เปิดประเด็นฮอตบน X (Twitter) วันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการเลือกตั้งใหญ่ประเทศไทย พบเสียงเรียกร้องให้อัปเดตระบบ สะท้อนนวัตกรรมที่ไทยใช้จริงตั้งแต่ระบบบัตรประชาชนออนไลน์ ระบบสตรีมถ่ายทอดการนับคะแนนและผลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ แม้จะยังมีบางข้อจำกัดที่ยังล้าหลัง
***นวัตกรรมไอที ใช้จริงเลือกตั้ง
เสียงในโซเชียลมีเดียไทยชื่นชมถึงการใช้แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือ ThaiD เพื่อเลือกตั้งได้ ว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งแสดงถึงการยอมรับเทคโนโลยีจากภาครัฐ แม้จะยังมีเสียงวิจารณ์ว่าไทยควรใช้ระบบโหวตอิเล็กทรอนิกส์
ไม่เพียง Digital ID และแอป ThaiD ที่เป็นการใช้บัตรประชาชนดิจิทัลผ่านแอปรัฐบาลในการยืนยันตัวตน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีในเลือกตั้งไทย ประเทศไทยก็มีการนับคะแนนแบบเปิดเผยและสตรีมผลแบบเรียลไทม์ผ่านระบบของ กกต. ซึ่งเชื่อว่าช่วยเพิ่มความโปร่งใสด้วยเทคโนโลยีด้วย
อย่างไรก็ตาม โซเชียลไทยมีการรายงานความไม่สอดคล้องในแอป และปัญหาบัตรเสียจากระบบเก่า โดยรายงานจาก iLaw พบว่ามีเกือบ 10 กรณีที่แอปแสดงสิทธิ์โหวตประชามติได้ แต่ชื่อหายไปตอนถึงหน่วยเลือกตั้ง สะท้อนปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างระบบดิจิทัลและหน้างาน
ในอีกด้าน บางเสียงชี้ว่าประเทศไทยควรเปลี่ยนระบบแบบเลือกตั้งใหม่ และควรนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่นระบบกดเลขแทนระบบกาด้วยปากกา โดยวิจารณ์ความผิดพลาดซ้ำซากที่อาจลดลงได้หากใช้ระบบกดเลขดิจิทัล ซึ่งการโหวตอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการใช้งานในหลายประเทศ
ชาวเน็ตเชื่อว่าประเทศไทยพร้อมทำระบบโหวตอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากประเทศไทยมีระบบ ThaiD รวมถึงมีบัตรประชาชนที่ติดไมโครชิป แต่บางเสียงก็ยังมีความกังวลถึงการแฮกระบบและเปลี่ยนคะแนน ซึ่งสะท้อนความท้าทายด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้อยู่
เลือกตั้งทีไร ถ้ายังใช้คนนับมันก็มีโอกาสผิดมากอยู่ดี ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม มันทำโหวตอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้เหรอวะ ThaiD เราก็มี บัตรก็มีชิพ เสียบเข้าไปดิ กดเลขที่จะโหวตแล้วส่งผลเข้าไปเลย งบเจ็ดแปดพันล้านมันซื้อได้แค่ฟิวเจอร์พอร์ดกับตะกร้าใส่บัตรหรือไง คว------------------— ปป.「(*´꒳`*)」: ||| 🍀 🍊 (@whysoxvcxh) February 8, 2026
อีกก้าวสำคัญคือมีการตั้ง "Cyber War Room" โดย NT และ กกต. เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ตลอด 24 ชม. ระหว่างเลือกตั้ง ซึ่งช่วยให้ระบบไอทีปลอดภัยและโปร่งใสด้วย
การตั้ง Cyber War Room นี้มีจุดประสงค์เพื่อเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ป้องกันการแทรกแซงทางดิจิทัล เช่น การแฮกระบบนับคะแนนหรือการปล่อยข่าวปลอม นี่แสดงให้เห็นว่าไทยเรากำลังจริงจังกับ cybersecurity ในระดับชาติ โดยเฉพาะในยุคที่ AI และ deepfake สามารถสร้างข้อมูลเท็จได้ง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มอย่าง TikTok ยังร่วมมือกับกกต. สร้าง "Election Center" เพื่อตรวจสอบเนื้อหาด้วย AI และให้ผู้ใช้รายงานข่าวปลอมได้ทันที ซึ่งช่วยลดปัญหาข้อมูลเท็จที่เคยเกิดในเลือกตั้งครั้งก่อนๆ
สำหรับภาพรวมของการเลือกตั้งครั้งนี้ ตามข้อมูลล่าสุดจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้นนำโด่ง ด้วยคะแนนเสียงที่เหนือกว่าพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย
ผลการผลเลือกตั้งนี้ย่อมส่งผลต่ออนาคตเทคโนโลยีของประเทศไทยโดยตรง โดยพรรคภูมิใจไทยนั้นชูนโยบาย "New S-Curve" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยไอที เช่น การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EVs), การสร้าง data centers สำหรับ AI, และการใช้ AI ในอุตสาหกรรมอาหารและการแพทย์ โดยเฉพาะการตั้ง Medical AI Hub เพื่อพัฒนาการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยี
นอกจากนี้ การลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ หากผ่านก็อาจเปิดทางให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิ์ดิจิทัลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มแข็งขึ้นก็ได้.
เทคโนโลยีก้าวไปไกลนานแล้ว แต่ไทยเราก็ยังเลือกตั้งด้วยวิธีแบบเก่าๆเหมือนเขมร/พม่า— KZy (@Jin_KZy) February 8, 2026