xs
xsm
sm
md
lg

"ทรัมป์ VS พาวเวลล์" ศึกความเป็นอิสระของเฟดสะเทือนการเงินโลก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เมื่อแรงกดดันทางการเมืองปะทะเสถียรภาพระบบการเงินโลกอะไรจะเกิดขึ้น ขณะที่แบงก์ชาติทั่วโลกออกแถลงการณ์หนุนพาวเวลล์ต้านอำนาจทรัมป์-ย้ำปกป้องความเป็นอิสระเฟด หวั่นการใช้อิทธิพลทางการเมืองครอบงำเฟดจะทำลายความไว้วางใจที่มีต่อความมุ่งมั่นของสถาบันแห่งนี้ในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นและตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน

ผู้ว่าแบงก์ชาติทั่วโลกออกแถลงการณ์สนับสนุนพาวเวลล์ หลังประธานผู้ว่าการเฟดถูกคณะบริหารทรัมป์ขู่ฟ้องคดีอาญา ขณะที่เจ้าตัวออกแถลงการณ์ประณามการดำเนินการนี้ว่า เป็นผลจากการที่เฟดไม่ยอมลดดอกเบี้ยเร็วและแรงอย่างที่ทรัมป์ต้องการ
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ว่า เฟดได้รับหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรม ซึ่งระบุว่าทางกระทรวงได้อนุมัติและเริ่มต้นดำเนินการสอบสวนคดีอาญาตัวเขา จากกรณีการแถลงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับโครงการฟื้นฟูอาคารเฟดเมื่อกลางปีที่แล้ว  




เจอโรมที่ปกติแล้วพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นขัดแย้งกับคณะบริหารอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด ทั้งที่ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้คำดูถูกสารพัด และยังขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า จะปลดออกนั้น มาครั้งนี้กลับออกแถลงการณ์ตอบโต้สั้นๆ แต่ชัดเจนว่า   การสอบสวนดังกล่าวเป็นผลจากการที่เฟดลดดอกเบี้ยไม่เร็วและแรงอย่างที่ทรัมป์ต้องการ 

“การขู่ฟ้องร้องคดีอาญาเป็นผลจากการที่เฟดกำหนดนโยบายดอกเบี้ยโดยอิงกับการประเมินอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อรับใช้ประชาชน แทนที่จะทำตามความต้องการของประธานาธิบดี”

พาวเวลล์ยังเตือนว่า  ผลการสอบสวนจะชี้ขาดว่า เฟดจะยังสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยอิงกับหลักฐานและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจได้ต่อไป หรือว่านโยบายการเงินจะถูกชี้นำจากการข่มขู่หรือแรงกดดันทางการเมือง  




วันอังคาร (13 ม.ค.) เหล่าผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกได้ทำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยการออกแถลงการณ์แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ และพาวเวลล์ ประธานของระบบธนาคารนี้

ทั้งนี้ ความเป็นอิสระ ปลอดจากอิทธิพลของรัฐบาลเป็นรากฐานหลักของธนาคารกลางยุคใหม่ และเป็นมาตรฐานที่ไร้ข้อสงสัยมาโดยตลอดจนกระทั่งทรัมป์เริ่มเรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ยและกดดันผู้วางนโยบายการเงินเมื่อเฟดไม่ยอมสนองตอบความต้องการของตนเอง

ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางแคนาดา และผู้นำจากสถาบันอื่นๆ อีก 8 แห่ง ระบุในแถลงการณ์ว่า   พาวเวลล์ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ และความเป็นอิสระของแบงก์ชาติเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาเสถียรภาพของราคา การเงิน และเศรษฐกิจเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน  

แหล่งข่าวเผยว่า คริสติน ลาการ์ด ประธานอีซีบีที่ลงชื่อในแถลงการณ์ในนามธนาคารกลางของ 21 ชาติยูโรโซน เป็นแกนนำในการดำเนินการนี้ ขณะที่ผู้ที่จัดการติดต่อผู้ว่าการแบงก์ชาติประเทศต่างๆ คือ ปาโบล เฮอร์นันเดซ เดอ คอส ผู้บริหารสูงสุดของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส)
ผู้ร่วมลงชื่อคนอื่นๆ รวมถึงผู้ว่าการแบงก์ชาติสวีเดน เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ บราซิล ฝรั่งเศส และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนของบีไอเอส


 กังวลเงินเฟ้อพุ่ง




การเปิดสอบสวนคดีอาญาต่อพาวเวลล์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากโลกการเงิน ตลอดจนถึงสมาชิกสำคัญบางคนในพรรครีพับลิกันของทรัมป์เองที่เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของกระทรวงยุติธรรม และกล่าวหาชัดถ้อยชัดคำว่า การสอบสวนประธานผู้ว่าการเฟดเป็นความพยายามข่มขู่ของคณะบริหาร

นอกจากนั้นยังมีรายงานจากแอ็กซิออส ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ชื่อดังของอเมริกา ซึ่งอ้างอิงจากแหล่งข่าวสองคนที่บอกว่า แม้แต่สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ยังเตือนทรัมป์ว่า การสอบสวนจะทำให้สถานการณ์วุ่นวายและเกิดผลร้ายต่อตลาดการเงิน
ทั้งนี้   บรรดาผู้ว่าการแบงก์ชาติกลัวว่า การใช้อิทธิพลทางการเมืองครอบงำเฟดจะทำลายความไว้วางใจที่มีต่อความมุ่งมั่นของสถาบันแห่งนี้ในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้น และตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน  

นอกจากนี้หลายฝ่ายยังกังวลว่า หากตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง เฟดอาจไม่ยอมให้การค้ำประกันด้วยเงินดอลลาร์แก่สถาบันการเงินทั่วโลกอีกต่อไป และอาจนำเส้นทางเงินทุนที่สำคัญเหล่านี้ที่ปกติใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดในช่วงวิกฤต มาใช้เป็นอาวุธแทน

ปัจจุบัน เฟดปล่อยกู้เงินดอลลาร์ให้แก่ธนาคารกลางประเทศอื่นๆ โดยมีหลักประกันเพื่อรักษาสภาพคล่องของดอลลาร์ แต่เจ้าหน้าที่บางคนเริ่มหารือเกี่ยวกับแผนสำรองกรณีที่เฟดเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน   

แม้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ สามารถรวมเงินดอลลาร์สำรองของแต่ละแห่งเข้าด้วยกัน แต่มาตรการนี้ถูกมองว่า เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งอาจช่วยได้ในกรณีที่เกิดความตึงเครียดเฉพาะจุด แต่ไม่สามารถรองรับปัญหาที่กว้างขวางกว่าได้
หากฝ่ายการเมืองเข้าครอบงำการทำงานของเฟดอาจทำให้ตลาดการเงินในอเมริกาปั่นป่วน เงินเฟ้อในประเทศพุ่ง และเกิดความผันผวนที่จะลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกผ่านทางตลาดการเงิน

   ผลที่ตามมาคือ ประเทศเหล่านั้นจะประสบปัญหาในการรักษาเสถียรภาพราคาและตลาดของตัวเอง  

“ดังนั้น การรักษาความเป็นอิสระจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยต้องเคารพหลักนิติธรรมและความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่” แถลงการณ์ของเหล่าผู้ว่าแบงก์ชาติทั่วโลกย้ำ

อนึ่ง เมื่อวันจันทร์ (12 ม.ค.) อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ 3 คน ได้แก่ เจเน็ต เยลเลน, เบน เบอร์นันกี และ อลัน กรีนสแปน ร่วมกับอดีตผู้นำนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอีกหลายคนจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ออกคำแถลงร่วมเตือนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นวิธีเดียวกับที่พวกประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ซึ่งสถาบันต่างๆ อยู่ในสภาพอ่อนแอ ใช้กันอยู่ ในการกำหนดนโยบายทางการเงิน ที่ในที่สุดแล้วส่งผลลบอย่างรุนแรงต่ออัตราเงินเฟ้อและกลไกระบบเศรษฐกิจวงกว้าง
 

 คำแถลงร่วมนี้สำทับว่า การกระทำของกระทรวงยุติธรรมเป็นความพยายามอย่างไม่เคยมีตัวอย่างมาก่อนในการใช้การดำเนินคดีทางอาญาเพื่อบ่อนทำลายความเป็นอิสระของเฟด   
กำลังโหลดความคิดเห็น