หากใครได้ไปเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำในช่วงนี้ จะสังเกตเห็นว่านอกจากของที่ระลึกทั่วไปแล้ว อีกหนึ่งสินค้าที่เป็น "แม่เหล็ก" ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไป คงหนีไม่พ้น "ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมกลิ่นดอกไม้ไทย"
หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นและมียอดขายเป็นอันดับต้นๆ คือ "ไอเวอรี่" (Ivorye) เจ้าของผลิตภัณฑ์ถุงหอมหินภูเขาไฟและก้านไม้หอมชื่อดัง วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเจ้าของธุรกิจหนุ่มวัย 30 ต้นๆ ผู้อยู่เบื้องหลังความหอมนี้ ถึงเส้นทางจากจุดเริ่มต้นสู่การเป็นแบรนด์ตัวแทนประเทศไทย
จุดเริ่มต้นจากกลิ่นหอมในรถ สู่โอกาสทางธุรกิจ เจ้าของแบรนด์เล่าถึงที่มาว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากความชอบส่วนตัว สมัยที่ยังทำงานเป็นผู้แทนยาในเขตภาคใต้ เขาได้ซื้อถุงหอมหินภูเขาไฟมาใช้ในรถ เมื่อเพื่อนๆได้นั่งรถก็ต่างชื่นชอบและฝากซื้อกันเป็นจำนวนมาก จนเขาเริ่มมองเห็น "โอกาส"
ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นแพลตฟอร์ม Shopee เพิ่งเริ่มเข้ามาทำตลาดในไทย เขาจึงตัดสินใจนำถุงหอมมาจำหน่ายออนไลน์ ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด สร้างยอดขายหลักแสนบาทต่อเดือน เขาใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์และทุนรอนจากการขายมานานกว่า 10 ปี ก่อนจะตัดสินใจสร้างแบรนด์ของตัวเองอย่างเต็มตัว
วิทยาศาสตร์ผสานศิลปะ: จากเด็กวิทย์ จุฬาฯ สู่นักปรุงกลิ่น การทำเครื่องหอมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยพื้นฐานความรู้ด้าน "ไบโอเคมี" จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้เขาสามารถนำวิชาที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการแกะสูตรและพัฒนากลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงแก้โจทย์สำคัญคือ "ทำอย่างไรให้กลิ่นติดทนนาน"
เมื่อสูตรถุงหอมหินภูเขาไฟลงตัว จึงได้ขยายไลน์สินค้าให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ก้านไม้หอมกระจายกลิ่น (Room Diffuser Perfume) สำหรับห้องนอนหรือห้องรับแขก, ถุงหอมหินภูเขาไฟ สำหรับรถยนต์และตู้เสื้อผ้า ไปจนถึง สเปรย์ปรับอากาศ สำหรับความหอมแบบเร่งด่วน นอกจากนี้ยังสนับสนุนชุมชนโดยร่วมมือกับกลุ่มผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผา จ.ปทุมธานี นำวัตถุดิบธรรมชาติมาผลิตเป็นเตาอโรม่า (Aroma Burner) อีกด้วย
ครองใจนักท่องเที่ยว ดันยอดขายพุ่งสวนกระแส ปัจจุบัน Ivorye มีกลิ่นให้เลือกสรรกว่า 15 กลิ่น และดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ตัวเองมากว่า 7-8 ปี แม้ตลาดเครื่องหอมจะมีการแข่งขันสูงและมีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นตามเทรนด์ Medical Wellness แต่เขายังมั่นใจในคุณภาพ เพราะควบคุมการผลิตเองทุกขั้นตอน ทำให้มีฐานลูกค้าประจำที่เหนียวแน่น
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการขยายช่องทางจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ โดยเจาะทำเลทองอย่าง สยามพารากอน และ เซ็นทรัลเวิลด์ ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลาย ลูกค้ากว่า 90% คือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลงใหลในกลิ่นอายความเป็นไทย จนกลายเป็นแบรนด์เครื่องหอมที่มียอดขายสูงสุดในห้างฯ กลุ่มนี้
ก้าวต่อไปสู่ตลาดโลก ความสำเร็จในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับ ทำให้ Ivorye ตั้งเป้าหมายที่จะโกอินเตอร์อย่างเต็มตัว โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในการออกบูธต่างแดน ล่าสุดได้เริ่มทดลองตลาดที่ออสเตรเลียผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งผลตอบรับดีเยี่ยมและกำลังเจรจานำสินค้าเข้าห้างสรรพสินค้าที่นั่น เพราะการส่งออกสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าการขายในประเทศถึง 3 เท่า
ไม่หยุดพัฒนา: เตรียมบุกตลาดน้ำหอมฉีดกาย เร็วๆ นี้ Ivorye เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "น้ำหอมสำหรับฉีดกาย" เจาะตลาดระดับกลางถึงบน ซึ่งผ่านการวิจัยร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง นานกว่า 2 ปี เพื่อให้ได้กลิ่นที่ติดทนนาน 6-8 ชั่วโมง
เจ้าของแบรนด์ทิ้งท้ายว่า แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่สินค้ากลุ่มเครื่องหอมได้รับผลกระทบน้อย เพราะเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ราคาสมเหตุสมผล (เช่น ถุงหอมราคา 395 บาท ใช้ได้นาน 2-3 เดือน) เมื่อลูกค้าใช้แล้วติดใจ ก็พร้อมที่จะกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง