การบินไทย รับมอบเครื่องบิน 29 ลำ ปี 69 เสริมทัพ เร่งเครื่องขยายเครือข่ายการบิน ฟื้นเส้นทางจีน-รุกอินเดีย เพิ่มจุดบินใหม่ "อัมสเตอร์ดัม"คาดดันรายได้โต 10%
นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 การบินไทยจะรับมอบเครื่องบิน จำนวน 29 ลำ ได้แก่ เครื่องบินลำตัวแคบ A321 NEO จำนวน 15 ลำ โดยทยอยเข้ามา 1 ลำเมื่อธ.ค.68 เครื่องบินลำตัวกว้าง รุ่นโบอิ้ง 787-800 จำนวน 10 ลำเริ่มรับมอบกลางปีนี้ และ โบอิ้ง 787-9 จำนวน 4 ลำ ขณะที่ นำเครื่องบินเก่าออกจากฝูงบิน 6 ลำ ได้แก่ แอร์บัส-900 จำนวน 2 ลำ โบอิ้ง 777-200ER จำนวน 2 ลำ และโบอิ้ง 787-8 จำนวน 2 ลำ ทำให้สิ้นปี 69 ฝูงบินการบินไทยมีจำนวน 101-102 ลำ
คาดว่า ปี 2569 รายได้ จะเติบโต 10% จากปีก่อน โดยในปีนี้จำนวนที่นั่ง (Capacity) เพิ่มขึ้นราว 5% และมีการเพิ่มความถี่ ในเส้นทางจีน อินเดีย อาเซียน และเปิดจุดบินใหม่ในจีน 3 เมืองในตารางการบินฤดูร้อน ขณะที่การบินไทยจะเปิดเส้นทางใหม่ กรุงเทพ-อัมสเตอร์ดัม เริ่มบิน 1 ก.ค.69 และกลับไปบินเส้นทางกรุงเทพ-ออกแลนด์ ในนิวซีแลนด์ในปลายปี 69
และคาดว่า มีอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ปี 69 เฉลี่ย 80% สูงกว่าปีก่อน โดยเห็นสัญญาณช่วงเทศกาลตรุษจีนมียอดจองเข้ามาคาดจะมี Cabin Factor 75-80% โดยเฉพาะเส้นทางจีนสูงถึง 80% แต่ภาพรวมในเดือน ก.พ.เฉลี่ย 70% ซึ่งเป็นช่วง low season จากเดือนม.ค.ที่ Cabin Factor เฉลี่ย 80% จะไม่แข่งขันราคาแต่จะใช้กลยุทธ์ Dynamic Pricing ทำราคาเหมาะสม
นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า การบินไทยให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายการบิน (Network) และ Silk Hub โดยจะขยายการเชื่อมต่อที่กรุงเทพ ให้เป็นเครือข่ายเดียวกัน กลยุทธ์ให้กลุ่มอาเซียนเป็นฐานในการสร้างระบบ ยึดจีน-อินเดียเป็นแกนสร้างวอลุ่ม และ Long Hual Flight อาทิ เส้นทางยุโรป ออสเตรเลีย สร้าง Network
ทั้งนี้ การบินไทยบาลานซ์ระหว่างการบินแบบ Point to Point หรือบินจุดต่อจุดบินที่ให้ Yield สูงทำกำไรได้ดีกว่า แต่แบบ Network คือเชื่อมต่อ ช่วยสร้างวอลุ่มการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูกาล
สำหรับ ตารางการบินฤดูร้อน ปลายมี.ค.-ต.ค.2569 การบินไทยจะเปิดจุดบินเมืองรองในจีน ได้แก่ ฉงชิ่ง ฉางซา (เป็น 2 เมืองนี้เคยทำการบินมาก่อน) เซินเจิ้น (เป็นจุดบินใหม่ ) เพื่อจับดีมานด์ใหม่ และเพิ่มความถี่เส้นทางปักกิ่งและกวางเจา โดยปัจจุบัน เส้นทางจีนมี 5 เมืองได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว คุนหมิง และเฉิงตู ส่วนอินเดียจะเน้นเพิ่มความถี่ใน 6 เมืองหลักที่ทำการบินอยู่ ได้แก่ นิวเดลี มุมไบ เชนไน กัลกาตา บังกาลอร์ และ ไฮเดอราบัด
ประเมินว่า ในปี 2569 จะมีเที่ยวบินในจีนและอินเดียใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยปี 69 จะมีเที่ยวบินไปอินเดีย 91 เที่ยวบิน/สัปดาห์ จากเดิม 77 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ส่วนจีน เพิ่มเป็น 81 เที่ยวบิน/สัปดาห์ จากเดิม 42 เที่ยวบิน/สัปดาห์ โดยทำการบิน ด้วยเครื่องบินลำตัวแคบ แอร์บัส A321Neo
ขณะที่เครื่องบินลำตัวกว้างที่จะทยอยเข้ามาในกลางปีนี้ 14 ลำ จะนำไปเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพ-อัมสเตอร์ดัม ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองท่าสำคัญในยุโรป และเป็น Hub ของคาร์โก้ ซึ่งก่อนหน้านี้การบินไทยเคยทำการบิน และ Slot การบินในเมืองนี้แน่นมาก อย่างไรก็ดี การบินไทยได้ Slot ในเวลา 04.30 น. ขาไปจากกรุงเทพ และขากลับถึงกรุงเทพ 06.00 น. ทำการบินทุกวันวันละ 1 เที่ยวบิน ซึ่งมองจุดบินที่อัมสเตอร์ดัมเป็น Strategic Move เป็นพอร์ตระยะยาวที่ได้ปักหมุดไว้แล้ว และเห็นว่ายังมีโอกาสต่อรองเรื่องปรับเวลา Slotได้
นอกจากนี้ การบินไทยจะกลับไปบินเส้นทาง"กรุงเทพ-โอ๊คแลนด์" นิวซีแลนด์ อีกทั้งจะเพิ่มความถี่ที่ปารีส และมิวนิค แต่ไปในเวลาที่แตกต่าง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักเดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ