Volvo EX60 เอสยูวีไฟฟ้าล้วนถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก เน้นจุดขายระยะทางขับขี่ 810 กม. ต่อชาร์จ ไกลสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งแบบ AWD ชาร์จด่วนเพียง 10 นาที เพิ่มระยะทางมากถึง 340 กม.
Volvo EX60 เป็นรถพรีเมียมเอสยูวีขนาดกลาง ถูกพัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม SPA3 ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มแบบ Scalable สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Cell-to-body และมอเตอร์ไฟฟ้าที่พัฒนาแบบ In-house โดยวอลโว่คาร์ อีกทั้งยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ากับ EX30 ที่มีขนาดเล็กกว่า จึงทำให้ EX60 กลายเป็นรถที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงกว่า
ขุมพลังของ Volvo EX60 แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ P6 Electric, P10 AWD Electric และ P12 AWD Electric โดยทั้งหมดมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ขนาดแตกต่างกันออกไป
เริ่มต้นที่ P6 Electric ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 374 แรงม้า (275 kW) แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 5.9 วินาที แบตเตอรี่มีขนาดความจุ 83 kWh (Usable) ระยะทางขับขี่สูงสุด 620 กม. (WLTP)
รุ่น P10 AWD Electric ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ AWD กำลังสูงสุด 510 แรงม้า (375 kW) แรงบิดสูงสุด 710 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.6 วินาที แบตเตอรี่ขนาดความจุ 95 kWh (Usable) ระยะทางขับขี่เพิ่มขึ้นเป็น 660 กม. ต่อชาร์จ (WLTP)
รุ่น P12 AWD Electric ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่เช่นกัน แต่เพิ่มกำลังสูงสุดเป็น 680 แรงม้า (500 kW) แรงบิดสูงสุด 790 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3.9 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 117 kWh (Usable) เคลมระยะทางขับขี่สูงสุดไว้ที่ 810 กม. (WLTP) โดยทุกรุ่นถูกจำกัดความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
รูปลักษณ์ภายนอกของ Volvo EX60 ยังคงเน้นความเรียบง่ายสไตล์สแกนดิเนเวียน มาพร้อมไฟหน้าทรง Thor's Hammer เอกลักษณ์ของวอลโว่ มือเปิดประตูภายนอกดีไซน์แบบครีบฉลามบริเวณขอบหน้าต่าง ดีไซน์ไฟท้ายแนวตั้งแบบแยกเป็น 2 ส่วน โดยตัวถังของ EX60 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.26 ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับตัวถังสไตล์เอสยูวี
ภายในห้องโดยสารยังคงเน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล คุ้นตาด้วยหน้าจอกลางขนาดใหญ่และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แยกออกมา โดยวอลโว่ระบุว่า EX60 ถูกออกแบบให้มีฐานล้อยาวช่วยเพิ่มพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึงมีพื้นที่เก็บสัมภาระหลายตำแหน่งเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
ลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งระบบเครื่องเสียง Bowers & Wilkins พร้อมลำโพง 28 ตำแหน่ง โดยเป็นครั้งแรกของวอลโว่ที่มีการติดตั้งลำโพงบริเวณพนักพิงศีรษะบนเบาะนั่งหลักทั้ง 4 ตัว และยังมีแอปพลิเคชัน Apple Music ติดตั้งเป็นมาตรฐาน พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos เพื่อดึ่มด่ำกับคุณภาพเสียงแบบ Spatial Audio
Volvo EX60 ยังเน้นจุดขายด้านความเป็นรถยนต์อัจฉริยะด้วยระบบประมวลผล HuginCore ที่พัฒนาร่วมกับ Google, NVIDIA และ Qualcomm Technologies Inc. อีกทั้งยังเป็นรถวอลโว่รุ่นแรกที่ติดตั้งระบบ AI โดย Gemini ที่สามารถตอบโต้กับผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ บนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS
วอลโว่ยังระบุด้วยว่าระบบอินโฟเทนเมนท์ของ EX60 จะไม่มีอาการ Lag เหมือนที่ผ่านมา โดยหน้าจอสามารถตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างทันท่วงที สามารถโหลดแผนที่ได้อย่างรวดเร็ว ระบบสั่งงานด้วยเสียงสามารถเข้าใจคำสั่งผู้ใช้งานได้ดีขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังออกแบบ UX (User Experience) ให้สามารถเข้าถึงฟังก์ชันหลักได้อย่างรวดเร็ว
Volvo EX60 ยังคงเน้นจุดขายด้านความปลอดภัยสูงสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน โดยเซนเซอร์จำนวนมากที่ติดตั้งไว้รอบคันทำงานผ่านระบบ HuginCore สามารถรับรู้ถึงสิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ บนโครงสร้างตัวถังทำจากเหล็กโบรอนที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษเพื่อความปลอดภัยหากเกิดการชน
ทั้งนี้ Volvo EX60 จะเริ่มเปิดรับจองจากลูกค้าชาวยุโรปก่อนจากนั้นจึงตามด้วยสหรัฐอเมริกา โดยจะเริ่มเดินสายการผลิตที่โรงงานของ Volvo Cars ในประเทศสวีเดน และจะเริ่มส่งมอบรุ่น P6 และ P10 ก่อน แล้วจึงตามด้วยรุ่น P12 ต่อไป