รฟท.จ่อปรับงบลงทุนปี 69 เพิ่มจาก 2.7 หมื่นล้านบาท เป็น 3.9 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นล้านบาท หลังประเมินก่อสร้างรถไฟสายใหม่ 2 สายคืบหน้า-เบิกจ่ายเร็วขึ้น "เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ" งานอุโมงค์เสร็จแล้ว ส่วน "บ้านไผ่-นครพนม" แก้ปัญหาเข้าพื้นที่ได้
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้เสนอขอพิจารณางบลงทุนรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2569 ทบทวนปรับปรุง ครั้งที่ 1 ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ครั้งที่ 21 /2568 เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2568 ที่มี นายจิรุตม์ วิศาลจิตร เป็นประธาน ซึ่งบอร์ดยังไม่เห็นด้วย โดยให้ใปดำเนินการตรวจสอบทบทวนตัวเลขให้รอบคอบอีกครั้ง เพื่อให้การเบิกจ่ายงบเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ใหม่มากที่สุด จากนั้นให้นำเสนอบอร์ด รฟท.ขอความเห็นชอบอีกครั้ง จากนั้นจึงจะเสนอไปกระทรวงคมนาคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอน
สาเหตุที่ต้องมีการทบทวนงบลงทุนรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2569 เนื่องจากงานก่อสร้างหลายโครงการมีความคืบหน้ามากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม จึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจากที่ตั้งไว้้เพื่อให้เหมาะสมกับผลงานการก่อสร้างที่จะมีในปี 2569 ซึ่งการประมาณการได้มีการประเมินจากผลการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ที่ รฟท.สามารถเบิกจ่ายงบได้ในระดับ 100% ประกอบการคาดการณ์ผลงานปี 2569
สำหรับงบลงทุนรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2569 ของ รฟท.เดิมตั้งไว้จำนวน 27,000 ล้านบาท ขอปรับเพิ่ม 12,000 ล้านบาท รวมเป็น 39,000 ล้านบาท โดยเหตุผลหลักมาจากการโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ 2 เส้นทางที่เป็นโครงการใหญ่ สามารถเบิกจ่ายงบได้เพิ่มขึ้น
ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323.10 กม. มีการก่อสร้างงานโยธา 3 สัญญา โดยปี 2569 ตั้งงบเบิกจ่ายไว้ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ขอปรับเป็น 13,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท ตามแผนงานก่อสร้าง และประสิทธิภาพการเบิกจ่ายของผู้รับจ้างเร็วขึ้น โดยรถไฟทางคู่สายเหนือ งานก่อสร้างอุโมงค์เสร็จแล้ว ทำให้การเบิกจ่ายปี 2568 มากกว่าที่ตั้งไว้ คาดว่าปี 2569 น่าจะทำได้เกินเป้า จึงให้ปรับแผนใหม่
โดยความคืบหน้ารถไฟทางคู่สายใหม่ สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ภาพรวมทั้ง 3 สัญญาถึงเดือน ธ.ค. 2568 อยู่ที่ 50.49% ล่าช้ากว่าแผน 0.23% (แผนงาน 50.73%)
สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 103.7 กม. ผู้รับจ้างก่อสร้างคือ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-เนาวรัตน์ มูลค่างาน 26,560 ล้านบาท ผลงาน 47.61% ล่าช้ากว่าแผน 7.40% (แผนงาน 55.02%)
สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 132 กม. ผู้รับจ้างก่อสร้างคือ กิจการร่วมค้าซีเคเอสที-ดีซี 2 มูลค่างาน 26,890 ล้านบาท ผลงาน 56.72% เร็วกว่าแผน 4.13% (แผนงาน 52.59%)
สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 87 กม. ผู้รับจ้างก่อสร้างคือ กิจการร่วมค้าซีเคเอสที-ดีซี 3 มูลค่างาน 19,385 ล้านบาท ผลงาน 45.79% เร็วกว่าแผน 3.52% (แผนงาน 42.27%)
โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มีงานโยธา 2 สัญญา ปี 2569 เดิมตั้งงบเบิกจ่ายไว้ 3,000 ล้านบาท ขอปรับเป็น 9,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6,000 ล้านบาท สำหรับสายบ้านไผ่-นครพนม ก่อสร้างยังล่าช้ากว่าแผนเพราะติดปัญหาการเข้าพื้นที่ปัจจุบัน เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเร่งไปแก้ไขปัญหาอุปสรรคอื่นๆ มั่นใจว่าจะเบิกจ่ายเงินในปี 2569 ได้เร็วขึ้น
โดยความคืบหน้าก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ภาพรวม 2 สัญญา งานก่อสร้างถึงเดือน ธ.ค. 2568 มีผลงาน 28.66% ล่าช้ากว่าแผน 51.18% (แผนงาน 79.84%)
สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ระยะทางประมาณ 180 กม. มีผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า เอเอส-ช.ทวี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ มูลค่างาน 27,095 ล้านบาท ผลงาน 48.82% ช้ากว่าแผน 33.71% ( แผนงาน 82.53%)
สัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ระยะทาง 175 กม. มีผู้รับจ้างคือ กิจการร่วมค้า ยูนิค มูลค่างาน 28,306 ล้านบาท ผลงาน 9.36% ช้ากว่าแผน 67.90% ( แผนงาน 72.27%)
นายอนันต์กล่าวถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า รฟท.ได้เสนอขอตั้งกรอบงบจ่ายค่าร่วมลงทุนปี 2569 (ปีแรก) จำนวน 17,000 ล้านบาท สำหรับค่าร่วมลงทุนในโครงการ (PIC) ทั้งสิ้น 1.2 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องรอมติครม.เรื่องการแก้ไขหลักการ และการแก้ไขสัญญารองรับ จึงจะหารือสำนักงบประมาณต่อไป