xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มใต้วัย 30 ต้นๆ ชีวิตติดลบ สู่ เศรษฐีใต้ ผลิต “ถ่านกะลา” ส่งมาเลฯทำไส้กรอง หรือชีวิตพลิกอีกครั้ง เมื่อจีนซื้อไม่อั้น ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ถ่านกะลามะพร้าว เป็นถ่านชนิดเดียวที่มีปริมาณคาร์บอนสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นที่ต้องการของโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ประเทศจีนได้ ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ที่มีการผลิตถ่านกะลามะพร้าวกันอยู่แล้ว เพียงแค่ปรับการผลิตให้ได้คุณสมบัติที่ตรงกับความต้องการของโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า


โอกาสผปก.ผลิตถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูง
จีนต้องการจำนวนมากใช้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า


วันนี้ พามารู้จักกับ หาดใหญ่รับเบอร์เทค ผู้ผลิตถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูง ส่งมาเลเซีย เตรียมปูทางรองรับความต้องการถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูง ของโรงงานแบตเตอรี่ไฟฟ้าในจีน

นายอภิสิทธิ์ รอดฉวาง เจ้าของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่รับเบอร์เทค ผู้ผลิตถ่านคาร์บอนคุณภาพสูง จากกะลามะพร้าว เล่าว่า ปัจจุบันความต้องการถ่านกะลามะพร้าวมีความต้องการอย่างมาก เพราะด้วยคุณสมบัติ ของถ่านคาร์บอนคุณภาพสูง ทำจากกะลามะพร้าวที่ผ่านกระบวนการผลิต ด้วยความร้อนกว่า 1,000 องศา สามารถนำไปใช้ในเป็นส่วนประกอบในการทำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้ นอกเหนือจากการนำไปทำไส้กรองในเครื่องกรองน้ำดื่ม


หาดใหญ่รับเบอร์เทค ผลิตถ่านกะลามะพร้าวส่งมาเลฯ ทำไส้กรองน้ำ


อภิสิทธิ์ เล่าว่า ตนเองได้ทำถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูง ปีนี้ ก็เข้าปีที่ 3 เดิมผมทำพรมยางพาราสำหรับใช้ในพิธีละมาด ลูกค้าก็เป็นมัสยิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีมัสยิดเป็น 1,000 แห่ง และส่งออกไปขายในประเทศมาเลเซียด้วย และพอมาวันหนึ่งลูกค้าที่ประเทศมาเลเซีย มาเสนอว่าเขาต้องการถ่านกะลามะพร้าวให้เราช่วยผลิตให้ โดยนำไปส่งต่อไปประเทศแทบอาหรับ เพื่อนำไปทำไส้กรองน้ำดื่ม ผมก็เลยไปศึกษาว่าจะทำถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูงอย่างที่ลูกค้าต้องการได้อย่างไร

“โดยผมเริ่มจากการหาวัตถุดิบ ได้ไปติดต่อกับร้านที่ขายมะพร้าวกะทิในตลาด และขอซื้อมา ในส่วนของกระบวนการผลิต เนื่องจากการเผาถ่านมีมลพิษ ควันเยอะ ชุมชนจะไม่อนุญาตให้ทำได้เราจึงต้องหาวิธีการเผาอย่างไรไม่ให้เกิดควัน หรือ เกิดควันน้อยที่สุด สุดท้ายสามารถหาวิธีการเผาเกิดควันน้อย โดยการออกแบบเตาเผาใหม่จากเดิมใช้เตาเผาที่เป็นดิน เหมือนจอมปลวก เปลี่ยนมาเป็นเตาเผาที่ทำจากสแตนเลส หรือลูมิเนียม ซึ่งต้นทุนค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่ได้ คือ เราจะได้ถ่านกะลามะร้าวคุณภาพสูง ตามที่ลูกค้ามาเลเซียต้องการ และไม่เกิดควันรบกวนชุมชน นอกจากนี้ ข้อดีของเตาเผาอลูมิเนียม ไม่ใช่แค่ ควันน้อยแล้ว แต่ยังให้ความร้อนที่สูงมากถึง 1,000 องศา”


คุณสมบัติที่ดีของถ่านกะลามะพร้าว

และข้อดีของการใช้กะลามะพร้าวมาเผาทำถ่าน คือ กะลามะพร้าวจะมีค่าความชื้นต่ำมากแทบจะไม่มีเลย เมื่อเทียบกับถ่านจากไม้อื่นๆ และถ่านกะลามะพร้าวจะได้ค่าคาร์บอนสูงกว่าไม้อื่นๆ โดยให้ค่าคาร์บอนคงตัว (Fixed Caborn) สูงถึง 75-80 เปอร์เซ็นต์ ในขณะถ่านไม้จากชนิดอื่นๆ ให้ค่าคาร์บอนคงตัวไม่เกิน 65 เปอร์เซ็นต์ และด้วยคุณสมบัติที่ดีของถ่านกะลามะพร้าวทำให้ทางประเทศจีน ได้นำถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูงไปใข้ในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ดี ด้วยกำลังการผลิตของเรายังไม่เยอะ เพราะต้องหาวัตถุดิบกะลามะพร้าวยังได้ไม่มากพอที่จะทำการผลิตตามออเดอร์ที่ประเทศจีนต้องการได้ ตอนนี้ ที่ทำได้แค่พอส่งให้ตามออเดอร์ของประเทศมาเลเซียเท่านั้น ทำมา 3 ปี ส่งถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูง ออกไปแล้วกว่า 200 ตัน ซึ่งยอดการส่งต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 25 ตัน ต่อเดือน ถ้าจะส่งตามออเดอร์จีนได้ เราจะมีถ่านมากกว่า 100 ตันต่อเดือน


กะลามะพร้าว จากขยะเหลือทิ้ง กิโลละ 1 บาท
วันนี้ขยับไปเป็นกิโลละ 6-7 บาท

ในส่วนของวัตถุดิบกะลามะพร้าว ที่ผ่านมารับซื้ออยู่แค่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยครั้งแรกติดต่อตามร้านขายมะพร้าวกะทิ พอติดต่อซื้อขายกันแล้ว ทางร้านก็จะเตรียมกะลามะพร้าวไว้ให้พอถึงเวลาเราก็ไปรับ ในปีแรกที่สามารถซื้อในราคาเพียงกิโลกรัมละ 1-2 บาท เพราะปกติกะลามะพร้าวเหล่านี้ ทางร้านก็จะขายให้กับคนเลี้ยงวัว เอาไปจุดไล่ยุงในราคาถูกกิโลกรัมละ 1บาท แต่พอความต้องการเยอะขึ้น ตอนนี้ ราคากะลามะพร้าวก็ขยับขึ้นไป ปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 6-7 บาท

อภิสิทธิ์ เล่าต่อว่า ส่วนตัวต้องการจะขยายตลาดไปประเทศจีน เพื่อส่งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเพราะเป็นตลาดที่ใหญ่ และจีนมีความต้องการ แต่ทั้งนี้ ด้วยกำลังการผลิต และมาตรฐานที่จีนต้องการ คงต้องมาดูด้วยว่าเขาต้องการมาตรฐานสูงขนาดไหน เพราะถ่านกะลามะพร้าวของเราที่ส่งมาเลฯ เขานำไปทำไส้กรองน้ำดื่ม ซึ่งก็มีมาตรฐานระดับหนึ่ง และส่วนตัวมองว่าเป็นมาตรฐานที่สูงมากพอที่จะต่อยอดไปตลาด โรงงานแบตเตอรี่ที่จีนได้ ระดับคาร์บอนของถ่านเราอยู่ที่ 75-80 เปอร์เซ็นต์


เปิดรับผู้ผลิตถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูง และผู้ต้องขายกะลามะพร้าว

อย่างไรก็ดี ถ้าเป็นไปได้ เราต้องการหาเครือข่ายมากกว่าที่จะลงทุนผลิตเอง แต่ปัญหา คือ เราจะไปหาผู้ผลิตถ่านกะลามะพร้าวที่มีคุณภาพมาตรฐานในระดับที่โรงงานแบตเตอรี่ไฟฟ้าของจีน ต้องการได้หรือไม่ เป็นโจทย์ที่เราพยายามหาลู่ทางอยู่ ซึ่งปัจจุบันนี้ ถ้าเราหาคนที่สามารถผลิตถ่านได้มาตรฐานตรงกับที่เราต้องการ ทางเราก็ยินดีรับซื้อ ในราคากิโลกรัมละ 19-20 บาท เพราะตลาดมาเลฯ ที่เราส่งออกอยู่ ความต้องการเพิ่มขึ้นตลอด

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเตาเผาถ่านจำนวน 3 เตา ส่วนราคาเตาเผาถ่าน ลงทุนไปอยู่ที่เตาละ 250,000 บาท เป็นเตาสแตนเลส ให้ความร้อนเร็ว ร้อนสูง และ ร้อนนาน ส่วนกะลามะพร้าวที่นำมาใช้ จะต้องเป็นกะลามะพร้าว ที่แห้งสนิท ไม่มีความชื้นเลย เราถึงจะนำเข้าเตาเผาของเราได้ ซึ่งผู้ที่สนใจและต้องการขายกะลามะพร้าวให้กับเรา ตอนนี้เปิดรับซื้อเช่นกัน แต่ต้องเป็นกะลามะพร้าวที่แห้งสนิท ไม่ผ่านการล้างน้ำ หรือ โดนน้ำ เพราะจะทำให้เกิดความชื้น นำไปเผาจะมีความชื้น ค่าฟิตคาร์บอนจะไม่ได้ตามมาตรฐาน ส่งออก

สำหรับสินค้าของเราตอนนี้ ส่งออกมาเลเซีย และเขาก็ไปทำตลาดต่อ เพื่อส่งไปเข้าโรงงานผลิตเครื่องกรองน้ำในประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งความต้องการอย่างต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกจีน เพื่อเข้าไปขายในโรงงานแบตเตอรี่ ตอนนี้ ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา น่าจะเป็นการส่งผ่านตัวแทน เพราะขั้นตอนการส่ง และคุณภาพที่ต้องการสูงมาก ต้องผลิตให้ได้ตามมาตรฐานของทางโรงงานผู้ผลิตแบตเตอรี่ด้วย


เริ่มทำงานหารายได้ตั้งแต่อายุ 19 ปี
ครอบครัวล้มละลายจากราคายางตกต่ำ ขายกระทั่งหลังคาบ้าน

อภิสิทธิ เล่าว่า ปัจจุบันตนเองอายุ 32 ปี เริ่มทำงานสร้างรายได้ ตั้งแต่อายุ 19 ปี ตอนนั้น ตนเองก็ยังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ ที่ต้องออกมาหารายได้ระหว่างเรียน เพราะครอบครัว เกิดปัญหาทางการเงิน จากการทำสวนยางไม่สามารถส่งเงินมาให้เราได้ เดิมครอบครัวเป็นเจ้าของสวนยางพารา และพ่อค้าตัวแทนรับซื้อน้ำยาง เจอวิกฤต ราคายางตกต่ำมาก เมื่อ 15 ปีก่อน ทำให้ขาดทุน จนต้องขายทุกอย่าง เพื่อใช้หนี้และมาเป็นค่าใช้จ่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเรียนของตนเองด้วย สุดท้ายครอบครัวก็ไม่มีอะไรจะขาย สุดท้ายแม่ก็ต้องขายแม้กระทั่ง หลังคาบ้านเพื่อหาเงินส่งให้กับตนเอง แต่สุดท้ายแม่ก็ส่งไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรจะขายแล้ว

ตอนนั้น คิดว่าคงต้องลาออก เลิกเรียน แต่ทางมหาวิทยาลัยให้โอกาส ให้เราได้ทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียน และได้ไปขอความรู้จากอาจารย์ในการนำเศษยางพารามาแปรรูป และได้น้ำยางพารามาแปรรูป เป็นพรมสำหรับใช้ในพิธีละมาดและก็วิ่งไปขายตามมัสยิด เห็นว่าเราต้องหาเงินเรียนหนังสือ ช่วยสนับสนุน และซื้อพรมละมาดที่เราทำขายผมขายได้เยอะพอสมควร สามารถส่งตัวเองเรียนได้ และสามารถส่งกลับมาให้กับครอบครัวได้เป็นค่าใช้จ่ายด้วย ผ่านมาจนถึงปัจจุบันผมเองก็ยังคงทำพรมละมาดขายอยู่ ควบคู่ไปกับการขายถ่านกะลามะพร้าว

ติดต่อโทร. 09-5654-5905

คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด