xs
xsm
sm
md
lg

“แม่จริมโมเดล” จากการฟื้นฟูชุมชน สู่ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่สูงที่ขยายผลได้จริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แม่จริม จากพื้นที่ที่เคยพึ่งพาการปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยว เผชิญปัญหาหนี้สิน ไฟป่า และทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม วันนี้ตำบลแม่จริม อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ได้กลายเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน หลังสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ดำเนินงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องมากกว่า 15 ปี จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างชุมชน



นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการ สวพส. กล่าวว่า การพัฒนาแม่จริมยึดหลัก “คนเป็นศูนย์กลาง” โดยทำงานร่วมกับชุมชนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา วางแผนพัฒนาอาชีพ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการสร้างระบบให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง

“แม่จริมพิสูจน์ให้เห็นว่า หากเริ่มต้นจากการเข้าใจชุมชนและสร้างความร่วมมืออย่างแท้จริง การพัฒนาจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและสามารถต่อยอดได้ในระยะยาว” นายวิรัตน์กล่าว

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คือพื้นที่ปลูกข้าวโพดลดลงจาก 12,400 ไร่ เหลือเพียง 720 ไร่ หรือเกือบ 95% จำนวนจุดความร้อนจากไฟป่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียง 7 จุด เพิ่มพื้นที่สีเขียวกว่า 8,200 ไร่ และสามารถแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่ได้เกือบครบ 100%


ในด้านอาชีพและรายได้ เกษตรกรจำนวน 198 ครัวเรือน ปรับเปลี่ยนสู่เกษตรผสมผสานและการปลูกพืชมูลค่าสูง เกิดเกษตรกรต้นแบบ 31 ราย มีโรงเรือนปลูกผักมากกว่า 200 โรงเรือน โดยเน้นการปลูกพืชผักปลอดภัยและผักอินทรีย์ อาทิ คะน้าฮ่องเต้ ผักกาดขาว และผักใบชนิดต่าง ๆ สามารถผลิตผักใบได้เฉลี่ย 32 ตันต่อเดือน และส่งจำหน่ายไปยังห้างค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มจาก 83,000 บาท เป็นมากกว่า 180,000 บาทต่อปี

ขณะเดียวกัน ยังมีการส่งเสริมการปลูกไม้ผลและพืชยืนต้นที่เหมาะสมกับพื้นที่สูง เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวและฟื้นฟูระบบนิเวศ อาทิ เงาะ โกโก้ และยางพารา ช่วยลดการพึ่งพาเกษตรเชิงเดี่ยว และเพิ่มความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่ในด้านอาชีพและรายได้


นายวิรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่มีความสำคัญของประเทศ และในอดีตประสบปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อปลูกข้าวโพดมาอย่างต่อเนื่อง สวพส. จึงเข้าไปดำเนินงานถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาพื้นที่สูง โดยยึดหลักการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนอาชีพไปสู่การปลูกพืชผักปลอดภัยและผักอินทรีย์ในโรงเรือน ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผลตอบแทนสูง และมีตลาดรองรับที่ชัดเจน สอดคล้องกับความต้องการบริโภคผักของจังหวัดน่านที่มีอยู่ในระดับสูง

“หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือการพัฒนาคน เราส่งเจ้าหน้าที่ลงไปอยู่กับชาวบ้าน ทำงานจริงและต่อเนื่องกว่า 10 ปี จนชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่น” นายวิรัตน์กล่าว

ปัจจุบัน พื้นที่แม่จริม โดยเฉพาะบ้านหนองแดง ได้พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบที่สำคัญของจังหวัดน่าน ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน แต่ยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูป่าต้นน้ำจากการลดพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยวบนพื้นที่สูง

นอกจากนี้ ความสำเร็จของแม่จริมไม่ได้หยุดอยู่เพียงในพื้นที่ แต่ยังมีการขยายองค์ความรู้สู่พื้นที่อื่นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการถ่ายทอดแนวคิดและกระบวนการพัฒนาพื้นที่สูง โดยเฉพาะการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือ บ้านหนองแดง ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดงได้เข้ามาศึกษาดูงานและเข้าร่วมหลักสูตร “นักพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน (นพส.)” ของ สวพส. ก่อนนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ จนเกิดแปลงปลูกผักในโรงเรือนแบบรวมกลุ่ม สร้างรายได้ให้เกษตรกร พร้อมปรับระบบเกษตรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นตัวอย่างของการขยายผลความสำเร็จจาก “แม่จริมโมเดล” สู่พื้นที่รอบข้างอย่างเป็นรูปธรรม


นายมนัส กุนนา นักวิชาการส่งเสริมและพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) กล่าวถึงผลสำเร็จของการขับเคลื่อน "แม่จริมโมเดล" ว่า สามารถยกระดับการจัดการที่ดินควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน โดยเน้นการปรับเปลี่ยนทัศนคติเกษตรกรจากการทำเกษตรแบบเดิมที่ต้องใช้การเผา มาเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยไม้ผลและไม้ยืนต้น ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้มากกว่า 2,000 ไร่ พร้อมทั้งส่งเสริมการผลิตพืชผักคุณภาพรวม 12 ชนิด อาทิ เบบี้ฮ่องเต้ กวางตุ้งต้น บ็อกฉ่อย คะน้าฮ่องกง และแตงกวาญี่ปุ่น โดยมีการวางระบบบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ แบ่งเป็นผักหลัก 8 ชนิดที่ผลิตได้ตลอดทั้งปี และผักตามฤดูกาลอีก 4 ชนิด เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับคนในชุมชนพื้นที่อำเภอแม่จริมอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน แม่จริมไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยและพื้นที่สีเขียวสำคัญของจังหวัดน่าน แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาพื้นที่สูงและการจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน ที่สามารถถ่ายทอดแนวทางไปยังพื้นที่อื่นได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาที่เริ่มต้นจาก “คน” สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ขยายผลได้ไกลกว่าขอบเขตของพื้นที่เดิม
กำลังโหลดความคิดเห็น