นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ประเมินไฟสงครามตะวันออกกลาง อาจลุกลามกระทบเศรษฐกิจไทย จับตาต้นทุนราคาน้ำมัน ราคาวัสดุก่อสร้างพุ่ง เร่งเจรจาผู้ผลิตในประเทศรายใหญ่ คงราคาสร้างบ้านในออเดอร์เดิม ยอมรับ สมาชิกสมาคมฯต้องแบกรับความเสี่ยงส่วนต่างราคาช่วง 8-12 เดือนข้างหน้า หากสงครามไม่จบเร็ว! ลั่นงาน ”รับสร้างบ้านโฟกัส 2026 : สร้างบ้านสะท้อนตัวตน” กวาดยอดจอง 3,500 ล้านบาท
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) กล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางตอนนี้ ว่า น่าจะมีผลกระทบไม่มากก็น้อย ต้องดูว่าสงครามกระทบกับเศรษฐกิจไทยมากน้อยแค่ไหน ดังนั้น ต้องมองที่นโยบายของรัฐบาลตอนนี้ จะมีมาตรการออกมาเสริมสร้างให้กับผู้บริโภคเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เกิดความเชื่อมั่น กล้าใช้เงินน้อยแค่ไหน
“เรามองสงครามไม่น่าจะจบเร็วๆนี้ ซึ่งผลสงครามนั้น ผู้บริโภคอาจจะมองเรื่องสร้างบ้านแพงขึ้น ถ้าแพงขึ้น แน่นอน ผู้บริโภคจะชะลอการตัดสินใจ หรือ ถ้าผู้บริโภคคิดว่าพร้อมจะใช้เงินหรือยัง และราคาก็มีผล ถ้าผู้บริโภคจะสร้างบ้านอยู่แล้ว ก็ตัดสินใจ ถ้าราคาในกลุ่ม 20 ล้านบาทขึ้นไป กลุ่มนี้อาจจะไม่สร้างบ้านตอนนี้ เพราะต้องการความมั่นใจก่อน อาจะชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน แต่ถ้าเป็นกลุ่มผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ SME เพื่อยกระดับฐานะ สะท้อนเรื่องความสำเร็จในหน้าที่การงาน ธุรกิจ มีเงินมากพอ ก็อาจจะเลือกสร้างในตอนนี้ ก็ได้ ตอนนี้ ได้ราคาสร้างบ้านที่คุ้มค่า ตอนนี้ ผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้าน ต้องแบกรับต้นทุนมากกว่าเดิม เพราะจากเดิมที่เศรษฐกิจไทยเติบโตที่ต่ำกว่าร้อยละ 2 มาเจอภาวะสงครามที่มากระทบกับประเทศไทยอีก สองเด้ง ยิ่งทำให้เกิดปัจจัยลบมากยิ่งขึ้น”นายอนันต์กร กล่าวและขยายความถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นว่า
ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และการขนส่ง ต้องมาพิจารณาเรื่องของต้นทุนราคาน้ำมัน พลังงานไฟฟ้า ในการผลิต จะมีส่วนสำคัญผลักดันให้ราคาวัสดุก่อสร้างขึ้นตามไปด้วย และยังมีวัสดุบางประเภทที่ต้องนำเข้า ค่าขนส่งแพงตามด้วย ปัญหาตรงนี้ เรายังประเมินไม่ได้ว่า ต้นทุนจะปรับสูงแค่ไหน ซึ่งในตอนนี้ ผู้ผลิตรายใหญ่ในไทย มีการทยอยรับราคาขึ้น โดยทางสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้มีการหารือและเจรจาผู้ผลิตรายใหญ่ ขอให้งานรับสร้างบ้านของสมาชิกสมาคมฯที่มีการเซ็นสัญญาไปแล้ว คงราคาต้นทุนเดิมไว้ก่อน
เรื่องของค่าแรง ถ้าราคาวัสดุปรับขึ้นราคา ค่าครองชีพจะขึ้นตาม และเราไม่มั่นใจ รัฐบาลจะมีการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต่ออีกหรือไม่ ตรงนี้มีความเสี่ยง และ ความเสี่ยงเรื่อง ราคาน้ำมัน ที่จะกลายเป็นเรื่องต้องมาพิจารณาถึงผลกระทบต่อตลาดรับสร้างบ้านที่จะไปกระทบกับลูกค้า
นายปริญญา ธนินถิรากุล อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ตอนนี้ ผู้บริโภคมองเรื่องความเชื่อมั่นมากกว่าเรื่องของราคา และเรื่องของสแกมเมอร์ ก็มีผลต่อความเชื่อมั่น กระทบความไว้วางใจต่อผู้บริโภคในทุกๆเซกเมนต์ ขณะที่ เรื่องของสงครามตะวันออกลาง แน่นอนว่า ทำให้ราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ทองคำ บ้านแพง น้ำมัน โลหะ และ อลูมิเนียม ปรับตัวแพงขึ้น
“ตอนนี้ไม่สามารถประเมินได้ว่า ในอีก 8-12 เดือนข้างหน้า ต้นทุนต่างๆ จะปรับขึ้นมากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ บริษัทรับสร้างบ้าน ต้องแบกรับส่วนต่างของต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ทั้งหมดแล้ว ให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ สมาชิกสมาคมฯยึดมั่นส่งมอบบ้านให้กับลูกค้าแน่นอน” นายปริญญา กล่าว
นายอนันต์กร กล่าวย้ำว่า แม้ปัจจัยทางเศรษฐกิจ จะส่งผลให้มูลค่าตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านของบริษัทสมาชิกในปี 2568 จะอยู่ที่ 9,885 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 18 % เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท แต่ในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท กลับมีการเติบโตสวนกระแสถึง 16 % ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ "คิดนาน ข้อมูลแน่น" และให้ความสำคัญกับคุณภาพงาน รวมถึงประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้จริง
สำหรับการจัดงาน”รับสร้างบ้านโฟกัส 2026 : สร้างบ้านสะท้อนตัวตน” ระหว่างวันที่ 18-22 มี.ค.นี้ ณ. ณ ฮอลล์ 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ทางสมาคมฯได้ตั้งเป้ายอดจอง ซึ่งเป็นตัวเลขก่อนที่จะเกิดเหตุสงครามในตะวันออกกลาง ไว้ที่ 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นเป้ายอดจองในงาน 2,500 ล้านบาท และหลังงาน 1,000 ล้านบาท ทาสมาคมฯก็คาดหวังว่า ผู้บริโภคเมื่อรับรู้ข่าวสาร ถึงสถานการณ์และแนวโน้มราคาบ้านจะสูงขึ้น ก็อาจจะทำให้ตัวเลขสูงกว่าเป้าที่วางไว้ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมงานกว่า 10,000 คน ตลอด 5 วันของการจัดงาน และความพิเศษของการจัดงานครั้งนี้ ธุรกิจรับสร้างบ้านของกลุ่มบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมออกบูธกับทางสมาคมฯเป็นครั้งแรก.