ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาของนักลงทุนและมหากาพย์คดีหลอกลวงที่สร้างความเสียหายทะลุ 3.4 หมื่นล้านบาท สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดยุทธศาสตร์เชิงรุกเร่งจัดระเบียบตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ ปูพรมสกัดกั้นเส้นทางเงินสีเทาและแพลตฟอร์มเถื่อน พร้อมเดินหน้าเอาผิดคดีประวัติศาสตร์อย่าง Zipmex ขณะเดียวกันก็เตรียมพลิกโฉมภูมิทัศน์การลงทุนไทยด้วยยุทธศาสตร์ 'Convergence' เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมและดิจิทัลเข้าด้วยกัน เตรียมปลดล็อก 'Crypto ETF' ให้รายย่อยเข้าถึงได้ภายในปีนี้ ควบคู่ไปกับการเปิดทาง Tokenization และ คริปโทฯ ฟิวเจอร์ส บนกระดาน TFEX ภายใต้จุดยืนที่ต้องรักษาสมดุลระหว่าง "นวัตกรรม" และ "การคุ้มครองผู้ลงทุน"
สางแผลเก่า สกัดแก๊งตุ๋นคริปโทฯ-อัปเดตมหากาพย์ Zipmex
นางสาวนภนวลพรรณ ภวสันต์ เป็น ผู้ช่วยเลขาธิการ สายนวัตกรรมทางการเงิน เปิดเผยแผนพัฒนาตลาดทุนดิจิทัล ในรายการ Behind The Crypto EP.19 "อนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลไทยจากมุม ก.ล.ต." ว่าจากตัวเลขความเสียหายจากการหลอกลวงลงทุนออนไลน์ในช่วงปี 2565-2568 ที่พุ่งสูงกว่า 34,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2568 ปีเดียวที่สูงถึง 7,246 ล้านบาท ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องเร่งสางปม ทาง ก.ล.ต. ได้แก้เกมด้วยการจับมือทำ MOU กับ 15 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงาน ปปง. เพื่อยกระดับมาตรฐานการคัดกรองบัญชีม้าและสกัดกั้นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ฟอกเงิน สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาต ก.ล.ต. ได้ประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปิดกั้นเว็บไซต์และดำเนินการกล่าวโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ส่วนคดีสะเทือนความเชื่อมั่นอย่าง Zipmex นั้น ก.ล.ต. ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับกรณีเก็บรักษาทรัพย์สินผิดเกณฑ์ตั้งแต่ช่วงปี 2565-2566 และได้ขยับดาบสองด้วยการกล่าวโทษผู้บริหารในฐานความผิดฉ้อโกงและรายงานข้อมูลเท็จต่อ ก.ล.ต. ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับเป็นคดีพิเศษแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 โดยขณะนี้คดียังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล
เล็งจัดระเบียบใบอนุญาต กฎเหล็กเข้มข้นหรือยกระดับสู่สากล?
จากกรณีที่ผู้ประกอบการบางรายอย่าง Coin D ถูกเพิกถอนใบอนุญาต รวมถึงแพลตฟอร์มต่างชาติที่ทยอยคืนใบอนุญาต นำมาสู่ข้อสงสัยที่ว่ากฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต. เข้มงวดเกินไปจนบีบให้เอกชนอยู่ไม่ได้หรือไม่ ทาง ก.ล.ต. ชี้แจงว่าแนวทางการกำกับดูแลในปัจจุบันเป็นการยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ IOSCO ที่ต้องการให้แพลตฟอร์มมีระบบงาน เงินทุน และการทำ KYC ที่รัดกุมปลอดภัย โดยปัจจุบันยังมีผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตหน้าใหม่และหน้าเก่ารวมถึง 24 ราย
นอกจากนี้ ก.ล.ต. กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนเกณฑ์เงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันและเชื่อมต่อ Ecosystem ภายในประเทศได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เดินหน้ายุทธศาสตร์ 'Convergence' และการมาถึงของ 'Crypto ETF' ก๊อกสอง
ไฮไลต์สำคัญที่น่าจับตาในมิติของการพัฒนาตลาด คือทิศทางของผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ซึ่ง ก.ล.ต. กำลังผลักดันแนวคิด "Convergence" หรือการผนึกกำลังระหว่างโลกการเงินดั้งเดิม (Traditional Finance) และอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะโปรดักต์เรือธงอย่าง "Crypto ETF" ซึ่งปัจจุบันยังจำกัดสิทธิ์เฉพาะนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ (High Net Worth) ที่มีพอร์ตระดับ 50 ล้านบาทขึ้นไป แต่ ก.ล.ต. แย้มข่าวดีว่ากำลังเร่งพิจารณาเกณฑ์เพื่อให้ "นักลงทุนรายย่อย" สามารถเข้าถึง Crypto ETF ได้ โดยคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนภายในปีนี้
นอกจากนี้ยังได้เตรียมผลักดันกลไกการออกผลิตภัณฑ์ Crypto ETF จะต้องดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ซึ่งหมายความว่าบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะเป็นผู้เล่นหลักในการออกกองทุน แต่สามารถจับมือกับบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล (DA) เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาเป็นพันธมิตรหรือผู้ดูแลระบบร่วมกันได้ ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกให้ทั้งสองอุตสาหกรรม
พร้อมปูทาง Tokenization และ ฟิวเจอร์สคริปโทฯ (Digital Asset Derivatives)
นอกเหนือจาก ETF แล้ว ก.ล.ต. ยังเปิดกว้างสำหรับนวัตกรรม Tokenization ทั้งในรูปแบบของ Investment Token ที่เริ่มมี Use Case ออกมาแล้ว ไปจนถึงการทำ Tokenized Bonds (หุ้นกู้) และ MMF (กองทุนรวมตลาดเงิน) ที่ใช้เทคโนโลยี DLT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชำระราคาได้แบบเรียลไทม์ (T=0) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดสอบในระบบ Regulatory Sandbox ของหลักทรัพย์ได้
สำหรับนักลงทุนสายเก็งกำไรที่รอคอยเครื่องมืออย่าง Digital Asset Derivatives หรือฟิวเจอร์สคริปโทฯ ก.ล.ต. เผยว่ามีแผนจะประกาศให้สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเป็นสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) ภายใต้กฎหมายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ ซึ่งจะทำให้โปรดักต์ดังกล่าวไปเทรดอยู่บนกระดาน TFEX
อย่างไรก็ตาม ภายใต้โจทย์การคุ้มครองผู้ลงทุน อัตราการวางหลักประกัน (Leverage) จะไม่หวือหวาถึงขั้น 125x เหมือนกระดานเทรดเถื่อนในต่างประเทศอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ยังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในโครงการ Programmable Payment หรือ Programmable Money ระยะที่ 2 เพื่อให้ระบบการชำระเงินสามารถเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของการลงทุนอย่าง Tokenization ได้อย่างไร้รอยต่อ
ทั้งนี้จากทิศทางในปี 2569 จึงนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดทุนไทย ที่ ก.ล.ต. มุ่งหวังให้เกิดการใช้นวัตกรรมอย่าง Tokenization และ Crypto ETF อย่างเป็นรูปธรรม การผสานกำลังระหว่างโลกการเงินเดิมและนวัตกรรมดิจิทัล ภายใต้กฎกติกาที่รัดกุมและเป็นสากลนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยกวาดล้างผู้เล่นสีเทาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่น แต่ยังเป็นการสร้าง "บรรทัดฐานใหม่" ให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพในระยะยาว