บล็อกเชนไม่ใช่แค่เรื่องเก็งกำไร แต่คือทางรอดของมนุษยชาติและเศรษฐกิจชาติ! ‘Circle’ ผู้ออกเหรียญ USDC ประกาศกร้าวกลางเวทีดาวอส มอบเงินทุนก้อนโตหนุน ‘สหประชาชาติ’ (UN) สางปมระบบจ่ายเงินล้าหลัง หวังใช้บล็อกเชนรีดประสิทธิภาพเงินบริจาค 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ถึงมือผู้ลี้ภัยไวขึ้น-ถูกลง พร้อมขยับอีกขาจับมือ ‘Coinbase’ เนรมิต ‘เบอร์มิวดา’ ให้เป็นประเทศแรกที่รันระบบเศรษฐกิจบนเชน (On-Chain Economy) 100% แก้ลำระบบแบงก์ดั้งเดิมที่ล่าช้าและกินหัวคิว
ในขณะที่โลกการเงินเก่ากำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น Circle ยักษ์ใหญ่ผู้ออก Stablecoin ระดับโลก ได้ใช้เวที World Economic Forum ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญที่สะท้อนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังก้าวข้ามจากกระดานเทรดเข้าสู่ “ภาคปฏิบัติจริง” (Real-world Utility) ในระดับองค์กรระหว่างประเทศและระดับรัฐบาล
UN x Circle ปฏิวัติเส้นทางเงินบริจาค
Circle Foundation ได้ประกาศมอบเงินสนับสนุน (Grant) ให้กับโครงการ Digital Hub of Treasury Solutions (DHoTS) ของสหประชาชาติ เป้าหมายคือการรื้อระบบการส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแบบเดิมๆ ที่เต็มไปด้วย “ส่วนเกินที่ไร้ประโยชน์”
ข้อมูลระบุว่า ในแต่ละปีมีเงินช่วยเหลือกว่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ไหลผ่านท่อการเงินเก่า (Legacy Financial Rails) ซึ่งมีปัญหาคลาสสิกคือ ล่าช้า ค่าธรรมเนียมแพง และขาดความโปร่งใส
Alexander De Croo ผู้บริหาร UNDP ชี้ว่า “การชำระเงินด้วย Stablecoin จะช่วยให้เงินทุกดอลลาร์ทำงานได้หนักขึ้น” โดยอ้างอิงความสำเร็จจากการส่ง USDC ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวยูเครนเมื่อปี 2022 ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าบล็อกเชนคือคำตอบของการส่งมอบความช่วยเหลือที่รวดเร็วและรักษาศักดิ์ศรีของผู้รับ
Bermuda Model เดิมพันประเทศบน ‘Base’
อีกหนึ่งบิ๊กดีลที่สะเทือนวงการ คือการที่รัฐบาลเบอร์มิวดา จับมือกับ Circle และ Coinbase ประกาศแผนสร้าง “Fully On-Chain Economy” หรือระบบเศรษฐกิจที่รันบนบล็อกเชนอย่างสมบูรณ์แบบ
ด้านนายกรัฐมนตรี David Burt แห่งเบอร์มิวดา ยอมรับความจริงที่เจ็บปวดว่า ประเทศเกาะขนาดเล็กมักตกเป็นเหยื่อของระบบธนาคารโลก (Global Bank De-risking) ทำให้ต้นทุนธุรกรรมแพงระยับและเข้าถึงบริการทางการเงินยาก
นอกจากนี้ทางออกของเบอร์มิวดาคือการ “Disrupt ตัวเอง” โดยการนำระบบการชำระเงินของรัฐ ภาษี และบริการทางธุรกิจทั้งหมด ขึ้นไปอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของ USDC และเชน Base ของ Coinbase เพื่อตัดตัวกลาง (Correspondent Banking) ออกไป ลดต้นทุนให้ SME และเร่งสปีดเศรษฐกิจให้หมุนเร็วขึ้น
Stablecoin ครองโลก 3 แสนล้านดอลล์
ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำว่าตลาด Stablecoin ที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 312.7 พันล้านดอลลาร์ ไม่ได้เติบโตมาเพื่อให้นักเทรดพักเงินเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก” ที่ทั้งองค์กรระดับโลกอย่าง UN และรัฐบาลชาติต่างๆ เริ่มมองเห็นว่าเป็นทางรอดเดียวในการหนีจากกับดักของระบบการเงินดั้งเดิม