“เรามีงานตลอด เราทำงานคนเดียว มันอาจจะเป็นการขับเคลื่อนการทำงานอาชีพแบบเล็ก ๆ ณ ตอนนี้โดยที่ของนกไม่มีกู้อะไรนะ เราขับเคลื่อนจากตัวเราทำจากตัวเราทั้งหมดแล้วมันก็ “ยั่งยืน” มาเป็น 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ทำงานจนทุกวันนี้เราไม่ได้ทำงานแล้ว”
จากเซฟโซนในโหมดของ “มนุษย์เงินเดือน” มาสู่อาชีพแม่ค้าขายขนมและอาหารไทยแบบพรีออร์เดอ “ธนพรรณ บุตรฉ่ำ” หรือ คุณนก เจ้าของชื่อบัญชีในเฟซบุ้ค: ธนพรรณ นก ที่ฟังดูแล้วแสนจะธรรมดาใช่ไหม เพราะในยุคนี้ใคร ๆ ก็เล่นโซเชียลฯ แต่ว่าถ้าเกิดวันหนึ่งเรากลายเป็นคนที่ต้องเผชิญกับวิกฤตในชีวิตบ้างซึ่งไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นอีก “ทางรอด” ให้กับคุณเช่นเดียวกับแม่ค้าขายขนมแบบพรีออร์เดอเจ้านี้ก็ได้!“นกก็เป็นคนเล่นเฟซบุ้คธรรมดาทั่ว ๆ ไปเลยค่ะ ลูกค้าก็คือมาจากฐานของเพื่อน ๆ เราในเฟซบุ้คจริง ๆ เลย” คุณนกบอกด้วยความที่ตนเองเป็นคนชอบทำอาหาร เริ่มต้นครั้งแรกเลยคือทำขนมไทย ทำแล้วก็โพสต์ แล้วก็มีคนสนใจ จากนั้นก็เลยเกิด “การซื้อ” ต่อมาเรื่อย ๆ แล้วก็มีการพัฒนาเป็นสินค้าตัวอื่นควบคู่จนกระทั่งที่แบบดีมาก(ลูกค้าตอบรับดี) ก็จะมีเป็นน้ำพริกกากหมู น้ำพริกปลานิลฟูคั่วกลิ้ง นกทำจนแบบว่าตอนนั้นมันเป็นกระแสด้วยแหละคนก็ให้ความสนใจ คนอยากกินคนก็ซื้อ คือทำเยอะทำมากลูกค้านำไปต่างประเทศก็มี รักใครชอบใครอยากให้ส่งให้ใคร ก็สั่งนกแล้วนกก็ส่งให้ทางพัสดุได้ คือทำอย่างนี้มาโดยตลอดเลยโดยการที่ทำกิน ทำขาย แล้วก็โพสต์ มันก็เลยกลายเป็นรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
ก็คือเดิมทีค่ะ นกเคยเปิด “ร้านอาหาร” แต่นานมากแล้ว ก็ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างก็เลยต้องปิดตัวลง แล้วนกก็ไปทำงานประจำ ก็ช่วงที่นกทำงานประจำนกก็ยังทำโน่นทำนี่ก็คือ นกทำขนมไทย เริ่มต้นครั้งแรกเลยทำขนมไทย“แต่บังเอิญช่วงชีวิตหนึ่งของนกค่ะ ก็คือบริษัทปิดกิจการ นกก็ยังคงที่จะยังทำของอยู่แต่เน้นมองว่า ทุกสิ่งอย่างที่ทำ ทุกคนจะต้องจับแตะต้องได้ โดยที่ไม่มองว่ามันแพงเกินไป บวกกับว่าเวลาเราทำไปเราเคยเจอคนที่อยากมีรายได้ แต่ไม่มีโอกาส”ไม่มีโอกาสในที่นี้ก็คือ เรื่องทุนส่วนหนึ่งด้วย แต่ไม่ใช่อย่างเดียวบางคนมีทุน แต่อยู่คอนโด ทำยังไงล่ะ? บางคนมีทุนมีบ้าน แต่ทำไม่เป็น เนี่ยนกก็เลยเอาแต่ละเหตุปัจจัยมาขมวดซึ่งพอเรามีรายได้จากการขายของ เราก็ทำให้ทุกคนที่อยากมีรายได้ ก็คือนกก็จะมี “ราคาส่ง” ให้ก็คือคุณสามารถเอาไปต่อยอด ไปค้าขาย หรืออยากทำจริง ๆ มาคุยกัน คุยกันแบบพี่แบบน้องให้คำปรึกษา เราก็จะช่วยแนะให้ว่าสิ่งที่พี่อยากขาย พี่อยากทำแบบนั้นแบบนี้ ถ้าพี่ทำแบบนี้ เอาของเราไปขายพี่จะทำแบบไหนเพื่อให้ตรงตามโจทย์“บางคนออกงาน ก็คือทอดสด เขาก็จะรับแบบดิบค่ะ ไปฟรีซในสต็อกของเขา(ตู้เย็น) แล้วเขาก็รับออกงาน เขาจะรับออกงานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เขามีกำไรแน่นอน”
“กะหรี่ปั๊บ” โปรดักฮีโร่ของร้าน ที่วันนี้กลายเป็นอีกขนมไหว้(มงคล)
ตอนนี้เลยกลายเป็นสินค้าขายดี สินค้าที่เป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ต้องมีติดบ้านเพราะจะมีลูกค้าสั่งมาเรื่อย ๆ มาทุกวัน วันหนึ่งจะต้องมีอย่างน้อยที่ทำออกไปตอนเช้าเลย วันละ 30 กล่อง(กล่องละ 5 ชิ้น/ราคาส่ง) เพราะว่ามีคนที่รับไปขาย นอกจากนี้ “กะหรี่ปั๊บ” ยังกลายเป็นที่รู้จักใหม่ในความหมายของ “ขนมไหว้”(ขนมมงคล) ซึ่งมีลูกค้าเป็นคนที่เปิดนิยามใหม่ให้กับขนมอย่างกะหรี่ปั๊บอีกด้วย“คือเท้าความนิดนึงเดิมทีนกทำของกินเยอะหลายอย่างใช่ไหมคะ แล้วนกก็ทำกะหรี่ปั๊บเนี่ยแหละ แต่ว่าในปีนั้นบังเอิญลูกค้ารายนี้ค่ะติดต่อนกเข้ามา ไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วยนะ ติดต่อนกเข้ามาแล้วก็บอกว่าอยากได้ กะหรี่ปั๊บ เพราะว่าเพื่อนซื้อขนมไปให้ทานแล้วเขาก็จดเบอร์โทรไว้ แล้วเขาก็โทรมา เขาอยากได้ขนมจำนวน 100 ตัว ซึ่งวันที่เขาแจ้งนกนะค่ะเขาจะเอาช่วงเช้าของวันไหว้ นกก็เลยถามเขาไปว่าพี่เอาไปทำอะไรคะ เขาบอกว่าเขาจะเอาไปไหว้ ซึ่งวันนั้นเป็นวันตรุษจีน นกถามว่าพี่ พี่เอากะหรี่ปั๊บไปไหว้เหรอคะ? ทำไมถึงเอากะหรี่ปั๊บไปไหว้ งงมาก!”เขาก็เลยบอกว่าทำไมล่ะ ทำไมไหว้ไม่ได้ นกก็เลยบอกเขาว่ากะหรี่ปั๊บ ชื่อมันไม่เพราะ แล้วที่สำคัญคือ มันเป็นทรงเหมือน “หอย” พี่ไม่ถือเหรอ เขาบอกไม่ถือหรอกนกไม่เห็นเหรอ กะหรี่ปั๊บมันทรงเหมือนหอยก็จริง แต่เขาก้มหน้าก้มตาเก็บตังค์ งับตังค์ งับตังค์ตลอดไม่มีปล่อยเลย เอาไปไหว้ดีจะตายเราเอาของที่เก็บตังค์ งับตังค์ แล้วก็พอไหว้เสร็จเราก็กินได้เลย นี่คือความรู้สึกของลูกค้าที่มองว่ามันคือของมงคลอย่างหนึ่ง แล้วก็ที่สำคัญคือเขาก็รับของนกเอาไปไหว้ 2 ปีแล้ว อย่างปีนี้ก็มาสั่งไปพร้อมกับขนมไทยตัวอื่น ๆ ด้วย
คงความหลากหลายมีทั้ง “ขนมและอาหารไทย”
นกมีสตอรีของกะหรี่ปั๊บ ก็คือว่ามาจากที่บ้านชอบกิน นกก็ชอบทำ“หนูทำอยู่ 10 วันต่อเนื่อง ทุกวัน วันละ 30 ตัว ทำ ทำ ทำ
ผัดไส้ทุกวันเลย ผัดไส้ทุกวัน ปั้นทุกวัน วันละ 30 ตัว 10 วันอย่างต่อเนื่อง จนคุณแม่บอกว่า นก มันอร่อย มันดี มันสวยแล้วนะลูก ขายได้นะ ก็เลยลองโพสต์” ก็เหมือนเดิมค่ะ โพสต์ปุ๊บก็มีพี่ ๆ มีทุกคนที่ให้โอกาส เหมือนเดิมสั่งเลย หลังจากนั้นก็คือพอเราโพสต์เราทำทุกครั้งที่ทำช่วงแรก ๆ เราว่าดีแล้ว แต่มันยังรู้สึกดีไม่พอ นกก็จะปรับปรุงแก้ไข ปรับ ๆ ปรับ จนมันดีขึ้น ดีขึ้นจนถึงที่สุด เนี่ยคือสตอรีของนกว่า นกทำไม่เป็นเลย นกนอนดูยูทูบอยู่ 2 เดือน เพื่อดูเทคนิคแล้วก็ฝึกทำ 10 วัน วันละ 30 ตัวทำกิน ทำแจก ทำเป็นของฝาก“ทุกฟีดแบ็กที่แนะนำ หรือให้คำบอกนกมา นกเอามาแก้ไข เอามาทำให้มันดีขึ้น หรือเรากินให้คนในบ้านกินเนี่ยค่ะ ถ้าเขาบอกอะไรเราก็เอามาแก้ไข หรือถ้าเขายังไม่ทันบอก เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่นะ มันต้องเป็นอย่างงั้นมันต้องเป็นอย่างงี้แก้ไขเลย”
จุดเด่นก็คือ ของนกไม่อมน้ำมัน กรอบ กรอบทั้ง ๆ ที่เราเปิดฝาเอาไว้ ก็คือสมมติว่าเราทอดขายให้ลูกค้าใช่ไหมคะ แล้วลูกค้ายกตัวอย่าง ลูกค้านกทำงานออฟฟิศซื้อไปแล้วก็แบบไปนั่งเอาไว้ที่โต๊ะทำงาน เขาก็จะมีล็อคของเขาสาวออฟฟิศ เขาก็เปิดฝากล่องหิวเมื่อไหร่ก็หยิบ เขาก็หยิบกิน เขาตั้งไว้อย่างงั้น 3 วันเขาบอกนกว่า พี่นกขนมพี่ยังมี texture ของความกรอบอยู่นะ“มันเลยทำให้นกรู้ว่า อ้อ! ขนมเรากรอบตั้งแต่ไปจากเรา และก็กรอบไปถึงมือลูกค้า โดยที่ลูกค้าเปิดฝาเอาไว้ซึ่งถ้าเปิดฝาเอาไว้แบบนี้ โดยทั่วไปคือมันจะต้องนิ่มแล้ว มันก็เลยกลายเป็นจุดเด่นว่าขนมของนกไม่อมน้ำมัน กรอบ และที่สำคัญ “รสชาติ” คงเอกลักษณ์ของความเป็นไส้ไก่ ก็คือเผ็ดร้อนพริกไทย หอมเครื่องเทศผงกะหรี่”
อย่างสินค้าที่เป็นตัวเด่น ๆ ของนกเลยที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะนึกถึงซึ่งถ้าเป็นขนมไทยก็เช่น ผกากรอง อาลัวสด(ทองก้อน) และก็กะหรี่ปั๊บ เนี่ยค่ะที่แบบว่าตอนนี้คือทุกคนแบบสั่งบ่อย/สั่งประจำ และก็ “จำได้” ถ้าอยากได้ขนมประมาณนี้ก็คือจะนึกถึงนกเลย แต่ใช่ว่าจะมีแค่ 3 ตัวนี้ยังมีอื่น ๆ อีกที่ลูกค้าก็สามารถสั่งแบบ “พรีออร์เดอ” ได้ตามต้องการด้วย ถ้าเป็นของคาวขายดีฮิตตลอดกาลติดลมบนเลย ก็จะมีน้ำพริกกากหมู แล้วก็น้ำพริกปลานิลฟูคั่วกลิ้ง(พริกแกงใต้)“มีคนถามว่าทำไมถึงใช้‘ปลานิล’ น้ำพริกปลานิลฟูทำไมถึงใช้ปลานิลในเมื่อทั่ว ๆ ไปเราจะเห็นกันเป็นปลาดุก ก็มาจากส่วนตัวอีกเหมือนกัน ที่บ้านไม่ทานปลาดุกแล้วก็แฟนเป็นเก๊าต์ก็เลยทำเป็นปลานิล แล้วก็ปลานิลนะค่ะมันเป็นสินค้าที่หาได้ตามท้องตลาดตามชุมชน ราคาไม่สูงคุมราคาได้ นกก็เลยเลือกที่จะใช้เป็นปลานิลบวกกับว่า นกเป็นสะใภ้เมืองใต้นกชอบกินอาหารใต้ นกก็เลยเอาพริกแกงใต้มาซึ่งทั่ว ๆ ไปเราจะเห็นเป็นพริกแกงเผ็ด นกก็เลยใช้เป็นพริกแกงใต้ค่ะ รสชาติใต้ หอมเครื่องแกงใต้เผ็ดร้อนแบบใต้”
บริหารจัดการเองทั้งระบบครบในตัวคนเดียว!
ถ้า ณ วันนี้ ปั้นได้วันหนึ่ง 300 ตัว แล้วพี่ก็จะเกิดความสงสัยว่านกไม่ได้มีสินค้าเดียว นกทำได้ยังไง? ใช่ไหม นกจัดสรรตัวเองโดยการที่เรียกว่า คืนนี้นกจะต้องวางแผนเลยว่าพรุ่งนี้นกจะทำอะไร พอนกวางแผนได้ รุ่งเช้านกทำเลย“สิ่งที่นกทำตอนเช้าก็คือของที่เราต้องขายเลย นกจะทำสิ่งนั้นก่อน พอหลังจากทำของขาย-ส่งเสร็จ ช่วงเย็นนี่คือการปั้น ทำสต็อกเลยจนถึงตี1 ก็ทำมาแล้วนะพี่ คือทำคนเดียวด้วย ก็คือวางแผนจัดสรรว่าเราจะทำอะไรในแต่ละวัน แล้วนกซื้อของเอง ล้างของเอง แพ็กของเอง ค่ะอันนี้คือการจัดสรรถ้าเราจัดสรรได้ เราก็จะรู้ว่าวันหนึ่งเราจะสามารถทำอะไรได้ และทำสต็อกได้มากแค่ไหน ทอดของช่วงไหน ทำสิ่งอื่นสิ่งใดในช่วงไหน เนี่ยค่ะการจัดวางแผน”
อย่างเช่นการปั้นขนม มันดูเหมือนง่ายแต่มันไม่ง่าย แป้ง 1 ชิ้น พอเวลาเราห่อขนมแล้ว ถ้าเสียหายหรือทำออกมาไม่สำเร็จ แป้งชิ้นนั้นต้องทิ้งเลย เพราะว่าแป้งมันเปื้อนแล้ว มันไม่สามารถเอากลับมาใช้ได้“ก็จะมีหาผู้ช่วยมาในบางช่วง อย่างช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาก็ 2 คน หยิบ-จับ-แพ็ก อะไรอย่างเงี้ย ล้างทำความสะอาดอะไรอย่างเงี้ยค่ะ ผัดไส้(ก็คือจะให้เขาช่วยผัด) ส่วนนกทุกอย่างก็คือนกจะชั่ง&ตวง เตรียมของไว้ แต่ทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมของนกหมด ก็คือนกจะดูแลทั้งหมดเลย” ในเมื่อเราเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่เราอยากไปต่อได้ เราอยากทำมันได้เรื่อย ๆ มันก็ต้องวางแผน และก็พัฒนาตัวเองทำสิ่งนี้สำเร็จแล้วอย่างหนึ่ง“อย่างที่บอกคนกินน่ะ ไม่มีใครทานอย่างเดียวไปตลอด เราก็ต้องหาเวลาในการหัดทำอย่างอื่น เพื่อนำเสนอ ถ้าทำไปแล้วความสนใจมี แต่มีน้อย เราก็ต้องหาอย่างอื่นอีก แต่ทุกสิ่งอย่างที่เราทำยังต้องมีอยู่ ถ้าลูกค้าออร์เดอมา”
สงกรานต์ ปีใหม่ คนกลับบ้าน คนซื้อเป็นของฝาก ดีค่ะ อย่างถ้าแบบเป็น ตรุษจีน สารทจีน ก็จะเป็นของพวกมงคล ก็จะมีอาลัวสด (ทองก้อน) และก็ตอนนี้ก็มีกะหรี่ปั๊บ มันต้องดูว่าเป็นเทศกาลอะไร แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือนกมี ณ วันนี้ นกมีการส่งทุกวัน นกมีการทำทุกวัน ไม่ได้ไปไหนเลย“คือถามว่าทำไมไม่ทำแบบเดลิเวอรี แบบออนไลน์ แบบเข้ากลุ่มไลน์แมน จริง ๆ ก็อยากทำเหมือนกันแต่พอทำแล้วแบบ บางทีด้วยความที่เราไม่พร้อมเราก็กลัวทำออกมาไม่ดี แล้วนกก็เน้นว่ามันคือของใหม่ ซึ่งเราเข้าใจลักษณะการทำงานของน้อง ๆ มอไซค์ที่มารับของเขามาแล้วเขาต้องไปเลย จะทอดไว้มันก็ไม่สดใหม่ นกก็เลยคิดว่านกทำแบบนี้แหละดีกว่า”
สร้างรายได้ 5 หลัก/ด. อยู่กับบ้าน ปันอาชีพให้กับคนที่อยากเริ่มก้าว
นกก็ไม่ว่าถ้าลูกค้าจะไปทอดแล้วจะใช้เป็นแบรนด์อะไรก็แล้วแต่ เพราะว่าอย่างที่บอกนกก็มีรายได้จากตรงนี้“ถ้าพี่เขาอยู่ได้
คนที่เอาไปขายอยู่ได้ เราก็อยู่ได้”เขาไปต่อ เราก็ได้ไปต่อ บวกกับว่านกอย่างที่บอกว่านกไม่ได้มีสินค้าแค่ตัวเดียว บางทีอย่างช่วงนี้เขาเอากะหรี่ปั๊บไปแล้ว ช่วงต่อไปอยากได้โรตีกรอบ เขาเรียกว่า แม่ค้าหมุนเวียน“แม่ค้าหมุนเวียนในที่นี้ก็คือ ถ้าคุณจะเดินเส้นทางอันนี้คือการแนะนำของนกสู่ลูกค้าที่เรียกว่า ตัวแทน อยากรับไปขายต่อวันนี้คุณรับกะหรี่ปั๊บไป พออีกสักพักหนึ่งนกก็จะบอกว่า พี่ลองเอาอย่างอื่นไปเพิ่มไหม? คนจะได้รู้ว่าพี่มีอย่างอื่น คนก็ไม่เบื่อ แล้วก็เป็นการกระตุ้น(เหมือนการซื้อ) เขาก็รับฟังนกแล้วก็เอาสินค้าใหม่ เช่น อย่างรอบนี้เอาโรตีก็จะเอาโรตีไปพักหนึ่ง อย่างขายขนมเบื่อแล้ว เขาก็จะมาเอาน้ำพริก น้ำพริกกากหมู น้ำพริกปลานิลฟู แจ่วบองปลาร้า อะไรอย่างเงี้ยค่ะก็คือเนี่ย เขาเรียกว่าแม่ค้าหมุนเวียน”
ต้องมีขั้นต่ำไหม? ยังไงบ้าง“มีเบื้องต้นแต่ว่าไม่ได้เยอะมากก็คือ อย่างเช่น ถ้าเป็นกะหรี่ปั๊บนะค่ะนกมีทั้งแบบทอดและแบบดิบนะ แบบทอดก็คือนกทอดให้เสร็จ ลูกค้าเอาไปขาย อย่างทุกวันนี้ค่ะลูกค้าจะมารับแต่เช้ามืดวันละ 30 กล่อง เอาไปขาย นกก็ 30 กล่องนกก็ให้ราคาส่งแล้ว”ถ้าเป็นอย่างน้ำพริกก็จะมีขั้นต่ำเหมือนกัน การขายก็แล้วแต่เลย ทำไมต้องมีขั้นต่ำ? เพราะว่าอย่างที่บอกเขาเอาไปขายเพื่อที่จะสร้างรายได้ ดังนั้นถ้าเขาเอาของไปจำนวนน้อยความน่าสนใจมันไม่มี บวกกับว่าคำว่าขั้นต่ำของนก เราแค่ทำให้เขาดูว่าถ้าเขาไปทำขาย เขาดูมีอะไรที่หน้าร้าน ไม่มากไป ไม่น้อยไป ซึ่งนกก็มองแล้วว่ามันไม่ได้เยอะจนเกินไป ช่วงพีค ๆ ต่อเดือนเคยได้สูงสุดถึงขนาดไหน?“ก็ไปถึงหลักแสนเหมือนกันค่ะ ยอดขายเป็นหลักแสนเหมือนกัน แต่ถ้าถามว่าพอหักลบออกมาแล้วก็พึงพอใจในระดับหนึ่งค่ะ เพียงแต่ว่าก็ต้องยอมรับว่ามันอาจจะไม่เท่าเดิม เพราะตอนที่นกทำงานบริษัทก็เงินเดือนค่อนข้างสูงอยู่”แต่ก็คือมันก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง ที่เราทำงานโดยที่ว่าหนึ่งเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราได้เป็นนายตัวเอง เราได้ดูแลพ่อแม่ เราได้ทำของกินที่คนชอบ แล้วเราก็สามารถมีโอกาสทำเมนูอื่น ๆ ขึ้นมา โดยการที่เราไม่ได้ไปลงทุนอะไรเยอะ ๆ แต่เราจะทำยังไงหากลุ่มลูกค้า หาตลาด แล้วก็ในขณะเดียวกันนกได้กัลยาณมิตรเพิ่มตลอดเวลาใช่ค่ะ
“ความมั่นคง” อยู่ที่ตัวเรา
ธนพรรณ บุตรฉ่ำ หรือคุณนก เจ้าของร้านขนมและอาหารไทยแบบพรีออร์เดอ บอกกับเราด้วย ตอนแรก ๆ ก็กลัวเหมือนกันนะพี่ กลัวยอมรับเลยค่ะ(เรายังไม่รู้ว่ามันจะแน่นอนไหม) ใช่กลัวเหมือนกัน แต่สุดท้ายเนี่ยเรามานั่งคิด มันไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตเลย แต่ก็มีคติอีกแหละ ถ้าเราลงมือทำ ยังไงเราก็ได้เราจะได้มามากน้อยแค่ไหนยังไงเราก็ได้ แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำ เราจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย ถ้าเป็นเงิน บาทเดียวเราก็ไม่ได้“ให้ถามตัวเอง แล้วก็หมั่นทำ ฝึกฝน หาความรู้ ถ้าเราชอบทำอาหาร ทำขนม เราก็ฝึกทำบ่อย ๆ หาความรู้กับมันบ่อย ๆ ทำ โพสต์ ทำ แจก ตรงนี้ค่ะมันจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ใครเห็น ว่าสิ่งที่เราทำมันดีพอไหม มันอร่อยไหม เมื่อความสนใจมันเกิด อาชีพมันก็จะเกิด” แล้วก็ถ้าอะไรก็แล้วแต่ที่เราทำ เราไม่ควรทำเพียงแค่อย่างเดียว ณ วันนี้ปัจจุบันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกเราต้องหัดเรียนรู้อะไรมากกว่า 1 อย่าง นั่นหมายถึงถ้าเราทำงานประจำด้วย เราต้องหาอย่างอื่นซัพพอร์ตด้วย เพราะความไม่แน่นอนมันเกิดได้ตลอดเวลา
เปลี่ยนวิกฤตตกงานเป็นโอกาส “รายได้” มั่นคงอยู่กับบ้าน 6 หลัก/ด. จากขนมและอาหารไทย “พรีออร์เดอ”เปลี่ยนความชอบเป็นอาชีพที่ใช่! จากคนเล่นโซเชียลฯ ธรรมดา ๆ แต่ว่าน่าทึ่งมากสามารถกลายเป็นช่องทางการตลาดที่ซัพพอร์ตกับสิ่งซึ่งตัวเองมีความชอบและพัฒนาจนออกมาเป็นสินค้าที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อ จนก่อเกิดเป็นอาชีพสร้างรายได้อย่างมั่นคงอยู่กับบ้านมานานนับ 10 ปีแล้ว ด้วยการผลิตที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างการพรีออร์เดอ แล้ว “ความมั่นคง” ก็อยู่ที่ตัวเราเป็นคนสร้างเองได้ในที่สุด และเจ๋งไปอีกกว่านั้นก็คือว่าสามารถแบ่งปันอาชีพนี้ให้กับคนที่อยากจะเริ่มแต่ไม่รู้ว่าจะก้าวยังไงได้อีกด้วย สนใจสินค้าหรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB : ธนพรรณ นก หรือ โทร. 083-461-5946
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด