บิทคอยน์แสดงความแข็งแกร่ง ยืนหยัดเหนือความผันผวนจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดของนักลงทุนต่อท่าทีของอิหร่าน ขณะที่กูรูนักวิเคราะห์ประเมินกราฟเทคนิคยังดูดี ลุ้นเป้าหมายราคาต่อไปที่ 74,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่อาจดันราคาน้ำมันพุ่งสูง และเสี่ยงผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ดีดกลับไปแตะระดับ 5% อีกครั้ง ซึ่งอาจกระทบต่อนโยบายการเงินของเฟด
แนวโน้มบิทคอยน์ลุ้นทะยานแตะ 74,000 ดอลลาร์
ข้อมูลจาก TradingView ชี้ให้เห็นว่า ราคาบิทคอยน์ (BTC) แกว่งตัวรักษาระดับอยู่ที่ราว 67,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางผลกระทบจากความขัดแย้งระลอกใหม่ในตะวันออกกลาง ในขณะที่ตลาดการเงินดั้งเดิม (TradFi) ปิดทำการในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ยังไม่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทันท่วงที โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 0.65% ณ เวลาที่รายงาน
แม้ตลาดคริปโตจะเผชิญกับความผันผวนบ้าง แต่ก็สามารถปรับตัวนิ่งลงได้อย่างรวดเร็ว โดยคู่เทรด BTC/USD สามารถหลีกเลี่ยงการทรุดตัวหลุดจากกรอบราคาที่ซื้อขายอยู่ในปัจจุบันได้
มิคาเอล ฟาน เดอ ปอปเป นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์คริปโตชื่อดัง มองว่าการตอบสนองของตลาดในช่วงแรกนั้นถือเป็น "บวก" อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงปรับตัวลงมาเนื่องจากมีความไม่แน่นอนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเปิดทำการในทิศทางใด รวมถึงยังมีช่องว่างราคา (Gap) ในตลาดฟิวเจอร์ส CME ที่ยังเปิดทิ้งไว้ด้านล่างที่ระดับ 65,880 ดอลลาร์
มิคาเอล ฟาน เดอ ปอปเป ระบุเพิ่มเติมว่า หากบิทคอยน์ต้องการฟื้นตัวกลับสู่ขาขึ้น (Relief Rally) จะต้องทะลุผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 21 วัน (21-Day MA) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 67,627 ดอลลาร์ ให้ได้
สอดคล้องกับมุมมองของเทรดเดอร์นามแฝง BitBull ที่ประเมินกราฟแบบ 3 วันว่า บิทคอยน์ในระยะสั้นดูมีแนวโน้มที่ดี "ราคาทำพฤติกรรมหลุดแนวรับหลอก (Deviation) และตอนนี้ได้เปลี่ยนแนวต้านให้กลายเป็นแนวรับแล้ว ผมคิดว่าการปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 73,000 - 74,000 ดอลลาร์ มีโอกาสเกิดขึ้นได้"
ขณะที่เทรดเดอร์ Crypto Caesar มองว่า ตลาดได้ซึมซับรับรู้ (Priced in) ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปล่วงหน้าแล้ว ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงสุดสัปดาห์ไม่ผันผวนรุนแรงนัก และคาดว่าราคาจะเคลื่อนตัวออกข้าง (Sideways) ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
จับตาช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นเป็นชนวนจุดประกายเงินเฟ้อสหรัฐฯ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ตลาดให้ความกังวล คือความผันผวนของราคาน้ำมัน หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านอ้างสิทธิ์ในการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะเป็นน่านน้ำสากล แต่ช่องแคบดังกล่าวก็กลายเป็นพื้นที่กักกันสำหรับการขนส่งน้ำมันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การชะงักงันดังกล่าวทำให้เกิดการวิเคราะห์ถึงผลกระทบลูกโซ่ที่จะตามมา โดยเฉพาะแรงกดดันต่อตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา
แพลตฟอร์มวิเคราะห์การลงทุน The Kobeissi Letter ได้อ้างอิงงานวิจัยของ JPMorgan ซึ่งประเมินว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ อาจพุ่งทะยานกลับขึ้นไปแตะระดับ 5% ได้ "ครั้งล่าสุดที่เราเห็นอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ อยู่ที่ 5% คือเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่เฟดต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างดุดัน"
อย่างไรก็ดีสถานการณ์นี้ยิ่งสร้างความกังวลมากขึ้น เมื่อพิจารณาถึงรายงานก่อนหน้านี้ของ Cointelegraph ที่ระบุว่า ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ล่าสุดยังคงออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา