สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในนามผู้แทนไทยในคณะกรรมการประสานงานด้านวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ของอาเซียน (ACCMSME) ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จัดกิจกรรมเผยแพร่รายงานผลการจัดทำตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอาเซียน ฉบับปี 2567 หรือ ASEAN SME Policy Index 2024
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะผู้แทนไทยในคณะกรรมการประสานงานด้านวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ของอาเซียน (ACCMSME) ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) จัดกิจกรรมเผยแพร่รายงานผลการจัดทำตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอาเซียน ฉบับปี 2567 หรือ ASEAN SME Policy Index 2024
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่รายงานตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอาเซียน ฉบับปี 2567 หรือ ASEAN SME Policy Index 2024 ซึ่งจัดทำขึ้นภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเยอรมนีและไอร์แลนด์ กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่รายงานดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำหรือดำเนินนโยบายส่งเสริม SME ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศไทยใน8 มิติ กว่า 80 หน่วยงาน นอกจากนี้ยังนำเสนอแนวทางการพัฒนา SME ในอาเซียนตามแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา MSME ปี พ.ศ. 2569-2573 (ASEAN Strategic Action Plan on Medium Smalland Micro Enterprises Development หรือ ASEAN SAP MSMED 2026–2030) โดยสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) เพื่อนำผลการวิเคราะห์และข้อเสนอแนะที่ได้จาก OECD และ ASEAN Secretariat มาปรับใช้เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการ SME ไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต
นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม กล่าวว่า รายงานตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของอาเซียนปี 2024 ไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบมาตรฐานระดับภูมิภาคเท่านั้น สำหรับประเทศไทย รายงานฉบับนี้เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ใช้งานได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีส่วนในการสนับสนุนการพัฒนา SME ของประเทศโดยตรงในมิติต่างๆ ตั้งแต่การเงิน นวัตกรรม และการเข้าถึงตลาดไปจนถึงการพัฒนาทักษะการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความยั่งยืน และการเป็นผู้ประกอบการแบบมีส่วนร่วม
ผลลัพธ์จากรายงานตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของอาเซียน ปี 2024 แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชัดเจนสำหรับประเทศไทยในสามประเด็นสำคัญ ประการแรก รายงานฉบับนี้นำเสนอการประเมินกรอบนโยบายในการพัฒนา SME ของประเทศไทยอย่างครอบคลุมและอิงหลักฐานในแปดมิติหลักทำให้สามารถระบุประเด็นได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพ พร้อมกับประเด็นที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการขยายตลาดสู่ระดับสากล ประการที่สอง ตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของอาเซียน ปี 2024 นี้ สนับสนุนการกำหนดนโยบายที่ประสานสอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยการใช้กรอบการวิเคราะห์ร่วมกันในหลายด้านนโยบาย ตัวชี้วัดนี้ช่วยให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ สอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคส่วนและเสริมสร้างความสอดคล้องของนโยบายในภาพรวม และประการที่สามรายงานฉบับนี้ทำหน้าที่วางแนวทาง
นโยบายที่ตอบโจทย์ประเด็นการพัฒนาในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นสำคัญในการพัฒนา SME ของประเทศไทย อันได้แก่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การพัฒนา SME ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ การพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ และการเป็นผู้ประกอบการแบบมีส่วนร่วม ทั้งยังสอดคล้องแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา MSME อาเซียน ปี พ.ศ. 2569-2573
นอกจากนี้ OECD ยังได้เจาะลึกรายละเอียดในสองมิติได้แก่ มิติที่ 2 นโยบายสิ่งแวดล้อมกับ SME ซึ่งไทยยังมีความท้าทายด้านการขับเคลื่อนมาตรการ “SME สีเขียว” ที่ยังไม่เป็นเอกภาพ และการบูรณาการเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับมาตรการส่งเสริม SME รวมถึงการทำให้ผู้ประกอบการรับรู้ เข้าถึงเครื่องมือ และแหล่งทุนสีเขียวได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น และมิติที่ 3 การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยชี้ว่าการเข้าถึงสินเชื่อของ SME ยังมีข้อจำกัดและยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด ขณะเดียวกันแนวโน้ม “การเงินด้าน ESG” มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ SMEs ไทยจำเป็นต้องยกระดับความพร้อมด้าน ESG และความสามารถในการจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน เข้าร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลก และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดระหว่างประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต