ค่ายอีวีจีนบุกตลาดทั่วโลก กวาดยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้วยจุดเด่นจากฟีเจอร์ไฮเทค รูปลักษณ์โดนใจ และราคาสบายกระเป๋า สร้างความกังวลอย่างมากต่อคู่แข่ง แถมเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วยังรุกคืบถึงปลายจมูกอเมริกา หลังจากออตตาวาตกลงลดภาษีศุลกากรรถยนต์ไฟฟ้าจีนแลกกับการที่ปักกิ่งเปิดรับสินค้าเกษตรแคนาดา
วันศุกร์ (16 ม.ค.) แคนาดาแถลงว่า สามารถบรรลุข้อตกลงกับจีน โดยแคนาดาจะเปิดตลาดรับอีวีจีนปีละ 49,000 คัน หรือไม่ถึง 3% ของยอดขายรถใหม่ในประเทศ และเก็บภาษีศุลกากรในอัตราเพียง 6.1% แลกกับการที่จีนลดภาษีนำเข้าเมล็ดคาโนลาของแคนาดาเหลือ 15% จากราว 85% ในขณะนี้
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ข้อตกลงนี้จะเป็นแรงกระตุ้นอย่างดีสำหรับผู้ผลิตรถจีนที่ต้องการครองโลก ทว่า ในทางกลับกัน ถือเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงสำหรับบริษัทรถแห่งอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทอเมริกัน
ฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีคมนาคมสหรัฐฯ วิจารณ์ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนลงทุนด้านยานยนต์เพื่อเข้าควบคุมอุตสาหกรรมนี้และแย่งชิงตำแหน่งงาน พร้อมเตือนว่า แคนาดาจะต้องเสียใจที่ยอมให้รถจีนบุกตลาด
ด้านเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยืนยันว่า บริษัทอเมริกันที่ส่งออกรถไปแคนาดาจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ แต่สำทับว่า การตัดสินใจของแคนาดา “เป็นปัญหา”
ทว่า อิลาเรีย มาซซ็อกโก รองผู้อำนวยการและนักวิชาการอาวุโสในทรัสตีแชร์ด้านธุรกิจและเศรษฐกิจจีนของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ ชี้ว่า สถานการณ์นี้สะท้อนว่า บริษัทรถจีนยังคงได้รับความนิยมอย่างแท้จริง และทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
จุดขายรถจีน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า รถที่ผลิตในจีนปัจจุบันมีคุณภาพสูง รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว และราคาไม่แพง
มาซซ็อกโกบอกว่า รถแบรนด์จีนมีศักยภาพการแข่งขันทั้งด้านต้นทุนและเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นที่ต้องการอย่างแท้จริง และมีแนวโน้มเป็นรถที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ซึ่งจะเพิ่มความสามารถด้านซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องจึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค แต่จุดขายสำคัญคือราคา
รถจีนบางรุ่นราคาเพียง 10,000-20,000 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาเฉลี่ยรถใหม่ในอเมริกาอยู่ที่เกือบ 50,000 ดอลลาร์ และยิ่งแพงขึ้นถ้าเป็นอีวี
แซม ฟิออเรนี รองประธานออโต้ฟอร์แคสต์ โซลูชันส์ ขานรับว่า บริษัทจีนยังมีข้อได้เปรียบจากการที่สามารถผลิตรถที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาลงซึ่งช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่สำหรับอีวี อีกทั้งยังตั้งราคาสมเหตุสมผลถูกใจผู้บริโภค และเป็นเซ็กเมนต์ที่เจเนอรัล มอเตอร์, ฟอร์ด และบริษัทรถเกือบทุกแห่งมองข้ามมาตลอด
ภัยคุกคามค่ายรถทั่วโลก
หลายประเทศเริ่มเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ผลิตรถจีนในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงของตนเอง
จากข้อมูลของเบนช์มาร์ก มิเนอรัล อินเทลลิเจนซ์ที่เผยแพร่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดขายอีวีและปลั๊ก-อินไฮบริดในจีนขยายตัว 17% เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้น 33%
ส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในอเมริกาขยับขึ้นแค่ 1% โดยขณะที่ทั่วโลกตอบรับกระแสอีวี บริษัทรถอเมริกันกลับตัดสินใจลดขนาดโปรเจ็กต์รถไฟฟ้า และเดินหน้าผลิตรถไฮบริดและรถเครื่องยนต์สันดาปแทน ท่ามกลางสถานการณ์ที่คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ฉีกนโยบายส่งเสริมอีวี
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นอันตรายต่อศักยภาพการแข่งขันของบริษัทรถอเมริกัน ขณะที่เทสลาเพิ่งเสียตำแหน่งผู้ผลิตอีวีที่มียอดขายสูงสุดในโลกให้บีวายดีเมื่อปีที่แล้ว โดยรถเทสลาขายได้แค่ 1.64 ล้านคัน แต่บีวายดีกวาดยอดขายไปทั้งสิ้น 2.26 ล้านคัน
การกลับลำนโยบายของทรัมป์ยังเกิดขึ้นขณะที่บริษัทจีนรุดหน้าอย่างรวดเร็ว กระทั่งผู้เชี่ยวชาญบางคนออกปากว่า เป็นห่วงอนาคตของผู้ผลิตรถอเมริกัน
มาร์ก เวคฟิลด์ ผู้นำฝ่ายตลาดรถยนต์ทั่วโลกของเอลิกซ์พาร์ตเนอร์ บอกว่า ข้อตกลงระหว่างแคนาดากับปักกิ่งทำให้ค่ายรถจีนได้สิ่งที่ต้องการสำหรับการแข่งขันในตลาดโลก เพราะหลังจากเริ่มบุกยุโรปและอเมริกาใต้ไปแล้ว ตอนนี้ถึงคิวเม็กซิโกและแคนาดา
เวคฟิลด์ยังทำนายว่า แบรนด์รถจีนจะครองส่วนแบ่งตลาดรถทั่วโลกถึง 30% ในปี 2030
หลายประเทศพยายามควบคุมการเข้าถึงตลาดของอีวีจีนด้วยเหตุผลนานัปการ
ฟิออเรนีบอกว่า จีนกลายเป็นเครื่องจักรผลิตรถราคาถูกขนาดมหึมา และอีกประเด็นที่กลัวกันก็คือเรื่องเทคโนโลยี เนื่องจากรถจีนเปรียบเสมือนศูนย์ข้อมูล ซึ่งหากบริษัทรถของรัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมของผู้ขับจำนวนมาก จะทำให้ผู้ผลิตเหล่านั้นมีความได้เปรียบและอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นในหลายด้าน
ปีที่แล้ว สหภาพยุโรป (อียู) ขึ้นภาษีศุลกากรอีวีจีน แต่ต้นปีนี้ทั้งสองฝ่ายเริ่มเจรจาเพื่อสะสางความขัดแย้ง
ปี 2024 อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เรียกเก็บภาษีศุลกากรอีวีจีน 100% และแคนาดาเจริญรอยตามจนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งแม้ยังมีการจำกัดจำนวนการนำเข้าต่อปี แต่การที่ออตตาวาตกลงลดภาษีศุลกากรเหลือแค่ 6.1% เท่ากับว่า บริษัทจีนคืบคลานเข้าใกล้อเมริกาอีกก้าว ส่วนตลาดรถเม็กซิโกที่อ้าแขนรับอีวีจีนเป็นอย่างดีนั้นมีการเติบโตอย่างมากเมื่อปีที่แล้ว
ฟิออเรนีฟันธงว่า การรุกคืบของผู้ผลิตจีนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะแม้ประเทศต่างๆ กำลังเจรจาเพื่อกำหนดอุปสรรค และเตรียมเพิ่มมาตรการป้องกันอีกมากมาย รวมทั้งหาคำตอบว่า จะอนุญาตให้ผู้ผลิตจีนมีส่วนแบ่งตลาดมากน้อยแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ค่ายรถแดนมังกรจะเจาะเข้าสู่ตลาดตะวันตกทั้งหมดได้อยู่ดี