นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(11ก.พ.69)ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.15 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.05-31.35 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up เข้าใกล้โซนแนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.11-31.30 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามจังหวะอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ หลังรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม ออกมาแย่กว่าคาด (ทรงตัว เทียบกับที่ตลาดมอง +0.4%m/m) หนุนให้ บรรดาผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED บ้าง อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ถูกชะลอลง จากทั้งจังหวะการย่อตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ยังคงหนุนความต้องการซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวจากผู้เล่นในตลาด รวมถึง การทยอยรีบาวด์สูงขึ้นของเงินดอลลาร์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อาทิ ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) ในเดือนมกราคม ที่จะทยอยรับรู้ในช่วงราว 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED หลังผู้เล่นในตลาดต่างมั่นใจว่า FED จะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ และยังมีโอกาสพอควรที่จะลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ได้
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง บนความผันผวนที่สูงขึ้น โดยในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจพอได้อานิสงส์จากแรงซื้อสินทรัพย์ไทย จากบรรดานักลงทุนต่างชาติ หลังรับรู้ผลการเลือกตั้ง สอดคล้องกับสถิติการทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างของเงินบาท ในช่วง Post-Election Rally อย่างไรก็ตาม เราขอย้ำว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัดได้ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน (และหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นพอควร อาจมีการทยอยขายทำกำไรสถานะ Long THB หรือมองเงินบาทแข็งค่าขึ้นบ้าง) เพื่อรอลุ้น ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในคืนวันพุธนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน ผ่านการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย FED ได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดยเราประเมินว่า ในช่วงก่อนรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ปัจจัยสำคัญต่อเงินบาท ทั้งเงินดอลลาร์และราคาทองคำ อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways แต่ต้องระวังความผันผวนของตลาดการเงินที่อาจสูงขึ้น ในช่วงทยอยรับรู้ข้อมูลดังกล่าว โดยจากสถิติย้อนหลัง 1 ปี เราพบว่า กรอบการแกว่งตัว +/-1.0 SD ของค่าเงินบาท (USDTHB) สูงถึงราว +0.22%/-0.39% ในช่วงหลังรับรู้ข้อมูล 30 นาที