วงการสินทรัพย์ดิจิทัลเมืองน้ำหอมระส่ำหนัก! เกิดเหตุแก๊งคนร้ายพร้อมอาวุธบุกจู่โจมบ้านพักนักลงทุนคริปโตฯ ย่าน Verneuil-sur-Seine อย่างอุกอาจ จับสมาชิกในครอบครัวรวมถึงเด็กมัดและทำร้ายร่างกายเพื่อรีดรหัสกระเป๋าเงิน นับเป็นคดีที่ 14 ที่ตอกย้ำวิกฤตความปลอดภัย หลังโป๊ะแตกพบ “หนอนบ่อนไส้” ในกรมสรรพากรลอบเจาะฐานข้อมูลภาษี “Mira” ขายที่อยู่มหาเศรษฐีให้แก๊งอาชญากรล่าเหยื่อ แลกเงินเพียง 800 ยูโรต่อราย สะท้อนภัยคุกคามโลกเสมือนที่ลามสู่ความรุนแรงในโลกจริง
กลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดผวาให้กับนักลงทุนทั่วโลก เมื่อสื่อท้องถิ่นฝรั่งเศสอย่าง Le Parisien รายงานเหตุอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ในเมือง Verneuil-sur-Seine (แวร์น็อย-ซูร์-แซน) ประเทศฝรั่งเศส เมื่อครอบครัวของนักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีรายหนึ่งต้องเผชิญกับชะตากรรมสุดเลวร้าย จากการตกเป็นเป้าหมายของแก๊งอาชญากรที่มุ่งปล้นสินทรัพย์ดิจิทัล
เปิดนาทีวิกฤต "ปล้นโหด-ซ้อมทารุณต่อหน้าเด็ก"
โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. เมื่อคนร้าย 3 คนพร้อมอาวุธปืนบุกพังประตูเข้าไปในบ้านพักหรู เป้าหมายคือหัวหน้าครอบครัวซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารบริษัทการลงทุนด้านคริปโทเคอร์เรนซี
รายงานระบุว่า คนร้ายได้ใช้กำลังทำร้ายทุบตีทั้งสามีและภรรยาอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะใช้สายเคเบิลไทร์ (Cable Ties) มัดมือมัดเท้าสมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงเด็กเล็กทั้งสองคน เพื่อข่มขู่รีดข้อมูลสินทรัพย์ เคราะห์ดีที่ครอบครัวสามารถแก้มัดและหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้ในเวลาต่อมา ขณะที่คนร้ายอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปยังสถานีรถไฟใกล้เคียงและยังลอยนวล
แกะรอยพบเกลือเป็นหนอน "จนท.ภาษีขายข้อมูลแลกเศษเงิน"
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าความโหดร้ายของการปล้น คือเบื้องหลังที่มาของข้อมูล คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวในวงราชการฝรั่งเศส เมื่ออัยการได้สั่งจำคุก Ghalia C. เจ้าหน้าที่สรรพากรหญิง ไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568
จากการสอบสวนพบว่า เธอใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เข้าถึงซอฟต์แวร์ภาษีชื่อ “Mira” เพื่อค้นหาที่อยู่และข้อมูลทางการเงินของ “นักลงทุนคริปโตฯ และมหาเศรษฐี” ก่อนจะนำข้อมูลลับเหล่านี้ไปขายให้กับเครือข่ายอาชญากรในราคาถูกแสนถูกเพียง 800 ยูโร (ราว 30,000 บาท) ต่อปฏิบัติการ
ข้อมูลจากเธอถูกนำไปใช้ก่อเหตุปล้นทรัพย์รุนแรงหลายคดี รวมถึงคดีบุกปล้นบ้านเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เมื่อเดือนกันยายน 2567 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อาชญากรยุคใหม่ไม่ได้แฮกคอมพิวเตอร์ แต่ “แฮกคนใน” ของรัฐบาล
เผยสถิติเลือดสาด "ฝรั่งเศสครองแชมป์ความป่าเถื่อนด้านจารกรรมคริปโต"
Jameson Lopp ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่เก็บรวบรวมสถิติการโจมตีทางกายภาพต่อผู้ถือคริปโตฯ (Physical Crypto Attacks) เปิดเผยตัวเลขที่น่ากังวลว่า
- ในระดับโลก : มีการโจมตีรวม 269 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก
- ปี 2568 : เพียงแค่ต้นเดือนมกราคมปีเดียว พบเหตุการณ์แล้วถึง 65 ครั้ง เฉลี่ยมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์
- ฝรั่งเศส : เป็นพื้นที่อันตรายที่สุด โดยมีคดีที่ยืนยันแล้วถึง 14 คดี คิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของคดียุโรปตะวันตกทั้งหมด
แนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากข่มขู่สู่ทรมาน
รูปแบบของอาชญากรรมกำลังยกระดับความโหดเหี้ยมขึ้นเรื่อยๆ สถิติชี้ว่า 51% ของการโจมตีจัดอยู่ในขั้น “รุนแรง” (Serious) คือมีการใช้อาวุธและการลักพาตัว ขณะที่ 21% เข้าข่าย “สาหัส” (Severe) ซึ่งรวมถึงการทรมานเหยื่อ และ 5% จบลงด้วยการเสียชีวิต
ตัวอย่างความโหดร้ายปรากฏชัดทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นคดีในเมือง Manosque ฝรั่งเศส ที่คนร้ายบุกมัดเหยื่อสาวเพื่อชิง USB Drive เก็บข้อมูลคริปโตฯ, คดีในซานฟรานซิสโกที่เหยื่อสูญเงิน 11 ล้านดอลลาร์ให้โจรที่ปลอมเป็นพนักงานส่งของ หรือคดีสุดสยองใน บริติชโคลัมเบีย ที่เหยื่อถูกจับทรมานด้วยวิธี Waterboarding และล่วงละเมิดทางเพศ
ทั้งนี้เมื่อมูลค่าตลาดคริปโตฯ สูงขึ้น ความเสี่ยงในโลกความจริงก็พุ่งตามเป็นเงาตามตัว การเก็บรักษาความมั่งคั่งให้เป็น “ความลับ” (Anonymity) และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมแบบเจอตัว (Face-to-face) จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดเดียวในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลได้ง่ายดายแม้แต่จากหน่วยงานรัฐเอง