ไมค์ โนโวแกรตซ์ ซีอีโอแกแล็กซี่ ดิจิทัล คาดยุคเก็งกำไรคริปโตอาจกำลังปิดฉากลง เนื่องจากนักลงทุนประเภทสถาบันเข้ามาแทนที่นักลงทุนรายย่อยที่ไล่ล่าผลตอบแทนสูง และแปลงโฉมอุตสาหกรรมนี้สู่สินทรัพย์ในโลกจริงที่แปลงเป็นโทเคนและให้ผลตอบแทนต่ำลง
ที่ผ่านมาราคาบิตคอยน์และคริปโตสกุลอื่นๆ มีความผันผวนสูงมากมาโดยตลอด ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยระดับมหภาคที่ส่งผลต่อสินทรัพย์ทุกระดับ หรือในช่วงฤดูหนาวคริปโตที่เชื่อมโยงกับความกังวลในอุตสาหกรรมก็ตาม
ในสถานการณ์ปัจจุบันภายใต้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็นมิตรต่อคริปโต และความคาดหวังว่า กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตจะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาสหรัฐฯ ทำให้ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากคาดว่า สินทรัพย์ดิจิทัลจะประเดิมปี 2026 ด้วยการพุ่งทะยานอีกรอบ
แต่กลับกลายเป็นว่า ราคาบิตคอยน์ร่วงกว่า 21% นับจากต้นปี และสัปดาห์ที่แล้วยังหล่นลงไปแตะ 60,062 ดอลลาร์ ต่ำที่สุดในรอบ 16 เดือน และดิ่งลงเกือบ 50% จากสถิติสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนต.ค. 2025
ในงานซีเอ็นบีซี ดิจิทัล ไฟแนนซ์ ฟอรัมที่นิวยอร์กซิตี้เมื่อวันอังคาร (10 ก.พ.) โนโวแกรตซ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแกแล็กซี่ ดิจิทัล บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดคริปโตขณะนี้ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
เขาบอกว่า ตอนที่ราคาบิตคอยน์รูด 22% ในเวลาไม่ถึง 1 วันเมื่อเดือนพ.ย. 2022 หลังการล่มสลายของ FTX แพลตฟอร์มเทรดคริปโตชื่อดัง ความเชื่อมั่นในตลาดได้พังทลายลง แต่สำหรับครั้งนี้ไม่มีปัจจัยลบที่ชัดเจนเหมือนที่ผ่านมา และตั้งข้อสังเกตว่า ตลาดยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากการล้างพอร์ตครั้งใหญ่เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว
โนโวแกรตซ์สำทับว่า เหตุการณ์ในเดือนต.ค.สร้างความเสียหาย 19,370 ล้านดอลลาร์ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และส่งผลกระทบต่อนักเทรดกว่า 1.6 ล้านราย รวมทั้งกวาดนักลงทุนรายย่อยที่ใช้เลเวอเรจสูงและผู้สร้างสภาพคล่องจำนวนมากออกจากตลาด สร้างความกดดันมหาศาลต่อราคาคริปโต และต้องใช้เวลานานกว่าที่จะสามารถดึงผู้เล่นเหล่านั้นกลับมา
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด โนโวแกรตซ์เห็นสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่า ยุคการเก็งกำไรคริปโตอาจกำลังปิดฉากลง เนื่องจากสถาบันการเงินจะดึงดูดนักลงทุนที่มีการยอมรับความเสี่ยงต่างจากนักลงทุนคริปโตดั้งเดิมที่พร้อมเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนสูงเข้าสู่ตลาดคริปโต
เขาคาดว่า อุตสาหกรรมคริปโตจะเปลี่ยนจากการเก็งกำไรที่ให้ผลตอบแทนสูงไปสู่สิ่งที่เป็นไปได้มากขึ้นในทางปฏิบัติ เช่น สินทรัพย์โลกจริงที่แปลงเป็นโทเคนและให้ผลตอบแทนมั่นคงกว่า
โนโวแกรตซ์เสริมว่า นักเทรดบางคนจะเก็งกำไรต่อไปเช่นเดิม แต่โดยรวมแล้วจะถูกปรับเปลี่ยนหรือถูกแทนที่ด้วยผู้เล่นประเภทสถาบันที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานคริปโตเพื่อนำบริการการธนาคารและการเงินไปสู่โลกจริง และโฟกัสที่สินทรัพย์ในโลกจริงที่มีผลตอบแทนต่ำลง
เซอร์เก นาซารอฟ ผู้ร่วมก่อตั้งเชนลิงก์ เห็นด้วยว่า สินทรัพย์ในโลกจริงที่แปลงเป็นโทเคนจะมีมูลค่าโดยรวมแซงคริปโต และอุตสาหกรรมนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน
โนโวแกรตซ์ยังตอบคำถามเกี่ยวกับร่างกฎหมาย CLARITY Act และความพยายามในการปรับโครงสร้างตลาดคริปโตของอเมริกาว่า เขาคาดว่า ร่างกฎหมายนี้จะผ่านความเห็นชอบในท้ายที่สุด และจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดคริปโต