โดย ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด
การก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2026 มิได้มาพร้อมกับบรรยากาศแห่งความสงบ หากแต่เริ่มต้นด้วยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาทวีความตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ด้วยการบุกเข้าไปในประเทศเวเนซุเอลาเพื่อจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมภรรยา และนำตัวขึ้นศาลในสหรัฐฯ ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการก่อการร้าย สหรัฐฯ ให้เหตุผลว่าการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามด้านความมั่นคง ฟื้นฟูประชาธิปไตย และยุติวงจรอาชญากรรมข้ามชาติที่ฝังรากลึกในเวเนซุเอลา
แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น และไม่ได้ลุกลามจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศมุ่งตั้งคำถามถึงความชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงเจตนาที่แท้จริงของสหรัฐฯ ว่าเป็นไปเพื่อการปราบปรามยาเสพติดและฟื้นฟูประชาธิปไตยตามที่อ้าง หรือมีแรงจูงใจเชิงทรัพยากร โดยเฉพาะแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ของเวเนซุเอลาเป็นปัจจัยสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ประเด็นที่น่ากังวลไม่แพ้กัน คือการที่เหตุการณ์ดังกล่าวอาจกลายเป็น “บรรทัดฐานใหม่” ซึ่งเปิดช่องให้ประเทศมหาอำนาจสามารถอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงหรือศีลธรรม เพื่อแทรกแซงประเทศขนาดเล็กได้ง่ายขึ้น ท่ามกลางบริบทของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่นอยู่ในหลายพื้นที่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นรัสเซียกับยูเครน ความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวัน รวมถึงสัญญาณเตือนเชิงการเมืองและความมั่นคงที่สหรัฐฯ ส่งไปยังประเทศอย่างโคลอมเบียและกรีนแลนด์
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาในมิติของตลาดการลงทุน เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น ดัชนีหุ้นโลกยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางบวกตั้งแต่ต้นปี สะท้อนว่าตลาดยังคงให้น้ำหนักกับปัจจัยเศรษฐกิจและนโยบายการเงินมากกว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนแล้ว เหตุการณ์เหล่านี้ไม่อาจมองข้ามได้ และควรถูกนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนลงทุนตลอดทั้งปี 2026
ปีนี้มีแนวโน้มที่ตลาดการเงินจะเผชิญกับความผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ระดับมูลค่า (Valuation) ของตลาดโดยรวมอยู่ในระดับที่ค่อนข้างตึงตัว และเพิ่มความเสี่ยงของการปรับฐานในบางช่วงเวลา ขณะเดียวกัน นักลงทุนอาจเริ่มเห็นการโยกย้ายของกระแสเงินทุนไปยังตลาดหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีมูลค่าไม่แพง เช่น หุ้นในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) หรือหุ้นในกลุ่มตั้งรับ (Defensive) อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สาธารณูปโภค และการแพทย์ รวมถึงการกลับมาให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ในอีกด้านหนึ่ง นโยบายการเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อีก 1–2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นเติบโตได้ในระดับหนึ่ง ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยงยังคงดำเนินไปพร้อมกัน และส่งผลต่อสินทรัพย์แต่ละประเภทแตกต่างกันออกไป
ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ การกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญ นักลงทุนควรจัดพอร์ตให้ครอบคลุมหุ้นหลากหลายกลุ่ม หลายภูมิภาค ควบคู่กับการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และเงินสดในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อรองรับโอกาสในการทยอยสะสมสินทรัพย์เมื่อเกิดการปรับฐาน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เพื่อสอดรับกับมุมมองดังกล่าว บลจ.ทาลิสขอแนะนำกองทุน TLA-GEQ ซึ่งมีนโยบายลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้น (ETF) ทั่วโลก ครอบคลุมหลายประเทศและหลายอุตสาหกรรม โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงและมุ่งหวังการลงทุนในระยะยาว เพราะแม้โลกจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่โอกาสในการลงทุนยังคงมีอยู่เสมอสำหรับผู้ที่เตรียมตัวและวางแผนอย่างรอบคอบ