่า 42 ล้านราย ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารกลางอิหร่านยังเคยออกคำเตือนเมื่อปีที่แล้วว่า ยังมีธนาคารท้องถิ่นอีก 8 แห่งที่มีความเสี่ยงจะถูกสั่งปิดกิจการหากไม่เร่งปฏิรูปโครงสร้าง

อย่างไรก็ดี แม้คริปโตจะเป็นทางออก แต่ก็ไม่ใช่หลุมหลบภัยที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะตัวกลางอย่าง โนบิเท็กซ์ เองก็เพิ่งเผชิญกับมรสุมจากการถูกแฮกเจาะระบบเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่า ชาวอิหร่านกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งจากภัยสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ และความเสี่ยงทางไซเบอร์ในโลกการเงินดิจิทัล