xs
xsm
sm
md
lg

ส่องกลยุทธ์บริหารคน-องค์กร “ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด” บนรากฐาน 127 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


นางสาวเพียงจิต ศรีประสาธน์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด
เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาของ Suntory Philosophy Month เพราะเป็นเดือนแห่งการก่อตั้ง “ซันโทรี่” โดย “ชินจิโร่ โทริอิ” และในปี 2569 กิจการแห่งนี้ดำเนินมาอย่างแข็งแกร่งครบรอบ 127 ปี

นางสาวเพียงจิต ศรีประสาธน์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า กล่าวว่า "Suntory Philosophy Month" ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานทั่วโลกร่วมกันทบทวน ทำความเข้าใจ และซึมซับปรัชญาองค์กรของกลุ่มบริษัทซันโทรี่ ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่ยึดถือร่วมกันมาอย่างยาวนาน ไม่เพียงเฉพาะในการปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการดำเนินชีวิต เพื่อร่วมกันสร้างความสุข แรงบันดาลใจ และคุณค่าให้แก่ตนเองและผู้คนรอบข้าง ผ่านสินค้า บริการ และกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร ภายใต้เป้าหมาย “เพื่อจุดประกายความสดใสของชีวิต ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้ผู้คนได้อยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล”


หลักปรัชญาของซันโทรี่ ประกอบด้วย ค่านิยมหลัก 3 ประการ ได้แก่ “Growing for Good” ซึ่งหมายถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและพนักงานไปพร้อมกัน “Yatte Minahare” จิตวิญญาณของผู้กล้าลงมือทำ กล้าคิด กล้าลอง ไม่หวั่นกลัวต่อความผิดพลาด และ “Giving Back to Society” การตอบแทนคุณค่ากลับคืนสู่สังคม

ค่านิยมนี้เป็นกรอบสำคัญในการดำเนินงานที่ทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายในระยะยาว โดยนอกจากนำมาเป็นรากฐานในการดำเนินธุรกิจแล้ว บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ยังนำมาปรับใช้ในการออกแบบนโยบายและกลยุทธ์ด้าน People & Culture อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ “Growing for Good” ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน การส่งเสริมการเติบโตในสายอาชีพ และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง ที่เปิดโอกาสให้ความแตกต่างหลากหลายถูกนำมาใช้เป็นพลังในการสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าให้แก่พนักงาน องค์กร และสังคม ควบคู่กับการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ผ่านการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้พนักงานสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน


นางสาวเพียงจิต กล่าวว่า บริษัทฯ ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน People & Culture ผ่าน 4 กลยุทธ์ ดังนี้ 1) พัฒนาศักยภาพบุคลากร (Talent) โดยเสริมทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ผ่านการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ทั้ง On-site และ Online เพื่อเตรียมพนักงานให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในโลกธุรกิจ ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ Global Suntory University Program , Project-based Learning และ Design Thinking Hackathon , โครงการ Sales Trainee, Management Trainee และ Digital Academy เป็นต้น

2) สร้างองค์กรที่เป็นหนึ่งเดียวภายใต้แนวคิด One Suntory ผ่านการวางรากฐานด้านสวัสดิการและระบบบริหารบุคลากรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในกลุ่มบริษัทซันโทรี่ในประเทศไทย ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานอย่างรอบด้าน ทั้งในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ การเสริมสร้างความผูกพันและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพของพนักงานในการกำหนดแนวทางการประเมินผลงาน และวางทิศทางการเติบโตในสายอาชีพอย่างชัดเจน

3) ปลูกฝังวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงจิตวิญญาณของผู้ชนะ หรือ Unleash the Winning Spirit (Culture)
โดยขับเคลื่อนวัฒนธรรมผ่าน Suntory Leadership Spirit (SLS) และแนวทางการทำงานแบบ PACED ซึ่งประกอบด้วย Performance Driven ขับเคลื่อนด้วยผลงาน Agile มีความคล่องตัว Consumer Centric ขับเคลื่อนด้วยความต้องการของผู้บริโภค Empowered เสริมสร้างศักยภาพในการตัดสินใจ และ Disciplined ยึดมั่นในวินัย

โดยทั้งหมดนี้ ดำเนินภายใต้หลักการ “DE&I” หรือ Diversity, Equity & Inclusion คือเรื่องความหลากหลาย ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกันโดยไม่แบ่งแยก ตามแนวคิด “Uniquely Me, Growing as One” เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจให้ทุกคนกล้าแสดงความคิดเห็น และใช้ความแตกต่างเป็นพลังสร้างสรรค์

4) ยกระดับ EVP (Employee Value Proposition) และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรเพื่อดึงดูดบุคลากรชั้นนำ ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้าน Employer Branding ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา การเข้าร่วมเวทีรางวัลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่อง และการดำเนินโครงการความยั่งยืน เช่น โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ : เรารักษ์น้ำ” เพื่อสะท้อนการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม

 โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ : เรารักษ์น้ำ”
นางสาวเพียงจิต ย้ำว่า การสร้างองค์กรที่น่าทำงานด้วย ต้องเริ่มจากแนวคิดที่ให้ “พนักงานเป็นหัวใจของทุกสิ่งที่เราทำ” เพื่อสร้างประสบการณ์และวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ผ่านการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของความต้องการพื้นฐานและความต้องการทางจิตใจ โดยเรามอบผลตอบแทนและสวัสดิการที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด พร้อมมาตรฐานเดียวกันในกลุ่มบริษัทซันโทรี่ในประเทศไทย ควบคู่กับการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานทั้งกายและใจ ผ่านโครงการ Employee Wellbeing กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต รวมถึงนโยบาย Flexi Work Arrangement เช่น Work from Anywhere, Flexi Hour และ Flexi Benefits เพื่อสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและโอกาสการเติบโตของพนักงานทุกระดับ ผ่าน Learning & Development และโอกาสในสายอาชีพระดับสากล

 โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ : เรารักษ์น้ำ”
นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็น “พื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ” ภายใต้หลักการ “DE&I” ตามแนวคิด “Uniquely Me, Growing as One” คือการเป็นตัวเองและเติบโตไปด้วยกัน ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง เช่น DE&I Troop เวิร์คช็อป และการอบรมด้านความหลากหลาย รวมถึงเปิดโอกาสให้พนักงานจากหลากหลายกลุ่มมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการเติบโตขององค์กร ผ่านกิจกรรม ExCom Connect, Townhall และ Employee Engagement Survey เพื่อให้พนักงานทุกเจเนอเรชันกล้าเป็นตัวเอง กล้าแสดงความคิดเห็น และกล้าตัดสินใจ

ยิ่งกว่านั้น บริษัทฯ ยังปลูกฝังความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและความภาคภูมิใจในองค์กร ควบคู่กับการตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง ด้วยการปลูกฝังวัฒนธรรมการชื่นชมผ่าน SunnyStars แพลตฟอร์มการยกย่องชื่นชมในรูปแบบออนไลน์ ส่งเสริมบทบาท Brand Ambassador ผ่านแคมเปญ Mugi No Ne ตลอดจนสนับสนุนให้พนักงานร่วมเป็นจิตอาสาในโครงการด้านความยั่งยืนและการตอบแทนสังคม สอดคล้องกับค่านิยม “Giving Back to Society”

รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia
ทั้งนี้ ความสำเร็จด้านการบริหารบุคลากรของบริษัทฯ สะท้อนผ่านเสียงของพนักงานภายในองค์กรและการยอมรับจากหน่วยงานภายนอกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผลการสำรวจความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Survey) ในปี 2566 และ 2568 โดยจุดแข็งขององค์กรที่พนักงานให้คะแนนสูงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การนำผลการสำรวจไปต่อยอดสู่การดำเนินการเพื่อพัฒนาองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม และการสนับสนุนให้พนักงานสามารถบริหารจัดการงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการปรับระบบการทำงานในสายงานต่างๆ ให้เรียบง่าย ลดความซับซ้อน ให้ความสำคัญกับการประชุมที่มีประสิทธิภาพ และนโยบาย Flexi Work Arrangement ที่ส่งเสริมรูปแบบการทำงานแบบยืดหยุ่น

รวมถึง การได้รับการยอมรับผ่านรางวัลจากหลากหลายเวทีสำคัญ อาทิ รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia (ปีที่ 3) , รางวัล HR Excellence Awards ด้าน Corporate Wellness (Silver) รางวัล Top50 Companies in Thailand 2026 โดย WorkVenture และรางวัล Impact Recognition – Corporate Social Impact Awards จาก AMCHAM (ต่อเนื่องปีที่ 2) เป็นต้น ./

รางวัล Top50 Companies in Thailand 2026 โดย WorkVenture