xs
xsm
sm
md
lg

DBS ประเมินปี 2026 “The Long Game” เข้าสู่โหมดปกป้องพอร์ต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เชิญ CIO (Chief Investment Office, DBS Bank) มาให้ข้อมูลDBS 1Q26 Insights: The Long Game มองสหรัฐฯเข้าสู่ความเสี่ยงด้านฐานะการคลัง จากหนี้สาธารณะที่สูง จุดชนวนเงินเฟ้อพุ่ง ดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก เป็นปัจจัยกดดันการค้าทั่วโลก แนะปกป้องพอร์ตปี 2026

นายเวย์ ฟุก โหว (Mr. Wey Fook Hou) Chief Investment Office, DBS Bank กล่าวในงาน DBS 1Q26 Insights : The Long Game ว่าเมื่อมองย้อนกลับไป ปี 2025 เป็นปีที่ทดสอบความเชื่อมั่นและให้ผลตอบแทนแก่ความมีวินัยตลาดแสดงผลลัพธ์ที่แข็งแกร่ง แม้จะไม่สม่ำเสมอเศรษฐกิจ สหรัฐฯกำลังก้าวเข้าสู่ ยุคที่มีความ เสี่ยงของฐานะ การคลัง(fiscal dominance) อย่างชัดเจน ขณะที่การขาดดุลงบประมาณที่ดำรงอยู่ต่อเนื่อง และระดับหนี้สาธารณะ ที่เร่งตัวขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าการจัดหาเงินทุน ของภาครัฐ อาจเข้ามาบดบังบทบาทของนโยบายการเงิน นอกจากนี้ การบั่นทอนความเป็นอิสระ ของธนาคาร กลางสหรัฐ (Fed) ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงการรับ รู้ของตลาด อาจจุดชนวนความกังวล ด้านเงินเฟ้อ อีกครั้ง และผลักดันให้นักลงทุนเรียกร้อง riskpremium ที่สูงขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักของเงินเฟ้อไม่ได้ อยู่ที่ภาษีหรือ ข้อจำกัดด้านอุปทาน แต่อยู่ที่การขาดกรอบวินัยทางการคลังในการควบ คุมหนี้สาธารณะ  

สำหรับนักลงทุนแนะนำให้ใช้กลยุทธ์การปกป้องมูลค่าพอร์ต โดยจำเป็นต้องให้น้ำหนักกับสินทรัพย์จริง โครง สร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ และโลหะมีค่า ซึ่งได้พิสูจน์มาแล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี กว่าในช่วงวัฏจักรเงินเฟ้อ

นายเวย์ ฟุก กล่าวว่า เงินเฟ้อไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเพียงประการเดียว ที่กำลังกำหนดทิศทางตลาด กระแส deglobalisation ที่เร่งตัวขึ้นจากนโยบายเชิงปกป้องอย่าง America First ได้สร้างแรงฉุดสองด้านพร้อมกัน ทั้งการค้าโลกที่อ่อนแรงลงและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ท่ามกลางแรงต้านเหล่านี้โมเมนตัม ทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความแข็งแรง จากแรงหนุนของ capex supercycle ที่ทรงพลังโดยมี AI และการใช้จ่ายด้านกลาโหมเป็นหัวหอก

ทั้งนี้ ประเมินว่า Hyperscalers เพียงกลุ่มเดียว จะทุ่มเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI สูงถึง 1.4 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2025–2027 ขณะที่งบประมาณกลาโหมของ NATO มีแนวโน้มเพิ่มจาก2% เป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2035 ความมุ่งมั่นเหล่านี้สะท้อนแรงหนุนเชิงโครงสร้าง ที่อาจพลิกโฉมภูมิทัศน์ ทางอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีในระยะยาว

นายเวย์ ฟุก ยังได้ให้ความเห็นต่อว่า ในทุกโอกาสย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง ซึ่งการบูมของ AI แสดงสัญญาณของความร้อนแรง ทั้งในแง่ระดับมูลค่าที่พุ่งสูง ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว และพฤติกรรม เชิงเก็งกำไร อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับฟองสบู่ดอทคอม ฉากหลังทางเศรษฐกิจมหภาค และการสนับสนุน เชิงนโยบายในปัจจุบัน มีความแข็งแรงกว่ามาก

ส่วนแผนการลงทุนของ Big Tech แม้มีขนาดใหญ่ แต่ยังคงอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับGDP ทั้งนี้ ยังคงตระหนักว่าความประมาท อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม การเพิ่มขึ้นของแนวโน้ม การระดมทุนแบบหมุนเวียน หรือ circular financing โดยบริษัทต่าง ๆ ได้สนับสนุนเงินทุนซึ่งกันและกัน สะท้อนภาพคล้ายกับ vendor financing ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในแง่ของ ความเปราะบางเชิงระบบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อ Fed ปรับทิศทางสู่วัฏจักรการลดอัตราดอกเบี้ย ภายใต้สภาพแวดล้อม ที่ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคามีแนวโน้มปรับสูงขึ้น สินทรัพย์จริงยังคงเป็นเครื่องมือป้องกันความ เสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากเปรียบเทียบผลการดำเนินงานสัมพันธ์ของเงิน (Silver) และ S&P 500 ซึ่งใช้เป็นตัวแทนของสินทรัพย์จริง และสินทรัพย์ทางการเงินในวงกว้างตามลำดับ จะเห็นว่าการจัดวางสถานะของนักลงทุนอยู่ในระดับที่ตึงตัวมากสร้างโอกาสสำหรับการกระจายความเสี่ยง กล่าวโดยสรุป การเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์จริงที่จับต้องได้ไม่ใช่เพียงการตั้งรับ แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

ท้ายที่สุด “คุณภาพ” คือหัวใจสำคัญ กระแสเงินเชิงเก็งกำไรหลัง Liberation Day ที่ไหลเข้าสู่หุ้น AI และเทคโนโลยีได้ผลักดันหุ้น High Beta ขึ้นสู่ระดับที่ร้อนแรงอย่างยิ่ง โดยมีแรงเสริมจากเงินไหลเข้าLeveraged ETFs ตลาดตราสารหนี้สะท้อนภาพในทิศทางเดียวกัน โดยการ outperformance ของ High Yield ขยายตัวจนเข้าใกล้ขีดจำกัด สำหรับไตรมาสข้างหน้า ความแข็งแกร่งของพอร์ตจะมาจากการ ยึดมั่นในคุณภาพ สอดคล้องกับมุมมองของเราที่ให้ความสำคัญกับหุ้นคุณภาพ และตราสารหนี้ระดับInvestment Grade
กำลังโหลดความคิดเห็น