xs
xsm
sm
md
lg

ฮ่องกงจ่อออกใบอนุญาต Stablecoin ใน Q1/69 พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น "คริปโตฮับ" เอเชีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สมรภูมิคริปโตฯ เอเชียระอุ! ‘พอล ชาน’ ขุนคลังฮ่องกงประกาศกร้าวกลางเวทีดาวอส เตรียมคลอดใบอนุญาต ‘ผู้ออกเหรียญ Stablecoin’ ล็อตแรกภายในไตรมาส 1 ปีนี้ หวังปักธงฮ่องกงเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค เดินหน้าวางระบบนิเวศครบวงจรตั้งแต่การออกเหรียญยันแพลตฟอร์มเทรด ท่ามกลางเสียงเตือนจากสมาคมผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ฯ ที่หวั่นว่ากฎระเบียบที่ ‘ตึงเกินไป’ อาจกลายเป็นกำแพงสกัดกั้นเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันดั้งเดิม

ในขณะที่หลายประเทศยังกล้าๆ กลัวๆ กับสินทรัพย์ดิจิทัลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง กลับเลือกที่จะเหยียบคันเร่งเต็มสูบ ล่าสุด พอล ชาน (Paul Chan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฮ่องกง ได้ใช้เวทีระดับโลกอย่าง World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่า ฮ่องกงพร้อมแล้วที่จะออกใบอนุญาตให้กับผู้ออกเหรียญ Stablecoin (เหรียญที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง) กลุ่มแรกในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

ปักธง Stablecoin จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ

พอล ชาน มองว่า Stablecoin ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “หัวใจสำคัญ” ของยุทธศาสตร์การเงินดิจิทัล (Digital Finance Strategy) ที่ฮ่องกงต้องการสร้างให้แข็งแกร่ง เพื่อรักษาบัลลังก์ศูนย์กลางทางการเงินของโลกไว้ โดยระบบนิเวศใหม่นี้จะครอบคลุม 3 เสาหลัก ได้แก่

1.การออกเหรียญ (Issuance) : ด้วยการควบคุมภายใต้กฎหมายใหม่ที่ผ่านสภาปี 2568 เน้นความปลอดภัยสูงสุด ต้องมีทุนสำรอง 100% (Reserve Backing), สิทธิการไถ่ถอนคืนต้องชัดเจน และระบบบริหารความเสี่ยงต้องรัดกุม

2.แพลตฟอร์มซื้อขาย (Trading) : ปัจจุบันมี 11 แพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ฮ่องกง (SFC) แล้ว อาทิ OSL, HashKey และ Bullish

3.สินทรัพย์โทเคน (Tokenization) : โดยธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) กำลังเร่งเครื่องโปรเจกต์ Project Ensemble ทดสอบการทำธุรกรรมด้วยเงินฝากโทเคน (Tokenized Deposits) ร่วมกับธนาคารยักษ์ใหญ่

เสียงสะท้อนภาคเอกชน ‘ตึงไปก็ขาด’

อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้าน ท่ามกลางการเดินหน้าของภาครัฐ ภาคเอกชนกลับเริ่มส่งสัญญาณกังวล โดยสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าฮ่องกง (HKSFPA) ได้ออกมาเตือนสติหน่วยงานกำกับดูแลว่า ข้อเสนอใหม่ที่จะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นกับการบริหารจัดการสินทรัพย์เสมือน อาจกลายเป็นดาบสองคม

ประเด็นร้อนอยู่ที่การเตรียมยกเลิกข้อยกเว้น “De Minimis” (เกณฑ์ขั้นต่ำ) สำหรับผู้จัดการกองทุนประเภท 9 (Type 9 License) ซึ่งเดิมทีอนุญาตให้กองทุนทั่วไปสามารถลงทุนในคริปโทฯ ได้เล็กน้อยโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะทางเพิ่ม

ทางสมาคมฯ แย้งว่า การบีบให้ทุกคนต้องขอใบอนุญาตใหม่แม้จะลงทุนเพียงเล็กน้อย จะเป็นการ “เพิ่มต้นทุนการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์” (Compliance Costs) โดยใช่เหตุ และอาจทำให้ผู้จัดการกองทุนแบบดั้งเดิม (Traditional Asset Managers) ถอดใจและเมินหน้าหนีตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของฮ่องกงไปในที่สุด

ทั้งนี้ฮ่องกงกำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับการเปิดประตูรับโลกการเงินใหม่ แต่โจทย์หินที่รัฐบาลต้องขบให้แตกคือ การหาจุดสมดุลระหว่าง “ความปลอดภัย” และ “ความคล่องตัว” หากตึงเกินไปจนเอกชนขยับตัวลำบาก ความฝันที่จะเป็น Crypto Hub อาจสะดุดขาตัวเองล้มลงได้