'อีซี่มันนี่'เผยธุรกิจปี 68 ยังเติบโตดี ยอดรับจำนำใหม่กลุ่มเจ้าของธุรกิจ-ฟรีแลนซ์เพิ่ม 21.95% กลุ่มทองคำแท่งโตก้าวกระโดด 124.64% พร้อมมองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ต้องเผชิญหน้ากับความผันผวน-หลากแรงกดดัน แนะยึดหลักบริหารการเงินเป็น-รักษาสภาพคล่อง พร้อมเดินหน้ายกระดับองค์กรจาก'ทางออกฉุกเฉิน'สู่การเป็น'ประตูสู่โอกาส' หนุนแนวคิด‘กู้ยืมเงินจากสินทรัพย์ของตัวเอง’
นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป ผู้ให้บริการธุรกิจสินเชื่อทรัพย์ค้ำประกันของไทย'อีซี่มันนี่'เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ความต้องการใช้บริการสินเชื่อจำนำในกลุ่มเจ้าของกิจการและผู้ประกอบอาชีพอิสระยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมียอดจำนำใหม่จากกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 21.95%เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนบทบาทของทรัพย์สินในการเป็นแหล่งทุนหมุนเวียนในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ขณะที่ยอดการรับจำนำสินค้าในกลุ่มทองคำแท่งขยายตัวอย่างก้าวกระโดดเพิ่มขึ้น 124.64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ชี้ให้เห็นพฤติกรรมลูกค้าที่เลือกใช้ทองคำแท่งเป็นแหล่งสภาพคล่องในภาวะเศรษฐกิจผันผวน ไปจนถึงการทำธุรกรรมรูปแบบชำระดอกเบี้ยออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันเติบโต 30.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดรับกับพฤติกรรมของคนในยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการ
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะยังไม่ใช่ปีที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับจำกัด และไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึงในทุกภาคส่วน โดยปัจจัยหลักที่ยังเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงกำลังซื้อภายในประเทศที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนการดำเนินชีวิตและต้นทุนธุรกิจที่ยังทรงตัว รวมถึงความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อภาคครัวเรือน กลุ่มอาชีพอิสระ (Freelance) และผู้ประกอบการธุรกิจขนาด SME
"ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างรวดเร็วแต่หากคนไทยบริหารการเงินเป็นและจัดการสภาพคล่องอย่างดี ชีวิตจะไม่สะดุด และยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดยังคงเป็นภาคครัวเรือนระดับฐานราก กลุ่มฟรีแลนซ์ และผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งต้องเผชิญกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้พฤติกรรมทางการเงินในปี 2569 จะเน้นการประคองตัวมากกว่าเพิ่มการลงทุน"
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าไม่ได้หมายความว่าคนไทยจะไม่มีทางเลือกทางการเงิน หากเราสามารถบริหารจัดการการเงินอย่างมีวินัย วางแผนรายรับ–รายจ่ายอย่างรอบคอบ และเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่ชาญฉลาดและง่าย ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิด และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ดังนั้น บทบาทของผู้ให้บริการทางการเงินในปี 2569 ไม่ได้อยู่ที่การผลักภาระหนี้ระยะยาวให้กับประชาชน แต่ควรให้การสนับสนุน สภาพคล่องที่เหมาะสม ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับศักยภาพของคนแต่ละกลุ่ม เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถรักษาความมั่นคงทางการเงินและเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน
เช่นเดียวกับ อีซี่มันนี่ที่มีแนวคิดที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน(Financial Inclusion) สำหรับผู้มีทรัพย์ที่ต้องการต่อยอดโอกาส ของกลุ่มฟรีแลนซ์ SME ที่ระบบการเงินหลักมักมองข้าม โดยเปลี่ยนวิธีการประเมินด้วยรายได้ มาเป็นเป็นการประเมินจากสินทรัพย์ที่เขามีอยู่ในมือ การใช้เทคโนโลยี อย่างเช่น Easy Smart Application มาสร้างความสะดวกและโปร่งใส่ในการประเมินราคา ส่งดอกเบี้ย หรือโอนเงิน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคตของ อีซี่มันนี่ คือการเป็น Financial Solution ครบวงจร ที่ตอบโจทย์คนไทยในทุกมิติ
ที่ผ่านมา อีซี่มันนี่มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อโรงรับจำนำว่าเป็น‘เครื่องมือสร้างโอกาส’ที่โปร่งใส รวดเร็ว และให้เกียรติผู้ใช้บริการ พร้อมทั้ง พยายามสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ว่า การใช้สินทรัพย์ค้ำประกันไม่ใช่การ ‘ก่อหนี้ใหม่’ แต่คือการ ‘กู้ยืมเงินจากสินทรัพย์ของตัวเอง’ คือ Asset-Backed Financing ซึ่งปลอดภัยและมีต้นทุนการเงินที่สมเหตุสมผลกว่า และที่สำคัญคือ อีซี่มันนี่ยกระดับอุตสาหกรรมจากการเป็น ‘ทางออกฉุกเฉิน’ สู่การเป็น ‘ประตูสู่โอกาส’ทำหน้าที่เป็นผู้ปล่อยสินเชื่อระยะสั้นที่มีหลักประกันที่ช่วยผู้คนคนคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องเสียความเป็นเจ้าของทางธุรกิจ