ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 850 ล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 3 ปีของ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(SAMART) ที่ระดับ “BBB” โดยอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดใหม่จะใช้ทดแทนอันดับเครดิตหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 600 ล้านบาทที่มีกำหนดไถ่ถอนภายในระยะเวลา 3 ปีซึ่งทริสเรทติ้งได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เนื่องจากบริษัทปรับเพิ่มวงเงินหุ้นกู้ โดยอันดับเครดิตหุ้นกู้ดังกล่าวอยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กร 1 ขั้นซึ่งสะท้อนถึงการด้อยสิทธิในเชิงโครงสร้างของหุ้นกู้เมื่อเทียบกับภาระหนี้ของบริษัทย่อยที่ดำเนินงานอยู่และเงินกู้โครงการ ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้ชำระหนี้เงินกู้เดิม และ/หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน พร้อมกันนั้นทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “BBB+” พร้อมคงแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่”
อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงสถานะของบริษัทซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคม (Information Communication Technology Business -- ICT) ของไทย รวมถึงผลงานในการดำเนินโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ยอมรับ และฐานรายได้ประจำที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น การพิจารณาอันดับเครดิตยังครอบคลุมถึงสถานะทางการเงินของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นและโครงสร้างเงินทุนที่มีหนี้สินต่ำ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากการแข่งขันที่มีความรุนแรงในอุตสาหกรรม ICT รวมถึงความผันผวนและความไม่แน่นอนของรายได้ซึ่งเป็นลักษณะของงานโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ที่ขึ้นอยู่กับงบประมาณของรัฐบาล
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 สอดคล้องกับความคาดหมายของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 7.8 พันล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของสายธุรกิจ Digital ICT Solution ในขณะที่ EBITDA ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าของสินทรัพย์และข้อพิพาททางกฎหมายอยู่ที่จำนวน 1.9 พันล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ประจำที่เพิ่มสูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ บริษัทมีมูลค่างานโครงการที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog) ที่ระดับ 1.77 หมื่นล้านบาท ณ เดือนกันยายน 2568 ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในระยะใกล้นี้
สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งโดยมีหนี้สินอยู่ในระดับต่ำ ณ เดือนกันยายน 2568 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนอยู่ที่ระดับประมาณ 74% ซึ่งประกอบไปด้วยหนี้สินของบริษัทย่อยและหนี้เงินกู้โครงการของบริษัทแม่ เนื่องจากอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนดังกล่าวสูงเกินกว่าระดับ 50% ตามเกณฑ์ของทริสเรทติ้ง ดังนั้น ทริสเรทติ้งจึงมองว่าเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของบริษัทมีความเสียเปรียบในการเรียกร้องค่าทดแทนจากสินทรัพย์ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเจ้าหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อน
ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงมุมมองของทริสเรทติ้งที่เห็นว่าบริษัทมีความสามารถที่จะรักษาสถานะที่แข็งแกร่งและขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม ICT เอาไว้ได้ในขณะที่ยังคงมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่ดีอย่างต่อเนื่องต่อไป