xs
xsm
sm
md
lg

Funding Societiesเร่งขยายบทบาท Non-Bank หนุนโตอย่างมีคุณภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:




Funding Societies ประเทศไทย เผยปี 68 ผลงานเติบโตสูงกว่าที่ประเมินไว้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลจาก SME ที่มีฐานลูกค้าหลากหลาย ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐ หรือกิจการที่มีคำสั่งซื้อและกรอบเวลาโครงการชัดเจน และปีนี้ ยังคงใช้สินเชื่อระยะสั้นเพื่อบริหารกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง เดินหน้า“การเติบโตอย่างมีคุณภาพ” มากกว่าการขยายตัวเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว


นายวิกาส เจน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Funding Societies ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2568 บริษัทสามารถขยายมูลค่าพอร์ตสินเชื่อเติบโตมากกว่า 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ประมาณ 30% อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มปริมาณ แต่เป็นผลลัพธ์จากแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับ “การเติบโตแบบคัดเลือกและมีความรับผิดชอบ”

“ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งมาตรการภาษีนำเข้า ความผันผวนของการค้าโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME โดยเฉพาะกลุ่มส่งออก สิ่งที่เรายึดมั่นคือ หากผู้ประกอบการมีความพร้อมที่จะปรับตัวและเติบโต เราพร้อมที่จะสนับสนุนในจังหวะที่เหมาะสม” นายวิกาสกล่าว

สำหรับกลยุทธ์สำคัญนั้น อยู่ที่การคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีพื้นฐานธุรกิจแข็งแรง มีคำสั่งซื้อจริง หรือมีกระแสเงินสดที่สามารถประเมินได้ชัดเจน พร้อมทั้งรักษาวินัยด้านการบริหารความเสี่ยงและคุณภาพพอร์ตอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการพัฒนาโซลูชันสินเชื่อระยะสั้นด้าน Trade Finance ที่สอดคล้องกับรอบธุรกิจจริงของ SME

ในเชิงอุตสาหกรรม การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในปี พ.ศ. 2568 ขับเคลื่อนโดยหลายภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกและค้าส่ง ธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ภาคการผลิต รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีโครงสร้างการชำระเงินที่ชัดเจนและมีเสถียรภาพสูง

นายวิกาสยอมรับว่า แม้ผลลัพธ์โดยรวมจะเกินความคาดหมาย ปี พ.ศ. 2568 จะเกินความคาดหมาย แต่มีบางช่วงที่สภาพตลาดและพฤติกรรมผู้ประกอบการเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของ SME ที่ได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความไม่แน่นอนด้านการค้าโลก มาตรการภาษีของสหรัฐฯ สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางกลุ่ม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า–ส่งออก มีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจขอสินเชื่อในบางช่วงเวลา

ในทางกลับกัน กลุ่มที่มีผลการดำเนินงานดีกว่าคาดกลับเป็น SME ที่มีฐานลูกค้าหลากหลาย ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐ หรือกิจการที่มีคำสั่งซื้อและกรอบเวลาโครงการชัดเจน ซึ่งยังคงใช้สินเชื่อระยะสั้นเพื่อบริหารกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า “การเติบโตไม่ได้อยู่ที่ขนาดของตลาด แต่อยู่ที่ความแม่นยำในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม”

ขณะที่บทเรียนสำคัญในมุมการตลาดและการดำเนินงาน คือการก้าวข้ามการมองตลาดในระดับอุตสาหกรรม ไปสู่การทำความเข้าใจเชิงลึกในระดับรายกิจการ ว่าธุรกิจแต่ละรายมีวงจรสภาพคล่องอย่างไร และต้องการเงินทุนในช่วงเวลาใดจริง ๆ นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือกับแพลตฟอร์มบัญชีและระบบบริหารจัดการธุรกิจ ยังช่วยลดความซับซ้อนในการเข้าถึงสินเชื่อ และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายวิกาสมองว่า โดยปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “เติบโตอย่างมีคุณภาพ” พร้อมขยายบทบาท เพราะ Non-Bank
ระบบการเงินไทยยังคงมี “ช่องว่างในการเข้าถึงสินเชื่อ” อย่างมีนัยสำคัญ โดย SME กว่า 80% ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเต็มที่ ช่องว่างดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนข้อจำกัดของโมเดลการปล่อยสินเชื่อแบบดั้งเดิม แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญของผู้ให้บริการ Non-Bank ในการเข้ามาสนับสนุนเศรษฐกิจจริง และท่ามกลางแนวโน้มที่ตลาดสินเชื่อดิจิทัลไทยมีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 20% ต่อปี Funding Societies วางกลยุทธ์หลัก 3 ประการ ได้แก่หนึ่ง เสริมความแข็งแกร่งและขยายธุรกิจหลัก ยังคงมุ่งเน้นโซลูชันสินเชื่อระยะสั้นที่อิงกับธุรกรรมจริง มีผู้ชำระเงินปลายทางชัดเจน และสอดคล้องกับวงจรกระแสเงินสดของธุรกิจ ควบคู่กับวินัยด้านการบริหารความเสี่ยง เพื่อยกระดับคุณภาพพอร์ตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรูปแบบสินเชื่อที่เชื่อมโยงการชำระเงินเข้ากับผู้ซื้อหรือคู่สัญญาโดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มความโปร่งใสและลดความไม่แน่นอน

นอกจากนี้ สร้างแหล่งการเติบโตใหม่ (Cultivate New Growth Vectors) ผ่านการขยายความร่วมมือเชิงระบบนิเวศ การผสานโซลูชันทางการเงินเข้ากับแพลตฟอร์มบัญชี ระบบบริหารจัดการธุรกิจ และซัพพลายเชน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กรณีการใช้งานเฉพาะ เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างเป็นระบบ และสุดท้าย คือการยกระดับประสิทธิภาพเชิงปฏิบัติการ (Operational Leverage)ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการประเมินสินเชื่อ การบริหารพอร์ต และการบริการลูกค้า เพื่อให้สามารถขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

" ความสำเร็จในปี พ.ศ. 2569 จะไม่ถูกวัดจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่จะสะท้อนผ่าน ความสมดุลระหว่างการเติบโตและคุณภาพพอร์ต การรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้ และบทบาทขององค์กรในฐานะพันธมิตรทางการเงินที่ SME ให้ความไว้วางใจในเชิงโครงสร้าง การเข้าเป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ของ FS Capital หน่วยธุรกิจสินเชื่อโดยตรงของ Funding Societies จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยง และออกแบบโซลูชันที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น "

ปัจจุบัน Funding Societies มีฐานการดำเนินงานใน 5 ประเทศอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ด้วยยอดปล่อยสินเชื่อสะสมมากกว่า 157,000 ล้านบาท ครอบคลุมธุรกรรมกว่า 5.2 ล้านรายการ สะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลที่เติบโตบนพื้นฐานของความยั่งยืน

“ท้ายที่สุด สิ่งที่เรามุ่งสร้างไม่ใช่เพียงการเติบโตทางตัวเลข แต่คือความเชื่อมั่นระยะยาว ว่าเมื่อ SME ต้องการพันธมิตรทางการเงินที่เข้าใจบริบทธุรกิจจริง Funding Societies จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกที่พวกเขานึกถึง” นายวิกาสกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น