ธปท.ย้ำการถือหุ้นแบงก์เกิน 5 %ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ต้องกำกับดูแลเข้มเชิงรุก ต้องรายงานวัตถุประสงค์ในการเข้ามาถือหุ้น ลงทุนไปเพื่ออะไร รวมถึงต้องมีแผนการซื้อหุ้นเพิ่ม หรือ จะลดสัดส่วน ระบุ GULF ถือห้นใน”กสิกรไทย” 9.96 % จึงไม่เข้าเกณฑ์ การกู้เพิ่ม หรือ ทำธุรกรรม จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการธนาคารที่เป็นเอกฉันท์
นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดถึง กรณีที่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ GULF เข้าถือหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK ประมาณ 9.96 % ว่า เป็นภายใต้เกณฑ์ของ ธปท. และ บริษัทได้เคยรายงานการถือหุ้นต่อ ธปท. แล้วตั้งแต่มีการถือหุ้น 5% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด โดยตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงินกำหนดว่า การถือหุ้นในสถาบันการเงินเกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ล่วงหน้าเพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการของสถาบันการเงิน ซึ่งหลักเกณฑ์ของ ธปท. อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคง หรือ ศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือ กรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยทั่วไป
"การถือหุ้นตั้งแต่ 5% ขึ้นไปจนสถาบันการเงิน ธปท.นับเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ดังนั้น ธปท.ต้องกำกับดูแลเชิงรุก ที่จะต้องขอให้ผู้ถือหุ้นรายนั้นชี้แจงกับธปท. ว่ามีวัตถุประสงค์ในการเข้ามาถือหุ้นยังไง ลงทุนไปเพื่ออะไร รวมถึงต้องมีแผนการซื้อหุ้นของรายนั้นๆ ด้วย ว่า ถ้ามีแผนจะเพิ่ม หรือ จะลดสัดส่วนอย่างไรในอนาคต โดยที่ผ่านมา GULF ได้มีการรายงานมายังธปท.แล้ว"
นอกจากนี้ จะต้องดูเรื่องการมีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่มีการถือหุ้นเกิน 5% เช่น การกู้เพิ่ม หรือ ทำธุรกรรม จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการธนาคารที่เป็นเอกฉันท์ โดยธนาคารห้ามปล่อยสินเชื่อเกิน 5% ของเงินกองทุน หรือ 25% ของหนี้สินรวมทั้งหมดของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งถือเป็นเกณฑ์การกำกับที่เข้มข้น และ หากมีการทำธุรกรรมจะต้องพิจารณาเหมือนลูกค้าทั่วไป ห้ามมีข้อยกเว้น หรือ ให้สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าที่ทำปกติไม่ได้ เพื่อป้องกันการเอื้อผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ถือหุ้นใหญ่ และ การประเมินความเสี่ยงต่างๆ จะต้องรัดกุม
ส่วนประเด็นที่มีความกังวล Conflict of Interest ในเรื่องของการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) มองว่า เป็นเกณฑ์การกำกับทั้งธนาคาร และ Virtual Bank ที่มีความเข้มข้น แต่จะเห็นว่า กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจมีความแตกต่างกันจึงไม่ส่งผลกระทบ