กล้วยหอมทองจากประเทศไทย จุดขายที่หลายประเทศชื่นชอบ เพราะกินกล้วยหอมจากประเทศอื่น ไม่มีประเทศไหนที่มีรสชาติหวานอร่อย เหมือนกล้วยหอมจากประเทศไทย และด้วยความหวานอร่อยของกล้วยหอมทองสุก เมื่อนำมาเข้าหม้อทอด ยิ่งให้ความหวานอีกระดับหนึ่ง เป็นที่มาของกล้วยป๊อป โดยนำกล้วยหอมที่คัดทิ้งจากการส่งออกและส่งขายเซเว่น ที่มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ มาแปรรูป
จากกล้วยคัดทิ้งกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ แปรรูปส่งออกหลายประเทศ
นายธนัญชย์ ธนทวี ประธานบริษัท วาริชร์ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกล้วยหอมทองป๊อป แบรนด์ Krispypreme เล่าว่า กล้วยหอมทองป๊อป เกิดขึ้นมาจากบริษัทของเราเป็นบริษัททำงานด้านช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องของการแปรรูปสินค้าอยู่แล้ว และเมื่อช่วงหลังโควิด เกษตรกรมีปัญหาขายผลผลิตไม่ได้ ซึ่งทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA ได้เชิญให้เราไปจับคู่ช่วยเหลือเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทอง ที่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี
ทั้งนี้ พบว่า เกษตรกรที่ส่งกล้วยหอมทองจำหน่ายไม่ว่าจะส่งออก หรือ จำหน่ายร้านสะดวกซื้อ จะเหลือกล้วยที่ต้องคัดทิ้ง 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขที่เยอะมาก กล้วยเหล่านั้น เกษตรกรจะนำไปขายในตลาดล่าง ราคาถูก หรือไม่ก็ขายให้กับที่ซื้อเอาไปเลี้ยงสัตว์ แต่สำหรับกล้วยที่สุก ก็ไม่สามารถนำไปทำอะไรได้ ก็นำไปทิ้งอย่างเดียว เราก็เลยคิดว่าจะเพิ่มมูลค่ากล้วยสุกที่เหลือทิ้งเหล่านั้นได้อย่างไร ถ้าจะนำไปทำกล้วยฉาบ ก็เหมือนกับคนอื่น ๆ และประเทศฟิลิปปินส์ มีการทำกล้วยฉาบเยอะมาก เพราะเป็นประเทศที่มีการปลูกกล้วยหอมส่งออกเป็นอันดับต้น ๆ ถ้าเราจะทำกล้วยฉาบส่งออก ก็คงจะไปสู้ฟิลิปปินส์ไม่ได้เรื่องของราคา
ความโดดเด่นของกล้วยหอมทองจากประเทศไทย
อย่างไรก็ดี ก็ต้องมาดูว่า กล้วยหอมทองของเราสู้กับฟิลิปปินส์ ได้ตรงไหนบ้าง พบว่า กล้วยหอมของเราเวลาสุกแล้ว มีรสชาติที่หวานหอมกว่าฟิลิปปินส์ เราก็เลยเอากล้วยหอมทองที่สุกแล้วมาแปรรูป โดยนำมาทอดในระบบสุญญากาศ ปรากฎว่า เมื่อเข้าไปทอดในระบบสุญญากาศเกิดพองตัวขึ้นมา แตกเหมือนป๊อปคอร์น เราก็เลยเรียกว่า กล้วยหอมป๊อป โดยมีรสชาติที่หวานกว่า กล้วยที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป
โดยเมื่อได้กล้วยหอมทองป๊อป ออกมา ก็นำไปทดลองตลาดที่งาน ThaiFex หลายคนที่ได้ชิมก็ชื่นชอบ และในงานนั้น ได้ลูกค้าเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งลูกค้าเกาหลีชื่นชอบมาก วันแรกได้คุยกัน ขอซื้อไปขายก่อน ล็อตแรก ในปี 2568 ไม่ได้เยอะมาก ออเดอร์ ประมาณ สัก 10,000 ซอง หลังจากได้ไปทดลองทำตลาด ออเดอร์เข้ามาเรื่อย ทุกเดือน พอมาในปี 2569 ก็เลยมีการทำสัญญาเพื่อสั่งซื้อล็อตใหญ่ หลายสิบล้านบาท
ทั้งนี้ การได้ดิวลูกค้าเกาหลีใต้ เป็นลักษณะการรับจ้างผลิต โดยเค้าไปทำแบรนด์เอง เดิมในช่วงแรกส่งไปเป็นซองพร้อมจำหน่าย แต่ด้วยเจอสถานการณ์ ค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้ เราก็เลยคิดว่าช่วยคู่ค้าเราได้อย่างไร ซึ่งต้องหาวิธีการลดต้นทุน โดยการให้ลูกค้าซื้อไปเป็นเบ้าท์ เพื่อให้เขาไปบรรจุซองเพื่อจำหน่ายเอง และยังประหยัดค่าขนส่งด้วย เพราะกินพื้นที่การจัดส่งน้อย คู่ค้าของเราประหยัดไปได้กว่า 20 เปอร์เซ็นต์ พอมาเทียบแข็งค่าของเงินบาท จะใกล้เคียงกัน ลูกค้าได้สินค้าในราคาที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากจากภาวะค่าเงินบาทแข็งค่า
จากยอดขาย 5 ล้าน ปีเดียวทะยานไป 50 ล้านบาท
และล่าสุดได้ลูกค้าญี่ปุ่น รายใหญ่อีก 2 ราย ทำให้เราต้องเพิ่มกำลังการผลิต และขยายโรงงานเพื่อรองรับการส่งออกทั้ง 2 ประเทศ และรองรับการขยายตลาดในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพราะที่ผ่านมา ส่งเซเว่นได้แค่เพียง 2,000 สาขา เราต้องขยายเพิ่มให้ครบทุกสาขา ต้องมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นด้วย ตอนนี้ สัดส่วนการขายในเซเว่นอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมดของเรา ส่วนยอดขายโดยรวมปีแรกที่เราเริ่มทำกล้วยป๊อป มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาท และในปีถัดมา ปิดยอดขายอยู่ที่ 50 ล้านบาท
สำหรับยอดขาย ไม่ได้สำคัญเท่ากับ การที่เราได้ช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น จากสินค้าที่คัดทิ้งจำหน่ายไม่ได้ แต่เราก็สามารถทำให้เขาขายได้ และถ้ามีออเดอร์เยอะขึ้น เป็นโอกาสให้กับเกษตรกร ในหลายพื้นที่ ได้มีช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตทางเกษตรของเค้าซึ่งเป็นเป้าหมายของบริษัท ตั้งแต่แรกที่ได้วางไว้
โดยวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัท ครั้งแรกของเรา คือ เราได้วางตัวเองเป็นสตาร์ทอัปด้านการเกษตร เป้าหมายของเราช่วยเกษตรกรที่มีปัญหาทางด้านผลผลิตที่ออกมาเกินไปจนไม่สามารถจำหน่ายได้ ซึ่งหน้าที่ของเราคือ เป็นที่ปรึกษา พร้อมกับหาวิธีการร่วมกับเกษตรกร ทำอย่างไรให้เค้าขายผลผลิตได้ผลตอบแทนมากที่สุด ในช่วงนั้น
ทั้งนี้ ในส่วนของผลผลิต กล้วยหอมทองคัดทิ้งที่นำมาใช้ มาจากแหล่งผลิตหลายที่ ทั้งที่จากผู้ส่งออกกล้วยหอมไปญี่ปุ่น และ กลุ่มผู้ผลิตกล้วยหอมส่ง ร้านเซเว่น เมื่อปีที่ผ่านมาใช้กล้วยหอมไปมากกว่า 10 ตัน เนื่องจากการทำกล้วยป๊อป ต้องใช้กล้วยสุก แต่ยังมีในส่วนของกล้วยดิบอีกจำนนวนมาก เราก็เลยคิดว่าจะนำกล้วยดิบมาผลิตสินค้าอีกตัวหนึ่ง แต่ส่วนกล้วยป๊อปรสดั้งเดิมความหวานธรรมชาติ ที่ต้องใช้กล้วยสุก ก็จะยังคงทำเหมือนเดิม
ข้อเสียกล้วยหอมจากไทย คือ เปลือกบาง
การแปรรูปช่วยเกษตรกรยังขายกล้วยหอมไปต่างประเทศได้
สำหรับกล้วยหอมทองจากประเทศไทย ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เค้าชื่นชอบเพราะมีรสชาติที่หวานกว่า แต่ปัญหาของกล้วยหอมจากประเทศไทย คือ เปลือกบาง ไม่สามารถเก็บหรือ ยืดอายุได้นาน ในขณะที่กล้วยจากประเทศอื่นๆ มีเปลือกที่หนากว่า แต่รสชาติจะไม่หวานเท่าของเรา มีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน
และด้วยความที่เราต้องใช้กล้วยเพื่อนำมาแปรรูปจำนวนมาก ปัจจุบันผู้ส่งออกกล้วยหอมไปญี่ปุ่น ก็มีชะลอการส่งออก เพราะความเสียหาย จากกล้วยที่เปลือกบางไปถึงลูกค้าล่าช้า ก็เกิดความเสียหาย ทางผู้ส่งออกก็เลยหันมาส่งกล้วยหอมให้กับเราแทน ซึ่งเกษตรกรก็ยังขายกล้วยได้เหมือนเดิม ในราคาไม่ได้ต่างกัน ประเทศไทยส่งออกกล้วยหอมได้เหมือนเดิม แต่เป็นกล้วยผ่านการแปรรูป ในแบบกล้วยป๊อปของเราแทน เมื่อก่อนตลาดญี่ปุ่น ชื่นชอบกล้วยฉาบของเรา แต่ด้วยกล้วยฉาบที่ฟิลิปปินส์ ขายได้ถูกกว่าเรา ไม่อยากไปแข่งเรื่องของราคาหันมาเปิดสินค้ารูปแบบใหม่ ซี่งประสบความสำเร็จ เพราะหลายประเทศที่ได้ชิมกล้วยป๊อปต่างก็ชื่นชอบ และยังดีต่อสุขภาพเพราะทำในระบบหม้อทอดสุญญากาศ ไร้น้ำมัน
การช่วยเหลือเกษตรกร บทบาทหน้าที่นี้ ยังดำเนินต่อไป
ในอนาคตมีแผนจะช่วยเหลือเกษตรกร ในกลุ่มผู้ปลูกทุเรียนด้วย ซึ่งก็ได้มีการคิดไว้แล้วว่าจะทำอะไรออกมาขาย และเป็นสิ่งใหม่ไม่เหมือนใคร เพราะเชื่อว่าต่อไปทุเรียนจะต้องมีปัญหา ผลผลิตที่ออกมาเยอะ ซึ่งตอนนี้เอง การส่งออกทุเรียน เริ่มที่จะมีปัญหาจากคู่ค้าที่ก็ต้องการทุเรียนที่คุณภาพมากขึ้น และก็จะมีทุเรียนที่ตกเกรดและขายไม่ได้เยอะขึ้น เราก็จะเข้าไปช่วยเกษตรกรตรงนั้น ซึ่งเหมือนกล้วยหอมที่เราเข้ามาช่วยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หนองเสือ ช่วงนั้นมีปัญหามาก เกือบจะเลิกปลูกไปแล้ว แต่พอเรายื่นมือเข้ามาช่วยทุกวันนี้ สามารถขายกล้วยหอม และมีรายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่ไม่รู้ว่า จะเจอความเสี่ยงอะไรบ้าง
ติดต่อ www.warichfood.com
Facebook : Krispypreme
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *