xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.85-ติดตามการเลือกตั้งของไทย และญี่ปุ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(6ก.พ.69)ที่ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.76 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.70-31.95 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up จนสามารถทรงตัวเหนือโซนแนวต้าน 31.75-31.80 บาทต่อดอลลาร์ ได้สำเร็จ (แกว่งตัวในกรอบ 31.70-31.89 บาทต่อดอลลาร์) หลังเงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น ตามการอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก

อย่างไรก็ดี แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ทว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่คลี่คลายลงบ้าง รวมถึงการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และแรงขายของผู้เล่นในตลาดที่ยังมีอยู่ ได้กดดันให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวเพิ่มเติมทดสอบโซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย เพิ่มแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาท

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในรายงานเดียวกันนั้น จะมีรายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะยาว ที่จะเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อที่ทาง FED ติดตาม

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่การเลือกตั้งของไทย และญี่ปุ่น ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ นอกจากนั้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (หลังทั้งสองฝ่ายเตรียมกลับมาเจรจากันอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้) ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศยุโรป ในประเด็น Greenland และแนวโน้มการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติมได้ ตราบใดที่ตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ซึ่งอาจยังพอช่วยหนุนเงินดอลลาร์ได้ กอปรกับ ผู้เล่นในตลาดอาจยังเลือกที่จะถือสถานะ Short JPY (มองเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลง) เพื่อรอลุ้นผลการเลือกตั้งญี่ปุ่นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งผลการเลือกตั้ง หากเป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง อาจสร้างแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินเยนญี่ปุ่นเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ดี เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด แม้จะมีโอกาสเห็นการอ่อนค่าลงทดสอบโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจต้องการรอลุ้น ผลการเลือกตั้งของไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เช่นกัน

นอกจากนี้ เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์อาจเริ่มจำกัดลง เนื่องจากในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ควรเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า ตามการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มออกมาแย่กว่าคาด และที่สำคัญ เราประเมินว่า ในสัปดาห์หน้า เงินดอลลาร์มีโอกาสที่จะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้ หากรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ออกมาแย่กว่าคาด ซึ่งภาพดังกล่าวอาจช่วยหนุนเงินบาทด้านแข็งค่าขึ้นเพิ่มเติมได้ หากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ที่ควรมาพร้อมกับการปรับตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้หนุนให้ราคาทองคำสามารถรีบาวด์สูงขึ้นต่อได้

อย่างไรก็ดี เราขอเตือนว่า เงินบาทเสี่ยงผันผวนสูงในช่วงหลังรับรู้ผลการเลือกตั้งของไทย โดยหากอ้างอิงจากสถิติในอดีต เราพบว่า เงินบาทสามารถผันผวนในกรอบ 10th-90th percentile ราว +/-3% เป็นอย่างน้อย ในช่วง 1 เดือน หลังรู้ผลการเลือกตั้ง แม้ว่าโดยเฉลี่ย เงินบาทจะสามารถทยอยแข็งค่าขึ้นราว +2% แต่หากผลการเลือกตั้งเป็นเหมือนปี 2023 ก็อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงกว่า -3% ในช่วง 1 เดือน หลังรู้ผลการเลือกตั้งได้ สวนทางกับค่าเฉลี่ยของสถิติที่เคยเกิดขึ้น