xs
xsm
sm
md
lg

เริ่ม 1 มิ.ย.69 รถไฟฟ้า”น้ำเงิน-ม่วง”ยกเลิกบัตร MRT/MRT Plus”รับเฉพาะ EMV สู่ตั๋วร่วม เต็มรูปแบบ-ต้นปี 70 จ่อคิวยกเลิกเหรียญโดยสาร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เริ่ม 1 มิ.ย.69 รฟม.-BEM ยกเลิกบัตรเติมเงิน MRT/MRT Plus รถไฟฟ้า”สีน้ำเงิน-สีม่วง”รับเฉพาะ บัตร EMV Contactless เข้าสู่ตั๋วร่วม ผู้โดยสารขอรับเงินในบัตรคืนได้ถึงสิ้นปี 69 ขั้นต่อไป 1 ม.ค. 70 ยกเลิกเหรียญโดยสาร (Token) แบบเที่ยวเดียว เปลี่ยนไปใช้ระบบ QR แทน เพิ่มความสะดวก “พิพัฒน์” เผยขยายใช้กับรถไฟฟ้าทุกสาย รถเมล์ เรือ และรถบขส.ในอนาคต

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และ นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าว “การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV Contactless” บัตรใบเดียวที่ตอบโจทย์ได้ครบครัน ทั้งด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสากลและด้านความสะดวกสบาย ให้ผู้ถือบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ใช้เดินทางได้ในระบบรถไฟฟ้ามหานคร หรือ รถไฟฟ้า M RT ทั้ง 4 สาย ในการกำกับของ รฟม. ได้แล้วนั้น ล่าสุด BEM ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ยังขานรับนโยบายตั๋วร่วม ที่ต้องการยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) สามารถรองรับรูปแบบการชำระเงินประเภท Open-Loop System ด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จะยกเลิกบัตรเดิมเงิน MRT และ MRT Plus ในการชำระค่าเดินทาง MRT สีน้ำเงินและ MRT สีม่วง โดยให้เปลี่ยนไปใช้ บัตร EMV Contactless เพียงใบเดียวในการเดินทางแบบไร้รอยต่อ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กล่าวว่า รัฐบาล และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันผลักดัน “นโยบายตั๋วร่วม” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้านความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสารและด้านการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งล่าสุด ได้ผลักดันให้มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้สามารถผลักดันให้เกิด “ระบบตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการได้ และทำให้ประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ และขยายไปถึงรถบขส.เดินทางจากต่างจังหวัดกับกทม. ในอนาคต ต่อไป ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากและความซ้ำซ้อนในการชำระค่าโดยสารและเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง

โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการออกกฎหมายลูกต่างๆ ภายใต้พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ คาดใช้เวลาประมาณ 90 วัน ซึ่งจะมีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลโครงการบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชน ให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาหารือร่วมกับ กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ในการกำหนดค่าโดยสารร่วมที่เหมาะสม เช่น 40 บาทตลอดวัน จะกำหนดเป็นพื้นที่โซนนิ่งอย่างไร รวมไปถึงการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าจากเอกชน จะต้องไม่เป็นภาระหนี้สาธารณะ และไม่ใช้งบประมาณ โดยจะหาแนวทางที่รัฐไม่ต้องอุดหนุน

“ ระบบตั๋วร่วมจะบรรลุเป้าหมายได้ ส่วนหนึ่งต้องการความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกคน ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการถือบัตรโดยสารมาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดด้วย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน โดยตั้งใจที่จะผลักดันให้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของระบบตั๋วร่วม ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีบัตรเครดิต VISA/MasterCard/UnionPay สามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้า MRT ได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น“


@คืนเงินในบัตรเติมเงิน MRT/MRT Plus ตั้งแต่ 1 มี.ค.นี้ถึงสิ้นปี 69

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม รฟม. และ BEM จึงร่วมกันที่จะสื่อสารกับประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน (บัตร MRT/MRT Plus) ในการชำระค่าโดยสารอยู่ในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไปจนถึงสิ้นปีนี้ ท่านสามารถนำบัตรโดยสารแบบเติมเงินใบเดิมของท่านไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทุกสถานี เพื่อขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) และหากต้องการทำบัตรแมงมุม EMV สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อรับสิทธิ์ยกเว้นค่าธรรมออกบัตร หรือ หากท่านมีบัตรเครดิต/เดบิตใดๆ ที่เป็น EMV Contactless อยู่แล้ว ต่อไปท่านสามารถใช้บัตรนั้นๆ แตะเข้าระบบรถไฟฟ้า MRT ได้เลยทุกสาย ทั้งสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู

@เงินเหลือในบัตร บัตร MRT/MRT Plus ใช้เดินทางได้ถึง 31 พ.ค.69

กรณีที่ยังไม่ประสงค์เปลี่ยนไปใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless มีกรอบกรอบเวลา คือ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตร MRT/MRT Plus ทุกช่องทาง โดยผู้ถือบัตรยังสามารถใช้มูลค่าเดินทางคงเหลือในบัตรได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 และเมื่อเข้าสู่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสารแบบเติมเงินทุกสถานี

@ 1 ม.ค. 70 ยกเลิกเหรียญเที่ยวเดียว เปลี่ยนใช้ ระบบ QR Ticket แทน

จากนั้นวันที่ 1 มกราคม 2570 คาดว่าจะยุติการใช้เหรียญโดยสาร (Token) สำหรับผู้เดินทางเที่ยวเดียว เปลี่ยนไปใช้ระบบ QR Ticket แตะเข้าระบบรถไฟฟ้าแทน นับเป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแนวนโยบายที่จะขยายระบบตั๋วร่วมด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ไปสู่ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ในอนาคต โดยหารือกับผู้ให้บริการระบบต่างๆ อาทิ รถเมล์ ขสมก. รถบัส บขส. สำหรับการเดินทางด้วยรถบัสระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดด้วย”


นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ปัจจุบัน รฟม. ได้ผลักดันให้ระบบรถไฟฟ้า MRT ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. ทั้ง 4 สายทางที่เปิดให้บริการ ได้แก่ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู ให้สามารถรองรับการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย มีผลิตภัณฑ์บัตรให้เลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิตของธนาคารต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless การยกเลิกบัตร MRT/MRT Plus ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) เพื่อรองรับบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ
หากผู้โดยสารไม่มีบัตร EMV Contactless แบบเครดิต หรือเดบิต สามารถเลือกใช้บัตรแมงมุม EMV ของ รฟม. ได้ โดยมี ค่าออกบัตร 100 บาท และเติมเงินเข้าบัตรเป็นค่าเดินทางขั้นต่ำ 100 บาท

จากจุดตั้งต้นของการใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless ในรถไฟฟ้า MRT เมื่อปี 2565 พบว่า ผู้ใช้บัตร EMV Contactless ชำระค่าโดยสารเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด ปัจจุบันมีสัดส่วน 30% ของจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด หรือประมาณ 2 แสนราย/วัน จากจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT สีน้ำเงิน ประมาณ 6 แสนคน/วัน และผู้โดยสาร MRT สีม่วง จำนวน 8 หมื่นคน/วัน ขณะที่สัดส่วนการใช้บัตรโดยสารบัตร MRT/MRT Plus เฉลี่ย 30% , บัตร EMV Contactless 30% และเหรียญโดยสาร (Token) อยู่ที่ 40% ซึ่งในระยะต่อไป จะยกเลิกเหรียญโดยสาร


นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ BEM ในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง กล่าวว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมยกระดับการเดินทาง เข้าสู่การชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Payment) ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา BEM ได้เดินหน้าพัฒนาระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับ EMV Contactless ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน และมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสากล เช่นเดียวกับหัวเมืองใหญ่ทั่วโลก ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน MRT และ MRT Plus ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะเปลี่ยนเป็นการใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless ต่างๆ อาทิ บัตรแมงมุม EMV บัตรเครดิต EMV บัตรเดบิต EMV ฯลฯ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางของคนเมือง (Connectivity Hub) พร้อมให้การสนับสนุนระบบตั๋วร่วมของภาครัฐในอนาคต”


นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหารสายงาน Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการยกระดับการชำระค่าโดยสารด้วยมาตรฐาน EMV Contactless และต่อยอดสู่ระบบการเดินทางแบบไร้รอยต่อ ที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมกับระบบการเงินดิจิทัลอย่างครบวงจร โดยธนาคารกรุงไทยในฐานะผู้ออกบัตร Mangmoom EMV และผู้สนับสนุนระบบรับชำระเงิน ได้นำมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลมาใช้ผ่านระบบรหัสธุรกรรมแบบใช้ครั้งเดียว (Dynamic Code) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการในทุกการเดินทาง ทั้งด้านความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยของข้อมูล

ทั้งนี้ บัตร Mangmoom EMV เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบตั๋วร่วม รองรับการเดินทางข้ามสาย ครอบคลุมรถไฟฟ้า 6 สาย ได้แก่ สายสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู สีเหลือง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ พร้อมขยายการให้บริการชำระค่าโดยสารไปยังระบบขนส่งมวลชนสาธารณะประเภทอื่นๆ ได้อย่างครบวงจร สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ธนาคารที่ให้ความสำคัญในการพัฒนา Mass Transit Ecosystem มุ่งเชื่อมโยงการขนส่งกับบริการทางการเงินอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง) ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานคณะกรรมการ รฟม. และนายพิษณุ โหระกุล กรรมการ รฟม. เข้าร่วมงาน ณ สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน