xs
xsm
sm
md
lg

สงครามค่าเงินดิจิทัลเดือด!! ECB จี้แบงก์ยุโรปเร่งแปลงเงินฝากสู้ Stablecoin ดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สงครามค่าเงินดิจิทัลระอุ! ‘Fabio Panetta’ ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลี และบอร์ด ECB ออกโรงส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดถึงธนาคารพาณิชย์ทั่วยุโรป จี้ต้องเร่งแปลงเงินฝากให้เป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenized Deposits) เพื่อรับมือคลื่นสึนามิ ‘Stablecoin’ ที่ได้รับการหนุนหลังอย่างเต็มสูบจากรัฐบาลสหรัฐฯ หวังใช้เป็นเครื่องมือขยายอิทธิพลเงินดอลลาร์ครองโลก ชี้หากแบงก์ยุโรปยังมัวหวงก้างขวาง ‘Digital Euro’ อาจสายเกินแก้ เพราะปัจจุบันโครงสร้างการเงินถูกบริษัทอเมริกันยึดไปเกือบหมดแล้ว

ในขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังเดินเกมรุกในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างหนักหน่วง ฝั่งยุโรปเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามต่อ “อธิปไตยทางการเงิน” (Monetary Sovereignty) ล่าสุด Fabio Panetta ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลี ได้กล่าวปาฐกถาต่อสมาคมธนาคารในกรุงมิลานเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยยื่นคำขาดว่า “เงินของธนาคารพาณิชย์ต้องเปลี่ยนรูปแบบเป็นดิจิทัลเต็มตัว” เพื่อความอยู่รอด

สหรัฐฯ ดัน Stablecoin แผนยุทธศาสตร์ยึดครองการเงินโลก

Panetta ยอมรับความจริงที่น่ากังวลว่า การเติบโตของ Stablecoin ไม่ใช่แค่เรื่องของเอกชนแต่เป็น “วาระแห่งชาติของสหรัฐฯ” ที่ต้องการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการตอกย้ำความต้องการเงินดอลลาร์ในตลาดโลก (Dollar Demand Reinforcement)

ตัวเลขสถิติยืนยันความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของยุโรป เมื่อ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ ครองส่วนแบ่งตลาดโลกถึง 99.58% ของมูลค่าตลาด 3 แสนล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Stablecoin ที่ผูกกับเงินยูโร มีมูลค่าเพียง 680 ล้านดอลลาร์ หรือเป็นเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น

Fabio Panetta ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลี
ตบหน้าเรียกสติแบงก์พาณิชย์ “ห่วงอะไรกับ 30% ทั้งที่เสียไปแล้ว 70%”

ประเด็นที่ดุเดือดที่สุดคือการที่ Panetta ตอบโต้ธนาคารพาณิชย์ในยุโรป (โดยเฉพาะเยอรมนี) ที่พยายามขัดขวางโครงการ Digital Euro ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพราะกลัวว่าจะมาแย่งส่วนแบ่งเงินฝากและรายได้จากการชำระเงิน

Panetta เล่าถึงการเจรจากับนายแบงก์ใหญ่รายหนึ่งว่า “พวกคุณมัวแต่กังวลว่าจะเสียส่วนแบ่งการชำระเงินดิจิทัล 30% ให้กับ Digital Euro แต่ทำไมไม่ลองมองดูบ้างว่าใครกันที่คุมอีก 70% ที่พวกคุณเสียไปแล้ว”

คำกล่าวนี้สื่อถึงความจริงที่เจ็บปวดว่า โครงสร้างการชำระเงินของยุโรปกว่า 2 ใน 3 ตกอยู่ในมือของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ อย่าง Visa, Mastercard และ PayPal ไปเรียบร้อยแล้ว การที่ยุโรปไม่มีระบบการชำระเงินที่เป็นอิสระของตัวเอง ถือเป็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ขั้นรุนแรง

ที่มา : DefiLlama
ทางรอดเฮือกสุดท้าย Tokenization และกลุ่ม Qivalis

เพื่อกู้สถานการณ์ ธนาคารยักษ์ใหญ่ 10 แห่งในยุโรป อาทิ BNP Paribas, ING และ UniCredit ได้เริ่มขยับตัวด้วยการตั้งกลุ่มพันธมิตร Qivalis เพื่อเตรียมเปิดตัว Stablecoin สกุลเงินยูโรภายในกลางปี 2569

ในขณะเดียวกัน ECB ยืนยันว่าจะเริ่มอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยี Distributed Ledger Technology (DLT) ในการชำระบัญชีด้วยเงินธนาคารกลางในปี 2569 เช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของกลุ่มนักวิชาการชั้นนำที่ต้องการให้ Digital Euro เป็น “กระดูกสันหลัง” ของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินยุโรป เพื่อลดการพึ่งพาระบบต่างชาติ

อย่างไรก็ตามคำเตือนของ Panetta ชัดเจนว่า ยุคที่ธนาคารพาณิชย์จะนั่งกินบุญเก่าได้จบลงแล้ว หากไม่เร่งปรับตัวสู่ระบบ Tokenization ธนาคารเหล่านี้อาจกลายเป็นเพียง "ท่อส่งเงิน" ให้กับแพลตฟอร์ม Stablecoin ของสหรัฐฯ ที่กำลังจะกลืนกินระบบการเงินโลกในไม่ช้า
กำลังโหลดความคิดเห็น