xs
xsm
sm
md
lg

สนค.ลงพื้นที่ภาคกลาง ผลักดันเกษตรกรปลูกข้าวมูลค่าสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สนค.ลงพื้นที่ปลูกข้าวภาคกลาง นครปฐม สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา ผลักดันเกษตรกรปลูกข้าวมูลค่าสูง กลุ่มข้าวรักษ์โลก ส่วนผลหารือภาครัฐ เกษตรกร ได้ข้อสรุป 5 มาตรการขับเคลื่อน ผลักดันปลูกข้าวฟื้นฟูนิเวศน์ รัฐช่วยเชื่อมโยงซื้อขาย จัดโซนนิ่งปลูก ช่วยลดต้นทุน และลดระยะเวลาเครดิตเทอมให้สั้นลง เผยยังจะศึกษาประเทศต้นแบบการผลิต การค้าข้าวคุณภาพสูง ก่อนทำแผนขับเคลื่อนต่อไป

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำทีม สนค. พร้อมคณะที่ปรึกษา ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึก ณ จังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา ภายใต้โครงการศึกษาการยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว สู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อรวบรวมข้อมูล ข้อจำกัด และโอกาสในการพัฒนาข้าวไทยสู่ตลาดโลก เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตข้าวสำคัญของประเทศที่มีศักยภาพสูงในการทำข้าวมูลค่าสูง กลุ่มข้าวรักษ์โลก อาทิ ข้าวนาเปียกสลับแห้ง ข้าวปลอดภัย เป็นต้น

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และกลุ่มเกษตรกร จังหวัดนครปฐม ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่ กลุ่มนาแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ ตำบลเดิมบาง สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ (กรมการข้าว) สภาเกษตรกรจังหวัด หอการค้าจังหวัด สมาคมโรงสีข้าวสุพรรณบุรี บริษัท ซิตโต้ อินเตอร์เทรด จำกัด รวมถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวปลอดภัยหนองน้ำใหญ่


สำหรับผลการหารือ เบื้องต้นมีข้อเสนอแนะสำคัญในการขับเคลื่อนข้าวมูลค่าสูง เช่น 1.ปรับจุดขายจาก Low Carbon เป็น Regenerative Rice ควรปรับกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดจากผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือลดคาร์บอนจากการปลูกข้าว เป็นการผลิตที่เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนได้จริง รวมถึงการปลูกข้าวฟื้นฟูระบบนิเวศ (Regenerative Rice) ซึ่งเป็นคำที่ตลาดพรีเมียมในต่างประเทศรับรู้และให้คุณค่ามากกว่า โดยภาครัฐควรสนับสนุนการวิจัยพันธุ์ข้าวที่ทนทานต่อสภาพอากาศและใช้น้ำน้อย เพื่อลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพร้อมกัน

2.กลยุทธ์ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม โดยภาครัฐและเอกชนทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้รับซื้อที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างชัดเจน ไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรม CSR ตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน Green Finance เพื่อปรับปรุงเครื่องจักรและเทคโนโลยี

3.การจัดโซนนิ่งและการผลิตให้ตรงกับศักยภาพพื้นที่ พื้นที่ให้ผลผลิตสูง เน้นการลดต้นทุน ใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรเสริมการผลิต รวมถึงทำตลาด Mass หรือข้าวอุตสาหกรรม ขณะที่พื้นที่ให้ผลผลิตต่ำ ไม่เน้นแข่งเรื่องปริมาณ แต่เน้นการผลิตข้าวคุณภาพพิเศษ เช่น ข้าว GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ข้าวโภชนาการสูง (Low GI/Low Sugar) หรือข้าวอินทรีย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มชดเชยปริมาณที่มีน้อย

4.การแก้ปัญหาโครงสร้างราคาและต้นทุน โดยลดต้นทุนที่ต้นน้ำ เช่น ค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิต มากกว่าการใช้นโยบายอุดหนุนราคาที่ปลายเหตุ ซึ่งสร้างภาระด้านงบประมาณและไม่เกิดความยั่งยืนทางการผลิต

5.การกำหนดกรอบระยะเวลาชำระเงิน (Credit Term) ระหว่างภาคธุรกิจ หน่วยงานต่าง ๆ และชุมชนให้สั้นลง พร้อมสนับสนุนแหล่งเงินทุน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ชุมชนอยู่รอดได้อย่างมั่นคง

“สนค. มีแผนจะศึกษาประเทศต้นแบบด้านการผลิตและการค้าข้าวมูลค่าสูง รวมทั้งรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับรายได้เกษตรกร และขยายโอกาสทางการค้าสินค้าข้าวมูลค่าสูง ให้เกษตรกรไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและพร้อมรับการแข่งขันในตลาดโลกต่อไป”นายนันทพงษ์กล่าว