ยอดขายในประเทศของบีวายดีเดือนมกราคมทำสถิติต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในตลาดรถใหญ่ที่สุดของโลก ท่ามกลางดีมานด์ภายในที่ซบเซาและการแข่งขันดุเดือด นอกจากนี้การที่ปักกิ่งลดมาตรการอุดหนุนอีวีอาจส่งผลให้ตลาดรถจีนปีนี้โตช้าลง
จากการวิเคราะห์ของซีเอ็นบีซี อีวีชั้นนำในจีนอย่างน้อย 6 แบรนด์ตั้งแต่เสียวหมี่จนถึงเอ็กซ์เผิง ล้วนรายงานยอดขายดิ่งฮวบในเดือนม.ค.เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. บางบริษัทรายงานยอดส่งมอบอย่างเดียว ไม่ได้ระบุยอดขาย และไม่แยกแยะระหว่างยอดขายภายในกับภายนอกประเทศ
เฮเลน หลิว หุ้นส่วนของเบน แอนด์ คอมปานี คาดว่า ตลาดรถจีนปีนี้จะเผชิญความกดดันมากขึ้นจากปัจจัยด้านนโยบายและการแข่งขัน โดยการเปลี่ยนแปลงนโยบายอาจกระตุ้นให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อรถ ขณะที่ผู้ผลิตระมัดระวังมากขึ้นในการเปิดตัวรถใหม่
แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจและธุรกิจในช่วง 2 เดือนแรกของปีมีแนวโน้มผันผวนเนื่องจากเป็นช่วงที่มีเทศกาลวันหยุดตรุษจีน แต่สำหรับปีนี้ เดือนม.ค.ยังมาพร้อมการลดการสนับสนุนอีวี โดยนับจากวันที่ 1 ม.ค. จีนเริ่มเก็บภาษีซื้อ 5% หลังจากยกเว้นการเก็บภาษีซื้อเต็ม 10% สำหรับ NEV มาตลอดทศวรรษ
รอยเตอร์คาดว่า การที่ปักกิ่งลดมาตรการอุดหนุน เช่น การนำรถเก่าแลกรถใหม่ จะเพิ่มความกดดันสำหรับบีวายดีและบริษัทอื่นๆ ที่เดิมพันกับรถราคาประหยัด และอาจส่งผลให้จีน ซึ่งเป็นตลาดรถใหญ่ที่สุดของโลก เติบโตช้าลงในปีนี้
ที่ผ่านมา ปักกิ่งใช้มาตรการอุดหนุนและนโยบายการให้สิทธิพิเศษหลายอย่างเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอีวี
ฤดูร้อนปี 2024 ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลใหม่ในจีนกว่าครึ่งเป็น NEV ปีต่อมาบีวายดีโค่นเทสลา ขึ้นเป็นบริษัทที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) สูงสุดในโลก ด้วยตัวเลข 2.26 ล้านคัน เพิ่มขึ้นเกือบ 28% จากปี 2024 ความสำเร็จนี้ช่วยบรรเทาความกดดันที่เพิ่มขึ้นในบ้านเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีลี่และลีปมอเตอร์ในเซ็กเมนต์อีวีราคาประหยัด
อย่างไรก็ดี เดือนที่แล้วบีวายดีมียอดขาย BEV เพียง 83,249 คัน จากยอดขายทั้งหมดที่รวมถึงปลั๊ก-อินไฮบริด 205,518 คัน ต่ำที่สุดนับจากเดือนก.พ. 2024 ที่ยอดขายอยู่ที่ 121,748 คัน
แข่งขันรุนแรง
บีวายดีเผชิญการแข่งขันรุนแรงขึ้นจากคู่แข่งร่วมชาติ ท่ามกลางสงครามราคาที่บีบให้ผู้ผลิตต้องสรรหาฟีเจอร์มานำเสนอเพิ่มในราคาถูกลง
Aito ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของหัวเว่ย ยักษ์ใหญ่สมาร์ทโฟนและโทรคมนาคมของจีน เผยว่า มียอดส่งมอบกว่า 40,000 คันในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วกว่า 80%
ลีป มอเตอร์ และนีโอมียอดส่งมอบเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 32,059 คัน และ 27,182 คันตามลำดับ
เสียวหมี่เผยว่า ยอดส่งมอบอีวีเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี 2025 เป็นกว่า 39,000 คัน แต่ลดลงจากยอดส่งมอบเดือนธ.ค.ที่อยู่ที่ 50,000 คัน
Tu Le ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษา ซิโน ออโต้ อินไซต์ ชี้ว่า คู่แข่งหลายแห่ง อาทิ จีลี่ กำลังกวาดยอดขายจากอีวีราคาถูก ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่บีวายดีเป็นผู้นำ
จีลี่ไต่เต้าสู่อันดับ 2 ในตลาดอีวีจีน รองจากบีวายดี เดือนที่ผ่านมาบริษัทแห่งนี้มียอดขายกว่า 270,000 คัน ซึ่งรวมถึงแบรนด์กาแล็กซีและซีเคอร์ บวกกับยอดส่งออกอีกกว่า 60,000 คัน และคาดว่า ยอดขาย NEV โดยรวมตลอดปีนี้จะอยู่ที่ 2.22 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 32%
ทางด้านบีวายดีที่ปีที่แล้วมียอดขาย NEV 4.56 ล้านคัน ไม่ได้ประกาศเป้าหมายยอดขายในประเทศสำหรับปีนี้ แต่เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า มีแผนเพิ่มยอดขายในต่างประเทศสำหรับปีปัจจุบันเกือบ 25% เป็น 1.3 ล้านคัน
อนึ่ง ยอดส่งออกของบีวายดีในเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 100,482 คัน เทียบกับ 133,172 คันในเดือนธ.ค.
อย่างไรก็ตาม Le คาดว่า บีวายดีจะยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำทั้งในและนอกประเทศไว้ได้ โดยอ้างอิงแผนการอัปเกรดระบบชาร์จ การกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานการขับขี่อัจฉริยะของบริษัทอีวีเบอร์หนึ่งของโลกแห่งนี้
สำหรับเอ็กซ์เผิงนั้นรายงานว่า มียอดส่งมอบรถ 20,011 คันในเดือนม.ค. จากเฉลี่ยเดือนละ 35,000 คันมาตลอด 1 ปี ส่วนยอดส่งมอบของหลี่ ออโต้ลดลงอยู่ที่ 27,668 คัน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) ระบุว่า ยอดขาย NEV ที่รวมทั้งไฮบริดและ BEV ประจำเดือนธ.ค.ขยับขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2024 ซึ่งถือเป็นการเติบโตชะลอตัวต่อเนื่องเดือนที่ 3
ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ปัญหาในอุตสาหกรรมอีวีที่เคยเป็นจุดสว่างของเศรษฐกิจจีนที่เผชิญวิกฤตอสังหาริมทรัพย์เรื้อรังมานานหลายปี
คาเมรอน จอห์นสัน หุ้นส่วนอาวุโสประจำเซี่ยงไฮ้ของบริษัทที่ปรึกษา ไทดัลเวฟ โซลูชันส์ เผยว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถหลายแห่งในจีนเชื่อว่า ถ้าอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัวลงอีก ปักกิ่งอาจฟื้นมาตรการอุดหนุนบางอย่างเพื่อลดทอนผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์จ้างงานราว 30 ล้านตำแหน่งในจีน หรือกว่า 10% ของการจ้างงานในเมืองทั้งหมด
กระนั้น อเล็กซ์ มุสคาเทลลี นักเศรษฐศาสตร์ของฟิตช์ เรทติงส์ ตั้งข้อสังเกตว่า ภาคยานยนต์เป็นองค์ประกอบที่เล็กกว่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 25% และช่วยขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของจีน ขณะที่ในส่วนการลงทุนในสินทรัพย์คงที่นั้น อุตสาหกรรมยานยนต์มีสัดส่วนเพียง 3.7% ของมูลค่าการลงทุนรวมในปีที่ผ่านมา เทียบกับ 23% ของภาคอสังหาริมทรัพย์