xs
xsm
sm
md
lg

ฟินโนมีนาชี้หุ้นไทยมีโอกาส1,500 รับมาตรการเศรษฐกิจ-ต่างชาติชะลอขาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



Finnomena ให้น้ำหนักเชิงบวกหุ้นไทยในปี 2569 ประเมินดัชนีมีโอกาสแตะ1,500 จุด จากแรงหนุนมาตรการเศรษฐกิจ การลงทุน และแรงขายต่างชาติที่ชะลอลง พร้อมแนะนำโฟกัสหุ้นวัฏจักรและหุ้นปันผลสูง

นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา จำกัด (Finnomena Funds) เปิดเผยว่า ในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่บริษัทฯ จัดตั้งขึ้นมา ไม่เคยให้น้ำหนักหุ้นไทยมากนัก แต่ในปี 2569 ฟินโนมีนากลับมาเห็นทิศทางเชิงบวกต่อหุ้นไทยอย่างมีนัยยะ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปี 2569 มีโอกาสแตะระดับ 1,500 จุด และมีความเป็นไปได้สูง แม้จะสวนทางกับมุมมองนักลงทุนในตลาดหลายคนก็ตาม โดยมองว่าการเติบโตของดัชนีไปสู่ระดับ 1,500 จุด มีปัจจัยสนับสนุนรอบด้านเข้ามาหนุนประกอบด้วย
1.เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยยัง “เหลือกระสุน” จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายนัด รอเพียงการทยอยออกมาตรการเท่านั้น
2.ประเด็นความสัมพันธ์และสถานการณ์ในภูมิภาค โดยระบุว่าล่าสุดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้น ประกอบกับไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนมาตลอด และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยไม่มีแผนตั้งคาสิโน ซึ่งจีนไม่ชอบในจุดนี้ ทำให้ปล่อยให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้
3.ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น อินเดียมีการซื้อน้ำมันกับรัสเซีย ซึ่งอาจไม่เพียงพอ และไทยอาจได้รับอานิสงส์ รวมถึงเวียดนามที่ได้ประโยชน์จากภาคการผลิตสูง หากผลิตไม่ทันก็อาจส่งต่อโอกาสมายังไทยได้เช่นกัน ล่าสุดตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI อยู่ในระดับสูง โดยภาครัฐกำกับชัดว่าจะต้องลงทุนภายในกลางปีนี้ ทำให้เห็นภาพชัดด้านการลงทุน
4.นักลงทุนต่างชาติชะลอการขายหุ้นไทยแล้ว รวมถึงนักลงทุนในประเทศ
5.การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีโอกาสทะลุระดับ 2% และมีลุ้นแตะระดับ 3% ได้เช่นกัน

นายเจษฎา ระบุว่า จากปัจจัยดังกล่าว หนุนให้ดัชนีหุ้นไทยแตะ 1,500 จุดได้ไม่ยาก โดยเฉพาะหากผลการเลือกตั้งได้รัฐบาลที่มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจังและตรงจุด จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กลับมาที่ตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเน้นหุ้นกลุ่มวัฏจักรซึ่งคาดว่าจะกลับมาโดดเด่นอย่างมีนัยยะ จากระดับราคาที่ต่ำในช่วงที่ผ่านมา และผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงกว่า 5% โดยกลุ่มหุ้นที่แนะนำ ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มพลังงาน และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง

ทั้งนี้ ระบุว่ากลุ่มหุ้นไทยที่สามารถดึงดูดนักลงทุนได้ดี คือหุ้นกลุ่มปันผลสูง และหุ้นกลุ่มวัฏจักรซึ่งเป็นกลุ่มที่จ่ายปันผลสูงและมีราคาค่อนข้างถูก ส่วนกองทุนรวมหุ้นไทยที่แนะนำ คือกองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน (TISCOHD-A) ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนหุ้นไทยโดยตรง
กำลังโหลดความคิดเห็น