หุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นในรอบนี้มีหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ติดอยู่ในอับดับต้น ๆ โดยสร้างจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา พุ่งขึ้นปิดที่ 342 บาท โดยเป็นการปรับตัวขึ้นมาม้วนเดียว จากจุดที่เคยทรุดลงไปสร้างต่ำสุดในรอบ 12 เดือนที่ 259 บาท
ปัจจุบัน ADVANC กลายเป็นหุ้นขนาดใหญ่หรือมีมูลค่าตามราคาตลาด (MARKETCAP) สูงสุดอันดับ 2 จำนวน 1.01 ล้านล้านบาท รองจากหุ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ซึ่งมี MARKETCAP ประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท
การขึ้นลงของราคาหุ้น ADVANC มีน้ำหนักต่อความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้น และหลายครั้งที่มีส่วนพยุงไม่ให้ตลาดเกิดความผันผวนรุนแรง เมื่อหุ้น DELTA ปรับตัวลง
นับตั้งแต่การควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เมื่อเดือนมีนาคม 2566 หุ้น ADVANC ขาขึ้นเต็มตัว
เพราะแม้ผู้ให้บริหารโทรศัพท์มือถือยังมีอยู่ 3 ค่ายใหญ่คือ TRUE , DTAC และ ADVANC แต่การควบรวมของ 2 ค่ายใหญ่ ทำให้คู่แข่งที่แท้จริงเหลือเพียง 2 ค่าย คือ TRUE และ ADVANC
การแข่งขันที่ลดลง ทำให้สงครามการตัดราคาสงบตาม ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้ง TRUE และ ADVANC เพราะธุรกิจโทรศัพท์มือถือถูกผูกขาดเหลือเพียง 2 เจ้าใหญ่
เดิม ADVANC เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีอยู่แล้ว แต่ภาวะตลาดหุ่นที่ซบเซา ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้น ลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมาตลอด 3 ปี ทำให้หุ้น ADVANC เคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด
แต่ราคาที่ย่ำฐานอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ผลประกอบการยังเติบโต และมีการคาดหมายแนวโน้มผลกำไรที่สดใส ทำให้นักลงทุนสถาบัน ทยอยช้อนเก็บหุ้น ADVANC เมื่อแรงซื้อของต่างชาติไหลกลับมา ADVANC จึงเป็นหุ้นอีกตัวหนึ่งที่ต่างชาติต้องเก็บคืน
ค่า พี/อี เรโช ADVANC อยู่ที่ประมาณ 23 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 3% เศษ และจ่ายปันผลในอัตรา3%เศษมาหลายปีติดต่อ จึงอยู่ในข่ายหุ้นที่ถือลงทุนระยะยาวได้
บทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ 10 แห่ง แทบทั้งหมดแนะนรำให้ซื้อหุ้น ไม่มีโบรกเกอร์ใดแนะให้ขาย โดยกำหนดราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 351 บาท และมีบางโบรกเกอร์วางเป้าหมายราคาไว้เพียง 342 บาท แต่บางโบรกเกอร์ตั้งราคาเป้าหมายที่ 366 บาท
แม้ผู้ถือหุ้นรายย่อย ADVANC จะมีจำนวนกว่า 3 หมื่นราย ถือหุ้นรวมกันในสัดส่วน 36.23% ของทุนจดทะเบียน แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว สัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนรายย่อยหรือฟรีโฟลทมีอยู่ต่ำมาก เช่นเดียวกับโครงสร้างการถือหุ้นของ DELTA
เพราะถ้ารวมการถือหุ้นของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 40.44% ของทุนจดทะเบียน และการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันแล้ว สัดส่วนการถือหุ้นของรายย่อยหรือ ฟรีโฟลท อาจมีเพียง 10% เท่านั้น ทำให้ราคาหุ้นมีความแข็งแกร่ง เพราะมีแรงซื้อของต่างชาติคอยช่วยพยุง
9 เดือนแรกปี 2568 ผลกำไร ADVANC เติบโตสูง จากกำไรสุทธิ 25,816.45 ล้านบาทในปี 2567 เพิ่มเป็น 33,604.27 ล้านบาท ในปี 2568
อีกไม่กี่วัน ADVANC จะประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ซึ่งคาดหมายว่า กำไรจะเติบโตต่อไป
แต่ราคาหุ้นจะขานรับ พุ่งขึ้นสร้างจุดสูงสุดใหม่อีกหรือไม่ นักลงทุนที่มีหุ้น ADVANC ในมือรอเชียร์อยู่